นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดเผยว่า สวรส.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และโรงเรียนแพทย์ต่างๆ ดำเนินแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย พ.ศ. 2563-2567 ทำการถอดรหัสพันธุกรรมคนไทย เป้าหมาย 5 หมื่นคน ใช้งบประมาณ 4,470 ล้านบาท ซึ่งมีอาสาสมัครเข้าร่วม 30,000 คน สามารถถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมเมื่อเดือน ก.ย.2566 ไปแล้วได้ถึง 20,000 คน ในผู้ป่วย 5 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหายาก โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคติดเชื้อ และผู้ป่วยแพ้ยา ซึ่งถือว่ากำลังจะก้าวผ่านครึ่งทางของเป้าหมายการถอดรหัสพันธุกรรมของคนไทย โดยวาระเร่งด่วน คือการจัดทำเกณฑ์การขอใช้ข้อมูลที่ได้ถอดรหัสพันธุกรรมแล้วไปใช้ประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ทั้งนี้ โครงการนี้มีส่วนสนับสนุนนโยบายของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สธ. เช่น การส่งเสริมการมีบุตร โดยจีโนมิกส์จะช่วยให้เด็กเกิดใหม่มีคุณภาพ ป้องกันความเจ็บป่วยจากโรค ความพิการ พัฒนาการช้า มะเร็งครบวงจร จีโนมิกส์จะทำให้เกิดการรักษาที่เรียกว่าเฉพาะเจาะจง ที่จะทำให้อัตราการรอดชีวิตจากมะเร็งสูงขึ้น เป็นต้นนพ.ศุภกิจกล่าวต่อว่า สำหรับเฟส 2 ของโครงการจีโนมิสก์ประเทศไทยนั้น เมื่อถอดรหัสพันธุกรรมครบ 50,000 คนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ก็จะขยายฐานข้อมูลพันธุกรรมให้มากขึ้น เป็น 80,000-100,000 คน ที่ครอบคลุมในทุกกลุ่มโรคมากขึ้น เนื่องจากการถอดรหัสสารพันธุกรรม ยิ่งทำมาก ประโยชน์ที่สะท้อนกลับมาจะยิ่งเห็นชัดมากขึ้น นำไปสู่การเกิดองค์ความรู้ใหม่ที่ทำให้เราเข้าใจโรคได้อย่างลึกซึ้ง หรือทำให้การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นสามารถทำได้รวดเร็ว การวินิจฉัยและการรักษาแม่นยำยิ่งขึ้น.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่