“นายกฯเศรษฐา” นำคณะลุยน้ำท่วมเมืองสองแคว ลงเรือเข้าเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพ บรรเทาทุกข์ชาวบางระกำในชุมชน ที่ถูกน้ำท่วมขังมานานกว่า 1 สัปดาห์ ย้ำแนวทางรัฐบาลต่อไปต้องไม่ท่วมไม่แล้ง วางแนวทางแก้ปัญหาอย่างบูรณาการให้สำเร็จภายใน 4 ปี ชูระบบธนาคารน้ำใต้ดินแก้ภัย แล้งใช้เวลา 3 เดือนเห็นผล เตรียมนำร่องที่ชัยนาท ด้านพื้นที่ลุ่มน้ำชียังอ่วมหนัก 2 เขื่อนใหญ่เพิ่มระบายน้ำ โคราชสลดจมน้ำตาย 3 ราย สังเวย 4 ศพ ปภ.รายงาน สถานการณ์น้ำยังจมบาดาล 6 จังหวัด หนักสุดที่กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี ลุ่มเจ้าพระยาจ่อล้น “อ่างทอง-นนทบุรี”นายกฯนำคณะไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชรมว.วัฒนธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นำคณะเดินทางไป จ.พิษณุโลก เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมก่อนลงพื้นที่ นายกฯและคณะไปที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร กราบสักการะพระพุทธชินราช พร้อมถวายสังฆทานพระสุธรรมมุนี (สมบูรณ์) รักษาการแทนเจ้าอาวาส พระราชรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เพื่อความเป็นสิริมงคลจากนั้น นายเศรษฐานำคณะเดินทางไปโรงผลิตน้ำประปา เทศบาลนครพิษณุโลก พูดคุยปัญหาเรื่องน้ำประปากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากระบบการผลิตที่ใช้งานมานานกว่า 80 ปี นายเศรษฐากล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำมี 4 ส่วนคือ ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม การรักษาระบบนิเวศ และเรื่องอุปโภคบริโภค จ.พิษณุโลก เป็นจังหวัดแรกที่ตนเดินทางมาแล้วมีปัญหาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งเรื่องการเก็บน้ำ ท่อส่งน้ำที่สร้างมา 80 กว่าปีมีการรั่วซึม จ.พิษณุโลก เป็นเมืองรอง แต่วันนี้จะเป็นเมืองหลักด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน กลับไปจะคุยกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทยว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว จะนำมาพัฒนาและทำให้ดีในระยะสั้นก่อนระยะยาวค่อยแก้กันไป ไม่เช่นนั้นเมืองรองที่มีคุณค่าอย่างพิษณุโลกจะไม่มีโอกาสเติบโตตามแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจของชาติได้ต่อมานายกฯพร้อมคณะไปติดตามสถานการณ์น้ำที่บึงตะเครง ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีชาวบ้านรอรับจำนวนมาก ถือป้ายให้กำลังใจและผูกผ้าขาวม้าต้อนรับ นายเศรษฐากล่าวว่า ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยประเทศให้หลุดพ้นจากภาวะน้ำท่วม เข้าใจถึงความยากลำบาก จำเป็นต้องพัฒนาพื้นที่ให้ได้มีอาชีพเสริมมากขึ้น ที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรม แข่งเจ็ตสกีทำให้ประชาชนมีรายได้เสริม แต่เมื่อน้ำท่วมก็ยังมีปัญหาอยู่บ้างเรื่องเงินชดเชย จะพยายามทำให้ดีที่สุด จากนั้นได้มอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 720 ถุง เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ 50 ถุง และหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 500 ฟ่อน เข้าเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติงานอยู่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นลงเรือท้องแบนเข้าไปเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านในชุมชนปากคลอง แม่น้ำยมฝั่งขวา เขตเทศบาล ต.บางระกำ ที่น้ำท่วมขังมานานกว่า 1สัปดาห์ในช่วงบ่ายนายเศรษฐาไปตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำที่ อบต.หอกลอง อ.พรหมพิราม พูดคุยปัญหาการระบายน้ำและการวางแผนเพิ่มสถานีสูบน้ำ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย มาร่วมรับฟังปัญหา นายกฯเน้นย้ำว่า แนวทางการทำงานของรัฐบาลต่อไปต้องไม่ท่วมไม่แล้ง และแนวทางหนึ่งที่จะป้องกันน้ำแล้งได้คือการทำธนาคารน้ำใต้ดิน หากประชาชนสนใจจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล แนวทางนี้ใช้เวลาเพียงไม่นาน 3 เดือนก็ดำเนินการได้ ปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาใหญ่ เข้าใจว่าเป็นฤดูฝนทำให้มีน้ำเยอะ ประตูระบายน้ำไม่เพียงพอ ได้สั่งการ ผวจ.ตรวจสอบพื้นที่ทำแก้มลิงเพิ่มเพื่อรองรับน้ำฝนและกักเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง นายเศรษฐากล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเช้าขอโทษนายอนุทินด้วย ไม่อยากรบกวนช่วงวันเสาร์ แต่มาเจอปัญหาเรื่องน้ำประปาที่เป็นท่อระบบเก่ามา 87 ปี ไปถึงประชาชนแค่ 52% เลยโทร.ไปปรึกษา นายอนุทินบอกว่ามาเองดีกว่า พื้นที่นี้มีปัญหา พอฤดูฝนน้ำก็ท่วม ฤดูร้อนก็แล้ง หน้าที่เราต้องทำให้ไม่ท่วมไม่แล้ง เห็นใจบางพื้นที่ท่วมแล้วท่วมอีก แล้งแล้วแล้งอีก ต้องแก้ไขอย่างบูรณาการ เราเพิ่งเข้ามาบริหารจัดการได้เพียงเดือนเดียวต้องทำงานต่อไป เมื่อถามว่า การมาลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมในครั้งนี้มั่นใจหรือไม่ว่าพื้นที่ภาคกลางจะไม่มีน้ำท่วมยาว นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มั่นใจ เพิ่งเข้ามาได้เดือนเดียว แต่เห็นถึงปัญหาว่าสะสมมานาน ส่วนธนาคารน้ำใต้ดินที่จะป้องกันน้ำแล้งต้องถามพื้นที่ด้วย จะนำร่องที่ จ.ชัยนาท ทำธนาคารน้ำใต้ดินทั้งจังหวัด แล้วดูว่าสามารถช่วยไม่ท่วมไม่แล้งได้จริงหรือเปล่า ระยะเวลา 4 ปีของรัฐบาล อยากเห็นระบบบูรณาการน้ำให้สำเร็จ ถ้าหลายโครงการเริ่มต้นได้เร็ว ผ่านงบประมาณแล้วก็อยากให้เร่งทำเพราะเวลาคนเดือดร้อนก็คือเดือดร้อนศูนย์บัญชาการอุทกภัย จ.ร้อยเอ็ด รายงานสถานการณ์น้ำท่วมเนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้แม่น้ำชีเอ่อล้นตลิ่ง มีพื้นที่ประสบภัย 12 อำเภอ 82 ตำบล 694 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตร 78,946 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 9,460 ครัวเรือน สถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ปริมาณน้ำเกินการกักเก็บ เร่งระบายน้ำเป็นวันละ 17 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ปริมาณน้ำเกินการกักเก็บ เร่งระบายน้ำเป็นวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. การระบายน้ำของทั้ง 2 เขื่อนมีผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำชีที่ไหลผ่าน จ.ร้อยเอ็ดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านคุยขนวน ต.เชียงขวัญ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด แม่น้ำชีล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนลุ่มต่ำติดลำน้ำ 76 ครัวเรือน ระดับน้ำสูง 50 ซม. ถึง 1 เมตร ชาวบ้านต้องอาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้าน ไม่สามารถประกอบอาหารและเข้าห้องสุขาได้ตามปกติ หน่วยกู้ภัยอโสกเชียงขวัญนำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านบางส่วนที่ต้องการขนย้ายสิ่งของมีค่าออกจากบ้าน ขณะที่นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นำอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู นำถุงยังชีพ 76 ถุง พร้อมเงินสดครัวเรือนละ 1,000 บาท ไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่ประสบความยากลำบากในการพักอาศัยอยู่ในบ้าน ทั้งการประกอบอาหารและการขับถ่าย จ.นครราชสีมา สถานการณ์ฝนตกหนักกระแส น้ำไหลแรงเกิดเหตุคนจมน้ำตายหลายราย รายแรก นายแก้ว มีสันเทียะ อายุ 59 ปี ออกไปหาปลาที่หน้าฝายน้ำบ้านโนนหัวนา หมู่ 10 ต.กำปัง อ.โนนไทย ถูกกระแสน้ำซัดจมหายไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 ต.ค. หน่วยกู้ภัยฮุก 31 โคราช ระดมกำลังออกค้นหากระทั่งพบศพเมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 14 ต.ค. จมอยู่ใต้น้ำลึก 4 เมตรห่างจากฝายไปประมาณ 200 เมตร รายที่สองนายอุดร บวชนอก อายุ 68 ปี จมน้ำเสียชีวิตขณะหาผักบุ้งอยู่ใกล้ฝายน้ำบ้านกระชอน ต.กระชอน อ.พิมาย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 ต.ค. และรายที่สามช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นางสำเนียง พุงไธสง อายุ 76 ปี ยาย และนายนัฐพล พุงไธสง อายุ 21 ปี หลานชายเป็นเด็กพิเศษ จมน้ำในสระกลางทุ่งนาริมถนนสายบ้านหนองเข้-หนองตูม ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง กู้ภัยฮุก 31 โคราช ลงงมหานานกว่า 1 ชม.จนพบ 2 ศพ ยายหลาน คาดว่าผู้ตายทั้งสองลงไปเก็บสายบัวในสระแล้วพลัดตกน้ำ แต่ว่ายน้ำไม่เป็นทำให้จมน้ำเสียชีวิตทั้งคู่จ.อ่างทอง พื้นที่นอกคันกันน้ำริมคลองโผงเผง หมู่ 1 หมู่ 2 และหมู่ 3 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก น้ำเริ่มเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนนอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำสูง 40-50 ซม. นายมนตรี โตศิลปกิจ นายก อบต.โผงเผง เผยว่า นำกำลังเจ้าหน้าที่ขนกระสอบทรายมาวางเสริมแนวคันกั้นน้ำอย่างเร่งด่วน หลังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน 1,800 ลบ.ม/วินาที ทำให้น้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้านเรือนได้รับผลกระทบแล้ว 14 หลังคาเรือน ส่วนสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน จ.อ่างทอง เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน ส่วนที่ อ.วิเศษชัยชาญ น้ำท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ลุ่มต่ำ 4 ตำบล 17 หมู่บ้าน 233 หลังคาเรือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบแล้ว 1,062.50 ไร่จ.นนทบุรี นายสมนึก ธนเดชะกุล นายก เทศมนตรีนครนนทบุรี สั่งการให้นายอภิวัฒน์ เพชรเรือง รองนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี นำเจ้าหน้าที่เทศบาลวางแนวกระสอบทรายในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าน้ำนนทบุรี ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี นายอภิวัฒน์กล่าวว่า คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเขตเทศบาลนครนนทบุรีจะสูงไม่เกิน 1.90 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ได้วางแนวกระสอบทรายเพิ่มเติมไว้ที่ระดับ 2 เมตร และพร้อมเสริมให้สูงขึ้นตลอดเวลาหากระดับน้ำสูงกว่าที่ คาดไว้ ได้เร่งเสริมกระสอบทรายตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่หลุมต่ำหลายชุมชน เช่น ชุมชนท่าน้ำนนทบุรี ชุมชนวัดแคนอก ใต้สะพานพระราม 5 ชุมชนวัดนครอินทร์ ชุมชนตลาดขวัญ วัดเชิงท่า หน้าโบสถ์ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมตามชุมชนต่างๆแล้วกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี รวม 23 อำเภอ 115 ตำบล 689 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,363 ครัวเรือน ภาพรวมสถานการณ์ระดับน้ำลดลงเกือบทุกพื้นที่ ยังคงมีที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.อุบลราชธานี ที่มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฟื้นฟูให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่