กรมวิชาการเกษตรหนุนชุมชนฮักน้ำจางสู่ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีกรมวิชาการเกษตร เสริมองค์ความรู้เกษตรกรถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้สารชีวภัณฑ์และปุ๋ยชีวภาพผลิตพืชอินทรีย์ผ่านเกษตรกรแปลงต้นแบบ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรปลอดภัยเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรจังหวัดลำปาง มุ่งยกระดับคุณภาพการผลิตพืชของชุมชนสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย พร้อมเป็นต้นแบบชุมชนเกษตรอินทรีย์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดการประกวดชุมชนต้นแบบเกษตรอินทรีย์ ระดับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนในพื้นที่ 8 จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์... จังหวัดลำปางได้คัดเลือกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฮักน้ำจางเข้าร่วมการประกวด และได้รับรางวัลชุมชนต้นแบบเกษตรอินทรีย์ระดับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ปี 2563 ประเภทดีเด่นปีถัดมา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรลำปาง ได้มีโครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรปลอดภัยเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรจังหวัดลำปาง ภายใต้กิจกรรมหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบของจังหวัดลำปาง โดยได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตพืชอินทรีย์ผ่านเกษตรกรแปลงต้นแบบ ในพื้นที่กลุ่มเกษตรกรฮักน้ำจาง พร้อมยกระดับคุณภาพการผลิตเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย (Organic Thailand) และเป็นต้นแบบเกษตรอินทรีย์ในชุมชนและผู้สนใจทั่วไป โดยถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ การผลิตปุ๋ยหมักเติมอากาศ ปุ๋ยชีวภาพแหนแดง ไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทย และ การใช้ชีวภัณฑ์ไวรัส NPV ให้กลุ่มเกษตรกรชุมชนฮักน้ำจางกว่า 50 ครัวเรือนส่งผลให้เกษตรกรเปลี่ยนวิถีการผลิตพืชสู่การทำเกษตรอินทรีย์ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการปลูกผักท้องถิ่นกินตามฤดูกาล อาทิ ผักเชียงดา ผักกวางตุ้ง หอม และกระเทียม มีการใช้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน เพื่อรักษาพันธุกรรมท้องถิ่นเอาไว้โดยเฉพาะผักเชียงดาที่เป็นสมุนไพรเมืองเหนือได้มีการแปรรูปเป็นชาสมุนไพรเอกลักษณ์ของชุมชน ถือเป็นกลไกในการพัฒนาต่อยอดเป็นแหล่งศึกษาวิถีชีวิตของเกษตรกรในการทำเกษตรอินทรีย์และภูมิปัญญาท้องถิ่นปัจจุบันชุมชนบ้านฮักน้ำจางได้พัฒนาต่อยอดการผลิตพืชอินทรีย์จนเป็นที่ยอมรับในด้านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย (Organic Thailand) ปี 2564 มีเกษตรกรแปลงต้นแบบ 3 ราย ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกษ 9000 เล่ม 1-2552 และมีแนวโน้มขยายผลการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นในกลุ่มเกษตรกรฮักน้ำจาง ด้านการตลาด ผลผลิตที่ได้จะนำไปจำหน่ายที่โรงพยาบาลแม่ทะ ศาลากลางจังหวัดลำปาง และห้างสรรพสินค้า Big C ทุกวัน จำหน่ายที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วันจันทร์และวันศุกร์ จำหน่ายที่ห้างเสรีสรรพสินค้าวันอังคารและวันพุธ จำหน่ายที่ตลาดเกษตรทุกวันเสาร์และอาทิตย์ และโรงพยาบาลศูนย์ลำปางสั่งพืชผักอินทรีย์ไปประกอบอาหารให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลทำให้เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 300 บาทต่อวัน อีกทั้งได้นำผักเชียงดามาทำการแปรรูป เป็นชาเชียงดาและแคปซูลเชียงดาที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยส่วนกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสัมผัสวิถีชุมชนเกษตรอินทรีย์ อาทิ โรงผลิตชาและแปลงผักปลอดสารพิษมีการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ชาเชียงดา แหล่งศึกษาดูงานระบบการผลิตพืชอินทรีย์ การทำปุ๋ยหมักเติมอากาศ และการเลี้ยงขยายแหนแดงให้กับเกษตรกรในพื้นที่และผู้สนใจทั่วไป พร้อมทั้งส่งผลให้ชุมชนมีรายได้เพิ่ม และเพิ่มทางเลือกด้านการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน. ชาติชาย ศิริพัฒน์