นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงว่า ที่ประชุมมีการหารือกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะความร่วมมือกับบริษัท META เจ้าของเฟซบุ๊กและทาง Bytedance เจ้าของติ๊กต่อก ซึ่งได้เข้ามาหารือกับตนเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยดีอีได้ขอให้ทางเฟซบุ๊กและติ๊กต่อกส่งรายงานการปิดเพจหรือบัญชีที่หลอกลวงด้านการเงินมายังกระทรวงอย่างสม่ำเสมอ เริ่มต้นสิ้นเดือนนี้เป็นต้นไป รวมทั้งขอให้ส่งบัญชีหรือเพจที่ขอเปิดให้บริการที่มีคีย์เวิร์ดบ่งชี้ว่า อาจเป็นเพจหรือบัญชีหลอกลวงทางการเงิน เช่น รวย หรือชวนลงทุนออนไลน์ มาให้ดีอีช่วยตรวจสอบด้วย เพื่อจะได้ช่วยกันทำงาน โดยพบมีบัญชีให้บริการลงทุนออนไลน์ในไทยระดับ 200-300 ราย“การหารือในครั้งแรกเป็นไปด้วยดี เราหวังว่าจะได้เห็นความตั้งใจจริงของเฟซบุ๊กและติ๊กต่อก ที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทย”นอกจากนั้น ยังได้มีการหารือกันถึงกรณีการปล่อยเฟกนิวส์อิงกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส โดยมีทั้งคนร้ายที่หลอกขอบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลไปจนถึงการหลอกลวงว่าสามารถช่วยเหลือให้ได้กลับประเทศไทยได้แต่ต้องโอนเงินเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งขอย้ำเตือนว่าไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น อย่าหลงเชื่อและหากต้องการติดต่อสื่อสาร“ดีอีโดยบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ยังได้อำนวยความสะดวกให้สามารถติดต่อสื่อสารได้ฟรี ทั้งฝ่ายโทร.เข้าและรับสายจากอิสราเอล หรือไปยังอิสราเอล โดยโทร.เข้าระบบ 001 800 001 หลังเสียง IVR กด 009 ตามด้วยหมายเลขปลายทาง โทร.ได้ทุกเครือข่ายด้วย”และเพื่อให้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ ดีอีได้ริเริ่มจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์เพื่อให้มีการดำเนินงานรวมศูนย์แบบ One Stop Service โดยประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อสามารถโทร.เข้าเพื่อแจ้งระงับธุรกรรม รวมทั้งอายัดบัญชีทันที รวมทั้งให้คำแนะนำคำปรึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยออนไลน์ โดยมีกำหนดเปิดศูนย์ในวันที่ 1 พ.ย.66 ในรูปแบบของคอลเซ็นเตอร์ 100 คู่สาย ตลอด 24 ชั่วโมง.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่