“ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรม เผยส่งตัวเด็กชายผู้ก่อเหตุไปที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์แล้ว เพื่อวินิจฉัยสภาพจิตว่าจะรักษาหรือให้ยา ด้านพ่อเด็กผู้ก่อเหตุเคลื่อนไหวแล้ว ส่งข้อความแสดงความเสียใจ-ขอรับผิดชอบ ขณะที่เด็กชายผู้ก่อเหตุยอมรับก่อนก่อเหตุเข้าไปซ้อมในสนามยิงปืนมากกว่า 20 ครั้ง เผยผู้ต้องหาที่ถูกจับ ขายปืนไปกว่า 100 กระบอกภายใน 1 ปี ผบ.ตร. รับลูกสั่งระดมกวาดล้างปืน 2,300 จุดทั่วประเทศ ส่วนการชดใช้รัฐ-พารากอน เยียวยาคนตายรายละ 6.2 ล้าน คนเจ็บ 3.5 แสนยังคงต้องติดตามกันต่อ กรณีคนร้ายเด็กชายวัย 14 ปี แต่งกายในชุดพร้อมรบ ก่อเหตุใช้ปืนกราดยิงประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทุกภาคส่วนของสังคมและผู้เกี่ยวข้องเริ่มตระหนักถึงภัยร้ายแรงของการขาดมาตรการควบคุมการครอบครองอาวุธปืนอย่างเป็นระบบ ก่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งกวาดล้างตัดวงจรการซื้อ-ขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย ยกระดับความเข้มการออกใบอนุญาตครอบครองปืน รวมทั้งแก้กฎหมายให้มีความเหมาะสมเป็นปัจจุบัน คุมตัวก๊วนขายปืนมาสอบต่อ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ สน.ยานนาวา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ต.ค. พ.ต.อ.กันตภณ โพธิ์อ๊ะ ผกก.สน.ยานนาวา ทยอยนำตัวผู้ต้องหา 3 คนประกอบด้วยนายสุวรรณหงษ์ พราหมร์คณาจารย์ อายุ 45 ปี นายอัครวิชญ์ ใจทอง อายุ 22 ปี และนายปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ อายุ 31 ปี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายอาวุธปืน กระสุนปืน และแมกกาซีนปืน ให้เยาวชนอายุ 14 ปี ไปใช้ก่อเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน มาสอบปากคำเพิ่มเติมซื้อ–ขายกันกว่า 100 กระบอกพ.ต.อ.กันตภณเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนของ สน.ปทุมวัน สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในชั้นจับกุมนั้นนายสุวรรณหงษ์ และนายอัครวิชญ์ 2 ผู้ต้องหาพ่อลูกที่ถูกจับที่ จ.ยะลา ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่พนักงานสอบสวนมีหลักฐานที่สามารถเอาผิดได้อย่างแน่ชัด มีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินแสดงเวลาที่สอดคล้องกับการขายปืนให้กับเด็กชายผู้ก่อเหตุ รวมไปทั้งหลักฐานอื่นๆด้วย ส่วนนายปิยะบุตร คนขายกระสุนปืน ในชั้นจับกุมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เตรียมฝากขังผู้ต้องหาทั้งสามในวันที่ 7 ต.ค. ระหว่างนี้จะมีการขยายผลเรื่องปืนว่ามาจากไหนและผู้ซื้อเป็นใคร นำไปใช้ทำอะไรบ้าง เพราะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีการซื้อ-ขายปืนดัดแปลงเกินกว่า 100 กระบอก ต้องใช้เวลาขยายผลมากพอสมควร มีรายงานด้วยว่าพนักงานสอบสวนคดีนี้เตรียมออกหมายจับผู้ที่เชื่อมโยงกับเหตุครั้งนี้เพิ่มอีก 2-3 คนผู้ต้องหารับซ้อมยิงกว่า 20 ครั้งต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ถึงกรณีสนามยิงปืนที่มีคลิปขณะเด็กชายวัย 14 ซ้อมยิงปืนอย่างคล่องแคล่ว พล.ต.ต.ธีรเดชยืนยันว่า สนามยิงปืนที่เห็นในคลิปนั้นเป็นสนามยิงปืนของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนหรือสนาม รด. ผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการได้นั้นจะต้องเป็นสมาชิก หากว่าเป็นผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี ตามกฎทั่วไปของสนามยิงปืนจะต้องมีผู้ปกครองไปด้วย ผู้สื่อข่าวถามสอบถามเพิ่มเติมว่าผู้ต้องหามาใช้บริการบ่อยเเค่ไหนนั้น พล.ต.ต.ธีรเดชตอบว่า จากคำให้การของผู้ต้องหา ก่อนก่อเหตุเจ้าตัวไปซ้อมยิงปืนกว่า 20 ครั้ง ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ยังปักใจเชื่อไม่ได้ เนื่องจากเป็นที่ทราบผู้ต้องหามีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ตั้งแต่ก่อเหตุจนถูกจับกุม ประกอบกับมีประวัติการเข้ารักษาอาการทางจิต ในส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมายืนยันประกอบสำนวนคดีญาติสาวจีนอยู่ระหว่างทำใจพล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 เผยถึงกรณีศพของ น.ส.จ้าว จินหนาน อายุ 34 ปี สาวจีน ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุครั้งนี้ ยังไม่มีการทำเรื่องรับศพออกจากสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร. ว่า หลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนประสานกับพนักงานสอบสวนเรื่องเอกสารต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าทางญาติน่าจะยังไม่พร้อมและยังทำใจไม่ได้ ยังไม่มีกำหนดการรับศพออกมาบำเพ็ญกุศล ส่วนจะนำร่างผู้เสียชีวิตรายนี้กลับประเทศจีนหรือไปบำเพ็ญกุศลที่ใด หลังจากนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนกับญาติๆเป็นผู้แจ้งเรื่องประสานกับเจ้าหน้าที่สถาบัน นิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งไปรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ฯที่สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการรับตัว ด.ช.วัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุกราดยิงในห้าง ภายหลังเป็นประธานมอบโล่เชิดชูเกียรติผู้มีผลงานปราบปรามยาเสพติดรายสำคัญว่า ขณะนี้เด็กชายผู้ก่อเหตุอยู่ในความควบคุมดูแลของกรมพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน มีแพทย์ตรวจประเมินสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็ก ก่อนทีมจิตแพทย์ที่ตรวจสอบเบื้องต้นมีความเห็นควรส่งตัวเด็กชายไปเข้ารับการรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ แต่ไม่เห็นรายละเอียดชัดเจนเด็กชายมีอาการทางจิตอย่างไร เป็นเพียงสรุปรายงานที่ได้รับทราบเท่านั้นและในทางกฎหมายไม่สามารถเปิดเผยเรื่องอาการสุขภาพของเด็กได้ ขอให้เป็นไปตามความเห็นของแพทย์ อีกทั้งกรมพินิจฯมีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่สำหรับเข้าร่วมดูแลเด็กเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้ไม่ได้เน้นย้ำกำชับในเรื่องใดเป็นพิเศษแก่กรมพินิจฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะมีขั้นตอนการดำเนินการและรายงานให้ตนรับทราบต่อเนื่อง อีกทั้งเรื่องสำคัญอีกประการคือการที่เจ้าหน้าที่ของกรมพินิจฯจะต้องลงพื้นที่สืบเสาะ สืบสวนค้นหาสาเหตุที่ทำให้เด็กชายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อที่จะได้ร่วมกันออกแบบกลไกป้องกันไม่ให้มีเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกรักษาเสร็จส่งกลับมาที่สถานพินิจฯ“หากเด็กชายเข้ารับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางเสร็จสิ้นกระบวนการเป็นที่เรียบร้อย และเมื่อถึงวันนั้น แพทย์จะพิจารณาส่งกลับมายังสถานพินิจฯ มีโปรแกรมบำบัดฟื้นฟู เพื่อพัฒนาพฤตินิสัยซึ่งจะเป็นในส่วนของเด็กที่อยู่ภายใต้การดูแลของสถานพินิจฯทุกคนจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพต่างๆ เป็นต้น” พ.ต.อ.ทวีกล่าวเดินทางไปตั้งแต่เย็นวันที่ 5 ต.ค.มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า เด็กชายวัย 14 ปี ถูกส่งตัวไปยังสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์แล้วตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 5 ต.ค. อยู่ระหว่างการประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นอย่างต่อเนื่องของทางทีมแพทย์เฉพาะด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น เนื่องจากนักจิตวิทยาและนักสหวิชาชีพของสถานพินิจฯและจิตแพทย์ได้มีการประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นร่วมกัน เห็นควรนำส่งเด็กชายให้ได้รับการรักษาหรือได้รับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางจิตเวชเด็กและวัยรุ่น คณะทำงานของกรมพินิจฯประสานไปยังผู้เชี่ยวชาญของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ขณะนี้เด็กชายอยู่ระหว่างการประเมินสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่องของทีมแพทย์เฉพาะทางและยังไม่สามารถทราบได้ว่าทีมแพทย์ของสถาบันกัลยาณ์จะมีผลพิจารณาให้เด็กชายเข้านอนพักรักษาตัว (Admit) หรือให้สั่งจ่ายยารักษาแทน เป็นดุลพินิจความเห็นของแพทย์ผู้รักษา ทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าเด็กชายมีอาการป่วยจิตรุนแรงหรือแสดงความก้าวร้าว แต่เพียงเเพทย์และคณะนักจิตวิทยาลงความเห็นร่วมกันว่าควรส่งตัวให้แพทย์เฉพาะทางได้ทำการประเมินมากกว่ายังไม่มี ก.ม.ควบคุม “แบลงก์กัน”ขณะที่ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ไปร่วมงานดังกล่าวด้วย เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า หลังเกิดเหตุนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง พร้อมสั่งการ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุวิมล ผบ.ตร. ให้เรียกประชุมคณะทำงาน เพื่อเร่งศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับแบลงก์กัน เนื่องจากแบลงก์กันไม่ได้เป็นอาวุธในทางกฎหมาย ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย สามารถนำเข้าโดยผ่านขั้นตอนทางศุลกากร ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้อมูลว่าในประเทศไทยมีแบลงก์กันอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวเลขโดยประมาณมีอยู่หลายพันกระบอก ต้องมีการหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อควบคุมแบลงก์กัน ในส่วนเรื่องการขนส่งหรือ โลจิสติกส์มีการพัฒนาไปมาก แต่ระบบตรวจสอบการขนส่งพัสดุนั้นยังไม่มี ถือเป็นช่องทางให้มีการส่งสิ่งผิดกฎหมายกันโดยง่ายดาย ตรงนี้ก็ควรจะต้องมีการควบคุมด้วยเช่นเดียวกันมท.1 ย้ำกฎเหล็ก 8 ข้อต้องใช้ทันทีที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึง 8 มาตรการที่กระทรวงมหาดไทยออกมาเพื่อควบคุมอาวุธปืนให้ลงทะเบียน ประกอบด้วย บีบีกัน แบลงก์กัน ที่เคยถูกมองเป็นของเล่นว่า มันไม่ใช่ของเล่น เพราะมีการนำมาดัดแปลงและสามารถทำอันตรายถึงชีวิต ต้องควบคุมไม่ให้เข้าถึงโดยง่าย ใครครอบครองต้องนำมาจดทะเบียน จากนี้อาจกำหนดหมายเลขปืนแต่ละกระบอก ปืนเหล่านี้จะไม่เพิ่มขึ้นอีก เมื่อถามถึงมาตรการควบคุมปืนเถื่อน นายอนุทินตอบว่าปืนเถื่อนเป็นปืนที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว จากนี้จะเพิ่มโทษแก่ผู้ที่ครอบครอง ขอให้ผู้ที่ครอบครองเร่งนำมามอบแก่ทางราชการเพราะถ้าตรวจสอบพบจะต้องเจอกับโทษหนัก ขณะนี้เราพักการออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนแล้ว จะไม่มีการจดทะเบียนขึ้นมาใหม่ ส่วนพวกสิ่งเทียมอาวุธปืนก็ให้มาขึ้นทะเบียน เราสร้างเงื่อนไขให้ผู้ที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ต้องใช้อย่างรอบคอบที่สุด ขอย้ำว่า 8 มาตรการที่กล่าวไว้ต้องบังคับใช้ทันที“บิ๊กต่อ” สั่งจับปืนกว่า 2,300 จุดมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการประชุม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สั่งเปิดแผนปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรมอาวุธปืน มีเป้าหมายกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ มีทั้งแหล่งรับซื้ออาวุธปืน โรงงานแหล่งผลิต และแหล่งดัดแปลงแบลงก์กัน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เป็นผู้นำข้อมูลเป้าหมายส่งให้กับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการระดมดวาดล้างตามแผน “เศรษฐา” มั่นใจในความปลอดภัยที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 11.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตอบคำถามผู้สื่อข่าวของประเทศจีนถึงกรณีดังกล่าวหลังประเทศไทยเป็นจุดมุ่งหมายที่ยอดเยี่ยมติดต่อมาหลายปี ว่าเมืองไทยยังคงให้การต้อนรับเหมือนเดิม เรายังต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและยังมั่นใจในมาตรการดูแลเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ยืนยันมั่นใจในมาตรการทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเรื่องความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เรื่องการเข้าถึงอาวุธได้ง่ายต้องลดลง“ปานปรีย์” เชื่อส่งผลกระทบระยะสั้นที่ทำเนียบรัฐบาล นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ ใน 1-2 วันนี้คงเรียบร้อย ส่วนจำนวนที่เยียวยาเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงไป ขณะที่สถานทูตที่มีประชาชนได้รับผลกระทบ ไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเติมเข้ามา เพราะรู้ว่ารัฐบาลไทยและห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนดำเนินการอยู่และทางห้างได้แสดงความรับผิดชอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว รวมทั้งรัฐบาลให้การสนับสนุนในเรื่องของเงินช่วยเหลือเยียวยา ทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเต็มแม็ก ไม่มีอะไรต้องกังวล ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติเองก็มีประกันภัยอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เราไม่สามารถควบคุมเด็กอายุ 14 ปีได้ คิดว่าชาวต่างชาติเข้าใจ และอยู่ที่ว่าหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการอย่างไร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อยู่ระหว่างวางมาตรการที่ชัดเจน 2 มาตรการ คือ มาตรการแรกการเยียวยา อีกมาตรการคือการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก หาก 2 มาตรการมีความชัดเจนเชื่อว่าชาวต่างชาติจะกลับมาให้ความเชื่อมั่นประเทศไทยอีกครั้ง คิดว่าผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจะเกิดในระยะสั้นรัฐ–พารากอนจ่าย 3.5 แสน–6.2 ล้านที่กระทรวงการต่างประเทศ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พล.ต.ต.อภิชาติ สิริบุญญา รรท.ผบช.ทท. ร่วมแถลงข่าวที่ศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ (Situation Command Center: SCC) ตั้งขึ้นเพื่อประสานข้อมูลจากเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน น.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า จากกรณีเหตุกราดยิงครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้บาดเจ็บ 5 ราย ทางภาครัฐและเอกชนจะมอบเงินเยียวยาให้แก่ผู้เสียชีวิต รายละ 6.2 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินเยียวยาจากภาครัฐ รายละ 1.2 ล้านบาท มาจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย รายละ 1 ล้านบาทและจากกระทรวงยุติธรรม รายละ 2 แสนบาท และห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ร่วมมอบอีกรายละ 5 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บ 5 รายเมื่อออกจากโรงพยาบาล ภาครัฐจะเยียวยารายละ 5 หมื่นบาทและห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนมอบอีกรายละ 3 แสนบาท รวมเป็นรายละ 3.5 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีบริษัทกิฟฟารีนแสดงความประสงค์มอบเงินสมทบให้ภาครัฐนำไปร่วมดำเนินการเยียวยาอีก 1 ล้านบาทซึ่งในรายละเอียดจะพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ จะเร่งรัดขั้นตอนการจ่ายเงินของภาครัฐโดยเร็ว ส่วนของภาคเอกชนสามารถจ่ายให้ญาติผู้เสียชีวิตได้ทันที ผบ.ตร.เยี่ยมคนเจ็บที่ รพ.ตร.ที่ รพ.ตร. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ที่ยังคงรักษาตัวที่ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 รพ.ตร. พร้อมมอบเงินและกระเช้าผลไม้ สิ่งของ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ทั้งนี้ ผบ.ตร.สอบถามอาการและให้กำลังใจ อีกทั้งได้กำชับให้ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจดูแลผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ ซึ่งอาการผู้ได้รับบาดเจ็บดีขึ้นแล้ว ผบ.ตร.กำชับว่าหากทีมแพทย์ของ รพ.ตร.พิจารณาอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ให้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกในการส่งกลับถึงที่พักให้เรียบร้อยทบ.เชื่อมีผู้พามายิงในสนาม รด.วันเดียวกัน ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกแจ้งว่า กองทัพบกเร่งตรวจสอบข้อมูลสนามยิงปืนหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) พร้อมให้ข้อมูลและสนับสนุนการปฏิบัติของตำรวจ สืบเนื่องจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ภายหลังปรากฏคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพของผู้ต้องหาขณะซ้อมยิงปืนในสนามยิงปืน ภายหลังการตรวจสอบพบว่าเป็นสนามยิงปืนของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน สนามยิงปืนแห่งนี้เปิดบริการแก่สมาชิกเข้ามาฝึกซ้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกีฬายิงปืน รวมถึงเพื่อฝึกฝนการใช้อาวุธปืนให้กับกำลังพลและบุคคลทั่วไปที่สนใจ ระเบียบของสนามยิงปืนแห่งนี้ อนุญาตให้สมาชิกสามารถนำบุคคลอื่นที่สมาชิกรับรอง มาใช้บริการที่สนามยิงปืนได้และต้องปฏิบัติตามกฎของสนามยิงปืนอย่างเคร่งครัด จากการตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้เป็นสมาชิกของสนามยิงปืน สันนิษฐานว่ามีสมาชิกคนอื่นพาเข้ามา รวมถึงเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังจนถึงวันที่มีข้อมูลบันทึกไว้เป็นเวลา 10 วัน ไม่พบภาพของผู้ต้องหาดังกล่าว ปัจจุบันทางหน่วยอยู่ระหว่างตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่ในสนามยิงปืนทั้งหมด เพื่อรวบรวมข้อมูลการเข้าใช้สนามยิงปืนของผู้ต้องหา กองทัพบกได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนกับหน่วยงานตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้วบช.ทท.ออกแถลงการณ์ 3 ภาษาพล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบช.ทท. รักษาราชการแทน ผบช.ทท. ออกแถลงการณ์ถึงเหตุกราดยิงในครั้งนี้เป็น 3 ภาษา ประกอบด้วยไทย จีน และอังกฤษ ส่งต่อไปในโลกออนไลน์ สื่อต่างประเทศ รวมไปถึงผู้แทนรัฐบาลหลายๆประเทศ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ทั้งหมดมีใจความสรุปว่า ก่อนอื่นใดนั้นในนามของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขอยืนยันว่าประชาชนคนไทยทุกคนก็รู้สึกเสียใจ เศร้าใจ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย ปัจจุบันผู้บาดเจ็บทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งหมดแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารทุกภาคส่วน ได้ให้ความใส่ใจ ไปเยี่ยมเยียนและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันเกิดเหตุวิงวอนทุกฝ่ายงดส่ง “เฟก นิวส์”สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทำงานกันอย่างเป็นทีมและมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในที่เกิดเหตุ จะมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป ทั้งนี้ ขอวิงวอนไปยังคนไทยและนักท่องเที่ยวทุกมุมโลก กรุณาอย่าส่งข้อความหรือข่าวอันไม่เป็นความจริงใด อันเป็นการกระทบต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและเป็นการกระทบต่อความรู้สึกของผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้สูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้อีก หากท่านมีข้อสงสัยหรือข้อกังวลอื่นใด ท่านสามารถสอบถามข้อมูลที่ถูกต้องได้จากหน่วยราชการในประเทศของท่าน หรือจากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือสถานทูตไทย ที่ตั้งอยู่ในประเทศของท่านได้ พ่อเด็กส่งข้อความรับผิด-เสียใจสุดซึ้งต่อมาในช่วงเย็น ศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์รับการติดต่อจากผู้ปกครองของเด็กชายผู้ก่อเหตุ เพื่อเผยแพร่ข้อความแสดงความเสียใจต่อกรณีที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 ต.ค. มีใจความสรุปว่า “ผมและครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งและขอโทษอย่างที่สุดกับผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของลูกชายของเราที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ผมและครอบครัวต้องขออภัยที่ไม่ได้สื่อสารต่อสาธารณะให้เร็วกว่านี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมและครอบครัวอยู่ในระหว่างกระบวนการและขั้นตอนทางกฎหมาย ลูกชายเราถูกควบคุมตัวไว้ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามคำสั่งศาลคดีเด็กและเยาวชน ผมและครอบครัวไม่ได้ยื่นขอประกันตัวเพราะผมและครอบครัวตั้งใจจะให้ความร่วมมือกับทางการอย่างเต็มที่ ในการค้นหาข้อเท็จจริงและให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงซ้ำอีก เราเสียใจและตกใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และน้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่เท่าที่เราสามารถจะทำได้ ทั้งขอให้คำมั่นว่าเราจะให้ความร่วมมือกับตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐและทุกหน่วยงาน ในการดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งบรรเทาและเยียวยาผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ดีที่สุด ผมและครอบครัวกราบขอโทษและขอขมาต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว เป็นผู้ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากเหตุการณ์นี้และทุกคนจากใจด้วยความเคารพครับ”เข้าขมาศพสาวเมียนมาที่ศาลา 2 วัดผาสุกมณีจักร ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เวลา 19.00 น. พ่อของเด็กอายุ 14 ปี เดินทางเข้าร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ น.ส.โมมิน สาวชาว เมียนมา ที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ก่อนเข้าขอโทษกับนายจ้าง พร้อมยื่นซองเงินเยียวยาช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต ก่อนเปิดใจ กับสื่อมวลชนครั้งแรก ขอโทษผู้ได้รับความเสียหายทุกคนและสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวกล่าวว่า รู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พร้อมรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและ ช่วยเหลือเงินเยียวยาทุกอย่างที่เกิดขึ้น อยากจะขอโทษ ทางห้างสรรพสินค้าและทุกๆฝ่ายที่ต้องมารับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องการดำเนิน คดีตามกฎหมาย เบื้องต้นแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ไป ประกันตัวลูกชายในชั้นศาล ส่วนกรณีที่มาร่วมพิธี สวดอภิธรรมศพล่าช้า เนื่องจากประสานงานในเรื่องของลูกชายอยู่ รายละเอียดอื่นๆขอให้การในชั้นศาลหลังให้สัมภาษณ์พ่อของผู้ก่อเหตุเข้าไปเคารพศพ น.ส.โมมิน เพื่อขอขมาศพและเดินทางกลับโดยทันที โดยไม่ได้พบกับครอบครัวของผู้ตาย พร้อมมอบ ซองค่าช่วยเหลือเยียวยาฝากไว้กับนายจ้างอ่านข่าว "ยิงกันที่พารากอน" เพิ่มเติม