จากปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในแม่น้ำแม่กลองและคลองสาขาที่ไหลผ่าน จ.สมุทรสงคราม และจากการทำประมงผิดกฎหมาย ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำลดลงโดยเฉพาะ “กุ้งก้ามกราม” ซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีราคาสูง เคยพบมากที่สมุทรสงคราม กลับมีจำนวนลดลงทางจังหวัดมอบหมายให้ สนง.ประมงจังหวัด จัดกิจกรรมเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามลงในแม่น้ำแม่กลองเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เริ่มตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2562 ด้วยการปล่อยกุ้งก้ามกรามลงสู่แม่น้ำแม่กลองจากการติดตามผลโครงการ การจัดเก็บข้อมูลการทำประมงจากผู้ประกอบอาชีพตกกุ้งก้ามกรามเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมและจับเพื่อไปประกอบอาหารเลี้ยงชีพแสดงให้เห็นว่าโครงการได้ผลการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่อีกทั้งการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามลงแม่น้ำแม่กลอง เป็นการสร้างต้นทุนทางทรัพยากรที่สำคัญสำหรับประชาชน เป็นทางเลือกให้บางรายประกอบอาชีพจับกุ้งก้ามกรามเป็นทางเลือกหนึ่งด้วยล่าสุด ทางจังหวัดได้ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามลงสู่แม่น้ำแม่กลอง กระจายไปใน 3 จุด จำนวนครึ่งล้านตัว!นายสมนึก พรหมเขียว ผวจ.สมุทรสงคราม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมกันปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามจำนวน 200,000 ตัว ที่ท่าน้ำวัดช่องลม ต.บ้านปรก อ.เมืองส่วน นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา รอง ผวจ.สมุทรสงคราม พร้อมด้วยนางกชนัฑ พัฒนะวิชัย นายอำเภออัมพวา หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ร่วมกันปล่อยกุ้งก้ามกรามจำนวน 200,000 ตัว บริเวณท่าน้ำวัดภุมรินทร์กุฎีทอง ต.สวนหลวง อ.อัมพวาและอีกจุด นายกรกฎ วงษ์สุวรรณ รอง ผวจ.สมุทรสงคราม พร้อม นายวุฒิชัย ยามโคกสูง นายอำเภอบางคนที นำหน.ส่วนราชการ ปล่อยกุ้งก้ามกรามจำนวน 183,000 ตัว ณ บริเวณท่าน้ำวัดเกาะแก้ว เขตเทศบาลตำบลกระดังงา อ.บางคนทีเป็นการสร้างต้นทุนทางทรัพยากรที่สำคัญสำหรับประชาชนในจังหวัดสมุทรสงครามจะได้ประโยชน์ ยกระดับคุณภาพชีวิต ตามแผนพัฒนาจังหวัดสมุทรสงครามได้อย่างดี.เสวก เกิดมา