ต้นกำเนิดของวงแหวนดาวเสาร์ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของโลก คือหนึ่งในความลึกลับที่นักวิทยาศาสตร์พยายามไขคำตอบมานาน จนเมื่อเร็วๆนี้ มีงานวิจัยเผยแพร่ในวารสาร The Astrophysical Journal โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากองค์การนาซาสหรัฐฯ มหาวิทยาลัยเดอรัม ในอังกฤษ และมหาวิทยาลัยกลาสโกว ในสกอตแลนด์ เผยได้ความกระจ่างใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของวงแหวนดาวเสาร์แล้วจากการจำลองใหม่ด้วยเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ COSMA ที่มหาวิทยาลัยเดอรัม ได้ให้คำตอบถึงต้นกำเนิดวงแหวนดาวเสาร์ พบว่าเกี่ยวข้องกับการชนกันครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ล่าสุดของระบบสุริยะที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 4,500 ล้านปีก่อน งานวิจัยใหม่ระบุว่าวงแหวนดาวเสาร์อาจวิวัฒนาการมาจากเศษซากของดวงจันทร์น้ำแข็ง 2 ดวงที่ชนกันและแตกสลายเมื่อไม่กี่ร้อยล้านปีที่แล้ว อดีตดวงจันทร์ทั้ง 2 ดวงนั้นน่าจะมีขนาดใกล้เคียงกับดวงจันทร์ 2 ดวงในปัจจุบันของดาวเสาร์ นั่นคือดวงจันทร์ไดโอนี (Dione) และดวงจันทร์รีอา (Rhea)ทั้งนี้ ยานอวกาศแคสสินี ที่ยุติการทำงานและร่วงหล่นเผาไหม้ลงสู่ดาวเสาร์ไปแล้ว ทว่าได้เก็บข้อมูลมหาศาลส่งกลับมาโลก มีข้อมูลระบุว่าวงแหวนเหล่านี้เกือบจะเป็นน้ำแข็งบริสุทธิ์และมีมลพิษทางฝุ่นสะสมน้อยมากนับตั้งแต่วงแหวนก่อตัว บ่งชี้ว่าพวกมันก่อตัวขึ้นในช่วงเวลาไม่นาน.(Credit : NASA/JPL/Space Science Institute)อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่