“ปวีณา” พา 2 เหยื่อรอง สวป.เมาซิ่งรถชนบุกร้องขอความเป็นธรรมผู้การเมืองกรุงเก่า หลังไม่ยอมเหลียวแล ทั้งที่ผู้เสียหายอาการหนักต้องถูกตัดขา กลายเป็นคนพิการ แฟนหนุ่มเสียชีวิต ส่วนอีกรายกระดูกหักทั้งตัว ต้องใส่เกราะช่วยพยุง เมียตาย ใช้ชีวิตสุดแสนลำบาก สภาพจิตใจย่ำแย่ หนำซ้ำคนก่อเหตุเป็นตำรวจกลับไร้น้ำใจ ไม่เคยมาดู งานศพก็ไม่โผล่ ด้านผู้บังคับบัญชาเรียกเจ้าตัวมาเจรจาพร้อมเอ่ยคำขอโทษรับปากจากนี้ไม่หนีหน้าไปไหน หลังรถซ่อมเสร็จจะเอาไปขายหาเงินมาช่วยเยียวยา“ปวีณา” นำ 2 ผู้เสียหายถูกรอง สวป.เมาซิ่งชนบุกร้องขอความเป็นธรรมผู้บังคับบัญชา หลังไม่ยอมเหลียวแล เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ บก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา น.ส.วารุณี ม่วงละออ อายุ 22 ปี สภาพถูกตัดขาขวาเป็นคนพิการ และแขนขาหักต้องผ่าตัดดามเหล็กไว้ และนายณัฐวุฒิ อยู่ปราง อายุ 33 ปี สภาพกระดูกต้นคอหัก กรามหัก ซี่โครง แขนขวา และขาขวาหัก ต้องใส่เกราะพยุงตัวเข้าร้องขอความเป็นธรรม พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา หลังผู้เสียหายทั้งสองรายถูก ร.ต.ต.อัฑกร วังสะนา อายุ 53 ปี รอง สวป.สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เมาขับรถพุ่งชน แต่ไม่ยอมช่วยเหลือ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมานางปวีณาเปิดเผยว่า ผู้เสียหายสองคนมาร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะหลังเกิดเหตุคู่กรณีไม่เคยไปดูแล ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายได้รับผลกระทบอย่างมาก รายแรกนอกจากตัวเองต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญถูกตัดขา 1 ข้างแล้วแฟนหนุ่มที่ทำงานบริษัทเดียวกันก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย ขณะนี้น้องยังไม่สามารถไปทำงานได้ เพราะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องกู้หนี้ยืมสินเป็นค่าใช้จ่ายสูงเข้าออกโรงพยาบาล ส่วนรายที่สองอาการสาหัสภรรยาเสียชีวิต ทำให้ลูกสาวอายุ 9 ขวบ กำพร้าแม่ ตัวเองดูแลลูกไม่ไหว เพราะเดินแทบไม่ได้ พ่อแม่ต้องเข้าช่วยดูแลทั้งตัวเขาและลูกแทน“ทุกวันนี้ผู้เสียหายทั้งสองรายใช้ชีวิตลำบากมากทั้งเรื่องร่างกายและจิตใจที่ย่ำแย่ อยากให้ พล.ต.ต.ชยานนท์ช่วยติดตามคดีให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย รวมถึงช่วยเรื่องการเยียวยา เพราะไม่ใช่แค่ 2 ครอบครัวที่เดือดร้อน แต่ยังมีอีก 2 ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ต้องมาได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ด้วย” นางปวีณากล่าวและว่า อยากฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับพวกนักดื่ม และขอเตือนว่าถ้าขับรถอย่าดื่ม หากดื่มจะต้องไม่ขับ เพราะอาจเกิดหายนะสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองและผู้อื่นด้าน น.ส.วารุณีหนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมีชีวิตปกติเหมือนคนอื่น แต่วันนี้มาถูกตัดขาเพราะถูกตำรวจเมาขับรถมาชน ต้องกลายเป็นคนพิการ ยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง ตอนนี้มีพี่สาวคอยดูแล แต่ก็ลำบากเพราะบ้านยากจน ต้องไป กู้เงินเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา อยากให้ผู้ก่อเหตุเห็นใจมาดูแลเยียวยาบ้าง เพราะหลังเกิดเหตุมีตำรวจรวบรวมเงินมาช่วยเหลือครั้งเดียว 3 หมื่นบาท ส่วนผู้ก่อเหตุไม่เคยมาเลย อ้างว่าไปบวชขณะที่นายณัฐวุฒิเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตำรวจรวบรวมเงินมาช่วยเหลือ 2 หมื่นบาท ส่วนรอง สวป.ที่ขับรถชนไม่เคยมา แม้แต่งานศพภรรยาที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ไม่มา อ้างว่ากลัวจะถูกประชาทัณฑ์ ถ้ามาจริงคงไม่มีใครกล้าไปทำอะไร เพราะเป็นตำรวจ วันนี้คนก่อเหตุยังอยู่ดีปกติ แต่คนที่ตกเป็นเหยื่อกลับต้องมารับกรรม มันถูกต้องและยุติธรรมแล้วหรือหลังทราบเรื่อง พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก. พ.ต.อ.สมเจษฐ์ แม้นบุตร ผกก.สภ.วังน้อย ร่วมกับ น.ส.นฤมล พงษ์สุภาพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียก ร.ต.ต.อัฑกร วังสะนา ตำรวจที่ขับรถชนมาร่วมหารือกับผู้เสียหายสองราย และญาติผู้เสียชีวิต ร.ต.ต.อัฑกรกล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจกับทั้ง 4 ครอบครัว ที่ผ่านมาไม่ได้หนีไปไหน แต่เกรงว่าผู้เสียหายและญาติอาจยังโกรธอยู่ ตอนนี้อยู่ระหว่างซ่อมรถยนต์ที่มีเพื่อขาย น่าจะได้เงินประมาณ 4 แสนบาท จะนำเงินมาเยียวยา ทั้ง 4 ครอบครัวเพื่อบรรเทาทุกข์ก่อน จากนี้จะไปเยี่ยมให้กำลังใจไม่หนีหน้าไปไหนด้าน พล.ต.ต.ชยานนท์กล่าวว่า เบื้องต้นมอบเงินช่วยเหลือให้กับทั้ง 4 ครอบครัว วันนี้พนักงานสอบสวนทำสำนวนคดีส่งอัยการเพื่อสั่งฟ้องแล้ว ส่วนค่าเสียหายทางผู้ก่อเหตุมีทรัพย์สินเป็นรถยนต์ 1 คัน อยู่ระหว่างซ่อมแซม เมื่อเสร็จแล้วจะขายเพื่อนำเงินมาเยียวยาบรรเทาทุกข์ให้กับทั้ง 4 ครอบครัวโดยเร็ว ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุขอเวลาเพื่อหาเงินช่วยผู้เสียหายและไปบวชจึงยังไม่ได้ไปเยี่ยมเยียน และวันนี้ให้ผู้ก่อเหตุมาร่วมพูดคุยด้วยเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมเต็มที่