นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไทยฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ พบว่า กลุ่มที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน ทำให้ยากต่อการให้บริการและติดตามการฉีดวัคซีนโควิด-19 อีกทั้งยังพบปัญหาการออกเลขประจำตัวใหม่เพื่อระบุตัวตนที่อาจมีความซ้ำซ้อนเมื่อมีการย้ายสถานบริการสาธารณสุข ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคลจะช่วยให้กระบวนการทำงานทั้งป้องกัน เเละควบคุมโรคของประเทศไทยมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปี 2565 กรมควบคุมโรคได้ทดลองใช้การจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคลผ่านการสแกนม่านตาและการจดจำใบหน้าสำหรับผู้ไม่มีเอกสารประจำตัวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ทั้งกลุ่มแรงงานข้ามชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ลี้ภัยที่ต้องได้รับบริการสุขภาพที่จำเป็น ร่วมกับสภากาชาดไทยและศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติและกลุ่มผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ มากกว่า 60,000 คน โดยยึดหลักมนุษยธรรมเป็นสำคัญ พบว่า ผลการดำเนินงานประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และเมื่อสอบถามแนวทางปฏิบัติในโรงพยาบาลนำร่อง พบว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่ในพื้นที่มีความพึงพอใจของการใช้งานในระบบที่สามารถลดปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อนได้เป็นอย่างดีนพ.ธเรศกล่าวต่อว่า จากนั้นได้ร่วมกำหนดพื้นที่นำร่องในการนำเทคโนโลยีพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อการดูแลสุขภาพที่จำเป็น เช่น การป้องกันควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ที่มีประชากรข้ามชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ ตาก และชลบุรี โดยแบ่งระยะการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 เตรียมความพร้อมจะมีการจัดทำแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน ส่งอุปกรณ์ จัดอบรมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในการเรียนรู้ขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูล รวมถึงอบมรมให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว หรือ อสต. ระยะที่ 2 ลงพื้นที่จะเป็นการเก็บข้อมูล และประเมินผลการป้องกันควบคุมโรคในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ อาทิ บริการวัคซีนพื้นฐานในโรงพยาบาล เป็นต้น โดยกรมควบคุมโรคร่วมมือกับสภากาชาดไทย องค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย และศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ ด้านสาธารณสุข (TUC) เพื่อยกระดับระบบการยืนยันตัวบุคคลของกลุ่มดังกล่าวที่จะได้รับบริการสุขภาพที่จำเป็น ที่สถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ โดยเฉพาะในด้านการป้องกันและควบคุมโรคที่รวดเร็วและแม่นยำ.