“สุโขทัย” ยังอ่วมน้ำทะลักเข้าไม่หยุด โดยตลิ่งริมน้ำยมคอสะพานสิริปัญญารัตน์ อ.ศรีสำโรง พังอีกจุด ทำน้ำทะลักเข้าท่วม 2 ตำบล ขณะที่น้ำหลากไหลลงเมืองสองแคว เข้าทุ่งบางระกำแล้วกว่าร้อยละ 50 ส่วนแม่น้ำวัง-ปิง ยังเชี่ยวกราก กัดเซาะตลิ่งพังเป็นระยะ ขณะเดียวกันอุบลฯ-สกลนครก็ยังหนัก พนังกั้นน้ำก่ำฝั่งขวาขาด จนน้ำทะลักท่วมที่นาชาวบ้านเป็นบริเวณกว้าง ด้านนายกฯ สั่งรัฐมนตรี-สส.ใส่ใจดูแลผู้ประสบอุทกภัยเป็นพิเศษ รวมถึงการเยียวยา ยันจะไม่ทำงานแบบวัวหายล้อมคอกสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังรุนแรงในบางพื้นที่ เมื่อลำน้ำสายหลัก มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นและไหลเชี่ยวกรากจนทะลุแนวกั้น ทำตลิ่งพังเพิ่ม น้ำไหลหลากเข้าท่วมเป็นวงกว้าง นายกฯ ยันไม่วัวหายล้อมคอกเมื่อช่วงสายวันที่ 3 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแล ได้สั่งการให้รัฐมนตรีทุกคนใส่ใจเป็นพิเศษ และกำชับ สส.ที่อยู่ในการควบคุมดูแลลงพื้นที่ให้มาก ต้องดูแลคนที่เดือดร้อนทันที รวมถึงการเยียวยาพื้นที่เพาะปลูก ชดใช้ความเสียหาย ไม่อยากให้ทำงานเป็นลักษณะวัวหายล้อมคอก ฉะนั้นวันที่ 6 ต.ค. จะเดินทางลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เห็นจากพื้นที่เรียลไทม์ของกรมชลประทานแล้วมีความกังวล เพราะมีพื้นที่น้ำล้นเอ่อเกินจุดที่สบายใจ โดยตนจะลงไปสั่งการ และบอกเจ้าหน้าที่ไปแล้วให้เตรียมแผนงานไว้ด้วย เพราะปีที่ผ่านมา จ.อุบลราชธานี รู้สึกว่าน้ำท่วมมากและนานมากด้วย หากท่วมแป๊บเดียว พืชผลอาจจะไม่เสียหายมาก แต่ท่วมนานจะเสียหายมาก เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีทุกคนกังวล ทั้งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ได้รายงานสถานการณ์มาแล้ว และคงจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีแผนการบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง แต่ต้องขอเวลาเตรียมงานไร้เขื่อนกั้นน้ำยมทำสุโขทัยท่วมด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสุโขทัยว่า ขณะนี้ อ่างเก็บน้ำ และเขื่อนมีการกักเก็บน้ำเกินกว่าร้อยละ 50 ปัญหาทางภาคกลางยังมีอยู่ต้องติดตามเฝ้าระวัง เพราะแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไม่มีเขื่อนรองรับจังหวัดสุโขทัยถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะเป็นท้องกระทะเมื่อน้ำจากจังหวัดกำแพงเพชร พะเยาและแพร่ ล้นก็ไหลเข้าสู่จังหวัดสุโขทัย ผ่านไป 2วัน ความเสียหายในจังหวัดสุโขทัยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 1 แสนไร่ และประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 4 พันครอบครัว ตนได้สั่งการ ผวจ.แพร่และสุโขทัย ให้ป้องกันหากยังมีน้ำเติมเข้ามาในพื้นที่จะทำให้มีผลกระทบ ยืนยันว่าแต่ละจังหวัดที่อยู่รอบจังหวัดสุโขทัย ไม่มีปัญหาเรื่องการปล่อยน้ำ เพราะแม่น้ำยมไม่มีเขื่อน แต่ครั้งนี้ปริมาณน้ำไม่หนักเท่าปี 2554 ที่มีความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท และเนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีเขื่อนกั้น ทำให้เกิดความเสียหายทุกปี ทุกรัฐบาลมีความเข้าใจในการแก้ไขที่จะทำให้เกิดอย่างถาวร แต่ขณะนี้ฝั่งขวา แม่น้ำยม กำลังดำเนินการเรื่องฝายกั้น เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวแล้วตลิ่งริมน้ำยมทรุดเพิ่มอีกสำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยม ตลอดวันที่ 3 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าตรู่ที่บริเวณตลิ่งริมน้ำยมคอสะพานสิริปัญญารัตน์ หน้าวัดวังใหญ่ ม.6 ต.วังใหญ่ อ.ศรีสำโรง เกิดตลิ่งทรุดเป็นแนวยาวกว่า 700 เมตร จนน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.วังใหญ่ และไหลข้ามถนนสายสุโขทัย-วังไม้ขอน เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน 180 หลังคาเรือน ได้แก่ ม.6 ต.วังใหญ่ 40 หลังคาเรือน ม.8 ต.วังทอง 140 หลังคาเรือน ล่าสุดกระแสน้ำยังคงล้นและไหลเข้าท่วมพื้นที่อย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำยมจะเริ่มลดลงแล้ว แต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำและรับน้ำจากประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ หมู่ 9 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก ขณะที่ชาวบ้าน ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก ยังต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังบางจุดสูงกว่า 2 เมตร หลังจากมีการผันน้ำจากแม่น้ำยมลงประตูระบายน้ำฝั่งซ้ายบ้านคลองหกบาท ที่ ต.ป่ากุมเกาะ ทำให้มวลน้ำล้นคลองเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านโดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 5 และหมู่ 11 ต.คลองยาง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาต้องอาศัยรถไถวิ่งเข้าออกหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ต้องนำอาหารและน้ำดื่มลุยน้ำเข้าไปส่งให้กับชาวบ้านน้ำขยายวงท่วมทางรถไฟขณะเดียวกันมีรายงานว่าที่คลองแม่น้ำเก่า ต.คลองมะพลับ อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย เป็นคลองสาขาในการผันน้ำจากแม่น้ำยมที่ อ.สวรรคโลก ผ่านอ.ศรีนคร ไปลงแม่น้ำน่านของ จ.พิษณุโลก ระดับน้ำมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และล้นแนวกระสอบทรายที่กั้นไว้ จนท่วมสะพานทางรถไฟ ก่อนถึงสถานีคลองมะพลับ นายตระกูล หนูนิล นายอำเภอศรีนคร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเสริมแนวกระสอบทรายเพิ่ม ป้องกันอันตรายและเพื่อความปลอดภัยของขบวนรถไฟแล้ว ขณะที่วัดพลายชุมพล บ้านหางคลอง ม.5 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ เจ้าอาวาส ได้จัดตั้งโรงครัวเพื่อทำอาหารไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย ตามโครงการ “สังฆานุเคราะห์ คลายทุกข์” ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคมร่วมกตัญญูจัดถุงยังชีพช่วยขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. มูลนิธิร่วมกตัญญู โดย ดร.รัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิฯ มอบหมายให้นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์ ผู้จัดการมูลนิธิฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่-อาสาสมัครมูลนิธิฯส่วนกลาง ร่วมกันบรรจุถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ณ ลานอเนกประสงค์ มูลนิธิร่วมกตัญญู สำนักงานบางพลี เพื่อเตรียมลงพื้นที่ไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ต.วังใหญ่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย พร้อมอบหมายให้ ไทด์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์ นำ จนท.และอาสาสมัครนำไปส่งมอบในวันที่ 4 ต.ค. “พรหมพิราม–บางระกำ” ไม่รอดส่วนสถานการณ์น้ำหลากจาก จ.สุโขทัย เข้าสู่พื้นที่ จ.พิษณุโลก ท่วมแม่น้ำยมสายเก่าในพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ และ อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจาก จ.สุโขทัย น้ำได้หลากลงทุ่งบางระกำโมเดลแล้วร้อยละ 56 บางจุดได้ล้นตลิ่งคันดิน ไหลลงสู่พื้นที่ต่ำข้ามถนนลงสู่พื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะที่หมู่ 12 บ้านใหญ่สำราญ ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม เป็นหมู่บ้านที่ติดกับแม่น้ำยมสายเก่า น้ำเข้ามาท่วมบ้านเรือนหมดแล้ว และได้บ่าข้ามถนนไปยังทุ่งบางระกำโมเดลเหมือนเช่นทุกๆปี โดยชาวบ้านหลายหลังคาเรือน ทยอยขนข้าวของเครื่องนอนเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มาไว้บริเวณจุดที่ อบต.ท่าช้าง จัดเป็นที่พักชั่วคราวเพื่อรอน้ำลด ทั้งนี้ ปัจจุบันปริมาณน้ำแม่น้ำยมตอนบน จ.แพร่ และ จ.สุโขทัย แนวโน้มลดลง และมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นพื้นที่ตอนล่างในเขต จ.พิษณุโลก และจะส่งผลให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และจากการคาดการณ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมสายหลักและแม่น้ำยมสายเก่า (คลองเมม-คลองบางแก้ว) จะมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่วันที่ 3-7ต.ค.นี้ลำน้ำวังยังเพิ่มสูงขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก จ.ตาก ที่ได้รับผลกระทบจากลำน้ำวัง ยังไม่คลี่คลาย เมื่อมีมวลน้ำก้อนใหญ่จากลำปางไหลมาสมทบระดับน้ำในแม่น้ำวัง ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำได้กัดเซาะแนวคันดินพังทลายหลายจุด ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรในอำเภอสามเงา หลายหมู่บ้านระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ที่ตำบลยกกระบัตร น้ำได้ไหลมาสมทบกับน้ำใน ตำบลวังจันทร์ ตำบลวังหมัน อำเภอสามเงา และตำบลแม่สลิด เขตพื้นที่ติดต่ออำเภอบ้านตาก ชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ล่าสุดที่บ้านวังหวาย บ้านวังไคร้ บ้านวังหมัน ตำบลวังหมัน ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสะพานเข้าบ้านเอง เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านเกือบทุกครัวเรือนต้องนำเครื่องมือการเกษตรมาไว้บนถนน แล้วกางเต็นท์ขนาดใหญ่นอนเฝ้าป้องกันโจรผู้ร้ายเข้ามาขโมยเครื่องมือการเกษตรชาวบ้านผวาน้ำปิงเซาะตลิ่งส่วนที่ริมตลิ่งแม่น้ำปิง พื้นที่ ม.5 บ้านพิกุลทอง ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เมื่อช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน น้ำในแม่น้ำปิงได้กัดเซาะริมตลิ่งจนพังเสียหายเกือบจะถึงบ้านเรือนของประชาชน ถนนคอนกรีตที่ใช้สัญจรไปมาพังเสียหายจนใช้การไม่ได้ ขณะนี้มวลน้ำในภาคเหนือและพื้นที่จากฝนตกต่อเนื่องได้ไหลลงแม่น้ำปิงไหลเชี่ยวแรงและเพิ่มปริมาณสูงขึ้นทำให้ตลิ่งที่ถูกน้ำเซาะอยู่เดิมทำเสียหาย ระยะทางกว่า 100 เมตร โดยชาวบ้านต้องรีบช่วยกันขนของออกจากภายในบ้านก่อนที่ตลิ่งจะพังและบ้านถล่มไหลลงไปกับสายน้ำบริเวณดังกล่าว มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ตลิ่งเกือบ 10 หลังน้ำพนังกั้นน้ำก่ำฝั่งขวาขาดสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ที่ จ.สกลนคร เกิดเหตุพนังกั้นลำน้ำก่ำ ฝั่งขวาบริเวณหมู่ 3 บ้านหนองใส ตำบลโคกก่องอำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ถูกน้ำกัดเซาะขาด ทำให้มีมวลน้ำไหลเข้าท่วมที่นาของชาวบ้าน เป็นบริเวณกว้าง ตั้งแต่บ้านหนองน้ำใส บ้านบึงแดงบ้านโคกสูง บ้านโคกก่องหมู่ 2 และหมู่ 8 และบ้านหนองฮูดัง เขตอำเภอเมืองสกลนคร คาดการณ์ความเสียหาย 4,000 กว่าไร่ ขณะที่ทาง ผวจ.สกลนคร มอบหมายหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ และเบื้องต้นมีการซ่อมแซมด้วยการใช้กล่องแกเบี้ยนตาข่ายเหล็กใส่หินวางปิดกั้นทางน้ำ เสริมด้วยไม้ เพื่อเป็นพนังกั้นน้ำชั่วคราว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน และหากไม่มีฝนมาเติม ก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว น้ำล้อมบ้าน-วัดเข้าออกลำบากอีกด้านหนึ่งสถานการณ์แม่น้ำชีในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ กลับยังวิกฤติ หลังจากที่เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดชัยภูมิ จุดต้นกำเนิดแม่น้ำชีบนเทือกเขาภูเขียว และเทือกเขาภูแลนคา จากเขต อ.หนองบัวแดง ยังไหลลงสู่แม่น้ำชีผ่านมาที่ อ.หนองบัวระเหว อ.บ้านเขว้า อ.เนินสง่า และรอยต่อเขต อ.เมืองชัยภูมิ ส่งผลกระทบเกิดน้ำท่วมในพื้นที่รอยต่อกว่า 4 อำเภอ ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรขยายวงกว้างนับหมื่นไร่ โดยที่วัดเสี้ยวน้อย ในหมู่บ้านเสี้ยวน้อย ต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ น้ำได้หลากท่วมถนนเส้นทางเข้าวัดสูงกว่า 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ พระภายในวัดบ้านเสี้ยวน้อยถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวบ้านต้องหุงข้าว ประกอบอาหารไปถวายพระ สามเณรภายในวัดด้วยการใช้เรือเข้าไปแทน และมีบ้านเรือนของราษฎรในหมู่บ้านเสี้ยวน้อยที่มีอยู่กว่า 140 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนถูกน้ำท่วมพื้นที่รอบตัวบ้านเข้าออกไม่ได้ขณะนี้กว่า 30 หลังคาเรือน ทางท้องถิ่นได้เร่งนำตั้งเต็นท์มาตั้งเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ถูกน้ำท่วมอยู่บริเวณถนนปากทางเข้าหมู่บ้านเสี้ยวน้อยเป็นการด่วน“วารินชำราบ” น้ำท่วมขยายวงที่ จ.อุบลราชธานี สถานการณ์น้ำท่วมยังขยายวงกว้างมากขึ้น เบื้องต้นน้ำในแม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่งตีวงเข้าท่วมท้ายหมู่บ้านคู่สว่าง ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ บ้านเรือนประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้วกว่า 10 หลังคาเรือน ชาวบ้านคู่สว่างต้องอพยพหนีสิ่งของขึ้นไปอยู่บนชั้นที่ 2 ของตัวบ้าน ขณะที่โรงเรียนบ้านคู่สว่าง ครู ภารโรง และชาวบ้าน เข้ามาอพยพสิ่งของที่จำเป็นขึ้นไปพักไว้ที่ชั้น 2 ของตัวอาคารเรียน พร้อมจัดกำลังเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง และคาดว่าอีกไม่นานน้ำในแม่น้ำมูล จะไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ภายในของโรงเรียนลุ่มเจ้าพระยาน้ำเพิ่มต่อเนื่องสำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่มวลน้ำจากทางภาคเหนือยังคงไหลลงมาสมทบที่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเป็นจำนวนมาก โดยที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 1,648 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.76 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 12.10 เมตร/รทก. ระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ที่ 4.24 เมตร และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 1,341 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ที่สถานีวัดน้ำ C.3 บ้านบางพุทรา อ.เมืองสิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 1,150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้กรมชลประทานยังผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทางด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทั้งฝั่งตะวันอออกและฝั่งตะวันตกของลำน้ำอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ทางด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริม 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ลุ่มต่ำด้านท้ายเขื่อนและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เตรียมความพร้อมรับมือกับน้ำหลากในช่วงนี้ ฝนถล่มเมืองระยองอ่วมผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 ต.ค.ได้เกิดฝนตกหนักใน อ.เมืองระยอง ส่งผลให้มีน้ำท่วมถนนหลายสาย เช่น ถนนจันทอุดม เขตเทศบาลนครระยอง น้ำท่วมผิวจราจร บริเวณสี่แยกไฟแดงหน้าโรงเรียนอนุบาลอารีย์วัฒนา เจ้าหน้าที่ปิดช่องทางจราจรขาเข้าและขาออก ช่วงไฟแดงดังกล่าว พร้อมเร่งสูบน้ำลงท่อระบายน้ำ ขณะที่บริเวณถนนสาย บขส.ใหม่-แยกหนองโพรง ต.ทับมา อ.เมืองระยอง เกิดน้ำท่วมหนัก 2 ฝั่งถนน ระยะทาง 50 ม. ระดับน้ำ 1.40 ม. ส่งผลให้มีรถจมน้ำเสียหายหลายคัน เจ้าหน้าที่ ปภ.เทศบาลตำบลทับมา และกู้ภัย ต้องช่วยลากรถขึ้นจากน้ำ และคอยอำนวยความสะดวกรถที่สัญจรไปมา ขณะที่บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นตึกคูหาร้านค้า ได้รับความเสียหาย 10 หลัง เมื่อน้ำไหลเข้าบ้านข้าวของเสียหายทั้งหมด เช่นเดียวกับที่บริเวณสามแยกวงเวียนสำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง เกิดน้ำท่วมเช่นกัน รวมถึงบริเวณอุโมงค์ลอดใต้วงเวียนขาเข้าเมืองระยอง มีน้ำท่วมขัง ระดับน้ำอยู่ที่ 15 ซม.กันสาดหลังคา รพ.ศรีระยองถล่มนอกจากนี้ มีรายงานว่า ขณะเกิดฝนตกหนักในเมืองระยองนั้น ได้เกิดเหตุกันสาดหลังคา รพ.ศรีระยอง ริมถนนสายบายพาส 36 ม.4 ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง พังถล่ม มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหน้าห้องฉุกเฉินของ รพ. กันสาดโครงเหล็ก ยาว 200 เมตร กว้าง 50 เมตร พังถล่มลงมาแนบพื้น พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาด จนท.พยาบาลที่เห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือและนำส่งห้องฉุกเฉิน ด้านผู้ตรวจการพยาบาลศรีระยองเปิดเผยว่า ขณะกำลังเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่อยู่ มีฝนตกกระหน่ำอย่างหนัก จู่ๆ ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณด้านหน้าห้องฉุกเฉิน และพบว่ากันสาดขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าพังถล่มลงมา แม่บ้านที่กำลังทำงานอยู่ด้านหน้าถูกกันสาดพังถล่มทับ พนักงานที่เห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือนำส่งห้องฉุกเฉิน ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครเสียชีวิต และได้ประสานผู้รับเหมานำรถเครนจำนวน 2 คัน พร้อมด้วยคนงานมาเก็บกู้รื้อถอนพร้อมกั้นเขตไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณดังกล่าวฝนถล่มน้ำท่วมเมืองนครปฐมต่อมาช่วงเย็นถึงค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักในเขตเทศบาลนครนครปฐม ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาระบายน้ำไม่ทัน ประกอบกับน้ำในคลองเจดีย์บูชา น้ำล้นคลอง ไม่สามารถระบายได้ทัน จนเกิดน้ำท่วมขังอย่างหนักจากถนนทะลักเข้าท่วมบ้านพักอาศัยที่อยู่ริมถนน ระดับน้ำสูง 30-40 ซม. ขณะที่ภายในเขตเทศบาลนครนครปฐมตั้งแต่ด้านฝั่งประตูองค์พระปฐมเจดีย์ หน้า สภ.เมืองนครปฐม และถนนราชวิถี จากมหาวิทยาลัยศิลปากรมุ่งหน้าไปยังโรงแรมเวล บริเวณถนนขวาพระและบริเวณชุมชนพุทธรักษา หน้าห้างเทสโก้โลตัส นครปฐม ถนนเพชรเกษม ถือเป็นอีกจุดที่วิกฤติเนื่องจากน้ำท่วมขังอย่างหนัก รถต้องชะลอ เทศบาลนครนครปฐม นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งหลายจุดในเขตเทศบาล เพื่อระบายน้ำออกไปเส้นทางคลองบ้านแพ้วเตือนเหนือ–อีสานมีฝนเพิ่มด้านกรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายสภาพอากาศทั่วไปว่าในช่วงวันที่ 6-9 ต.ค. ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มขึ้น อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “โคอินุ” บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. คาดว่าในช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีนโดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยโดยตรงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่