รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล เปิดเผยว่า ม.มหิดลได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พัฒนาระบบค้นหากลุ่มเด็กยากจนและอยู่ในครอบครัวที่มีภาวะบกพร่อง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกนอกระบบการดูแลสุขภาพและระบบการศึกษา และเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 โดยทำงานร่วมกับครูปฐมวัย อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) อาสาสมัครพัฒนาสังคม (อพม.) กว่า 70 ชุมชน ศึกษาเด็กปฐมวัย 1,392 คน ในพื้นที่ชุมชนแออัด พบว่า ร้อยละ 41 ยากจนและขาดแคลนสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ร้อยละ 24 ต้องอยู่ในครอบครัวที่มีภาวะบกพร่องอย่างน้อย 2 ใน 5 ด้าน (ครอบครัวแตกแยก ตีกัน ติดคุก ติดยา สภาพจิตไม่ปกติ) ร้อยละ 28 ได้รับการเลี้ยงดูไม่เหมาะสมอย่างน้อย 1 ใน 5 ด้าน (ละเลยทางกาย ละเลยทางอารมณ์ ทำร้ายทางกาย ทำร้ายทางอารมณ์ ทำร้ายทางเพศ) และร้อยละ 77 มีพัฒนาการถดถอย ร้อยละ90 ขาดการศึกษาต่อเนื่อง จากผลที่ได้คาดประมาณได้ว่า ร้อยละ 23.6 ของเด็กในพื้นที่ชุมชนแออัดที่ต้องให้การ ช่วยเหลือ คิดเป็น 5,360 รายนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพฯได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนและการดูแลเด็กปฐมวัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งปี 2566 กทม.มีแผนนำร่องการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนผ่านกลไก Sandbox อย่างน้อย 30 แห่ง เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาคุณภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกมิติ อายุ 2 ถึง 8 ปี ให้มีความพร้อมเพื่อพัฒนาสุขภาพ ศักยภาพการเรียนรู้ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเด็กให้เติบโตไปด้วยกันทั้งเด็กปกติและเด็กที่มีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติต่างๆของสังคม.