พื้นที่ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี เดิมเป็นเหมืองขุดถ่านหิน มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันการทำเหมืองยกเลิกไปเกือบร้อยปีที่แล้ว กลายสภาพเป็นที่สงวน เพื่ออนุรักษ์ให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ทุเรียนเคียนซา กำลังจะเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน เมื่อหน่วยงานสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอยื่นจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือจีไอ ให้กับทุเรียนเคียนซา ในนาม “ทุเรียนหมอนทองถิ่นถ่านหิน@เคียนซา หรือ ทุเรียนถ่านหิน”ณที นุ่นมา ประธานแปลงใหญ่ทุเรียนถิ่นถ่านหิน ให้ข้อมูล เดิมคนที่นี่ปลูกทุเรียนกันแบบตัวใครตัวมัน ส่งแต่ล้งทำให้ได้ราคาไม่ค่อยดี สำนักงานเกษตรอำเภอเคียนซา กรมส่งเสริมการเกษตรก็เข้ามาส่งเสริมให้สมาชิกทั้ง 67 ราย พื้นที่รวมเกือบ 800 ไร่ รวมตัวกันเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนถิ่นถ่านหิน ต.พ่วงนคร อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานีพร้อมกับเปลี่ยนแปลงแนวทางปลูกหลายอย่าง ตั้งแต่การใช้ชีวภัณฑ์ ลดการใช้สารเคมี ทำปุ๋ยจากเศษกิ่งใบทุเรียนเหลือทิ้ง ไปจนถึงเก็บผลผลิตที่แก่ด้วยเพราะมีแร่ธาตุในดินมาก โดยเฉพาะถ่านหิน ที่มีธาตุซัลเฟอร์ หรือกำมะถันปะปน เลยทำให้ทุเรียนที่นี่ต่างจากที่อื่น อันกลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวเปลือกบาง หนามแหลมเป็นรูปพีระมิด เนื้อแห้งละเอียด สีเหลืองอ่อน รสชาติมันนำหวาน รสออกไปทางหวานละมุนความหวาน 12 องศาบริกซ์ กลิ่นไม่ฉุน และกลิ่นจะออกมาเต็มที่เมื่อเวลาสัมผัสลิ้น เนื้อเต็ม เม็ดเล็กสำนักงานเกษตรอำเภอเคียนซา ภายใต้กรมส่งเสริมการเกษตร จึงร่วมกับหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ดันทุเรียนเคียนซาขึ้นเป็นอีกหนึ่งสินค้าจีไอของจังหวัดพร้อมกับออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้ได้มาตรฐาน ภายใต้สโลแกน “ทุเรียนถิ่นถ่านหิน ดินแดนเคียนซา หวาน มัน หอม อร่อย”.สะ–เล–เต