“บิ๊กเด่น” เต้น สั่งสอบสวนกลางตรวจสอบคลิป “ตู้ห่าว” ในบ่อนจินหลิง ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส่งคลิปหลักฐานมาให้ตรวจสอบ อ้างเป็นภาพก่อนถูกบุกจับประมาณ 1 สัปดาห์ ย้ำให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาทุกประเด็น ถ้าเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่จะดำเนินการทั้งทางอาญา วินัย และปกครองอย่างเด็ดขาด ด้าน “วัชระ เพชรทอง” ยื่นหนังสือพร้อมคลิปเสียง อ้างว่าเป็นนายตู้ห่าวพูดถึงกระบวนการยุติธรรมซื้อได้ ขณะตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีจ้างวานพยายามฆ่าผู้อื่น และจ้างวางเพลิงเผาสวนงูที่จังหวัดภูเก็ตและอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว ร้องรื้อคดีและสอบอัยการที่สั่งไม่ฟ้องกราวรูดความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี เครือข่ายนายทุนจีนสีเทา นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว ที่มีการตั้งคณะทำงาน นำโดยอัยการสูงสุด (อสส.) และคณะพนักงานสอบสวนตำรวจ เปิดเผยขึ้น ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ม.ค. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเพจ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” โพสต์ภาพพร้อมข้อความเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.65 “ไม่มี บ่อนในกรุงเทพ? ภาพภายในบ่อน หนึ่งในสี่ ภายใต้ เครือข่าย “จีนเทา” ของนายตู้ห่าว มีเงินไทยกองเต็มเคาน์เตอร์แลกชิป กล้องระบุวันที่ก่อนเกิดเหตุที่ “จินหลิง” เพียง 1 อาทิตย์” ระบุว่า “กรณีดังกล่าว เป็นข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับการโพสต์ภาพบ่อนครั้งก่อนๆ ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดังว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ บช.ก. ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบโดยเร็วแล้ว ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมทุกภาพ ทุกข้อความ ทุกประเด็น เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ให้ได้ความชัดเจน และพิสูจน์ทราบว่ามีการกระทำความผิดทาง อาญาใดๆหรือไม่“พร้อมย้ำกับ บช.ก. ให้ทำแบบตรงไปตรงมา หากพบว่า มีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดกระทำผิดกฎหมาย หรือให้การช่วยเหลือ สนับสนุน ปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการปกปิดซ่อนเร้น หรือทำลาย พยานหลักฐาน ให้สืบสวนรวบรวมหลักฐานตามอำนาจหน้าที่ แล้วรายงานข้อเท็จจริงให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาดำเนินการต่อไป ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายให้มีบ่อนการพนัน หรืออบายมุขทุกชนิด ถ้าพื้นที่ใดหละหลวม หรือละเลยต่อนโยบายต้องรับผิดชอบ ย้ำว่าไม่เคยนิ่ง ดูดาย มีการตรวจสอบอย่างจริงจังทุกประเด็น ขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบสืบสวนรวบรวมหลักฐาน หากพบความผิดจะดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้าเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่จะดำเนินการทั้งทางอาญา วินัย ปกครองอย่างเด็ดขาดแน่นอน” โฆษก ตร.กล่าวที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) บ่ายวันเดียวกัน นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือถึง น.ส.นารี ตันฑเสถียร อัยการสูงสุด เรื่องขอส่งพยานหลักฐานใหม่เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนคดีนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าวกับพวกเคยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีจ้างวานพยายามฆ่าผู้อื่น และจ้างวานวางเพลิงเผาทรัพย์สินผู้อื่น และขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอัยการจังหวัดภูเก็ตกับพวกจากคลิปนายตู้ห่าว ที่พูด อาทิข้อความว่า “ไปดูที่ภูเก็ต แล้วจับกูได้เหรอ ใครมีเงินทำได้ทุกอย่าง”ข้อความในหนังสือความว่า ตามที่อ้างถึงหนังสือ ของนายวัชระลงวันที่ 7 ธ.ค.65 เรียนอัยการสูงสุด เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีอัยการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีนายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าวกับพวกว่า การสั่งคดีเป็นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ ตนยื่นหนังสือขอให้ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีอัยการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีนายตู้ห่าวกับพวก ว่า การสั่งคดีเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจและเคลือบแคลง สงสัยของพี่น้องประชาชน เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนคดีที่เคยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา คดีจ้างวานพยายามฆ่าผู้อื่น และจ้างวาน วางเพลิงเผาทรัพย์สินผู้อื่น ข้าพเจ้าขอส่งพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติมคือ คลิปเสียงนายชัยณัฐร์พูดว่า “ลูกผู้ชายคือ คุณบอกว่าวันที่ 25 ใช่ไหม 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างนะ แล้วกลางวันวันนี้มีกี่คน เดี๋ยวกู 5 แสน ช่วยมึง มารับสดๆ ตอนนี้กับกูไอ้เหี้ย กูมีเงินเยอะเข้าใจไหม ถ้าไม่จบกูยิงมึงนะจริงๆ กูมีปืนนะไปดูที่ภูเก็ตแล้วจับกูได้เหรอ ใครมีเงินทำได้ทุกอย่างมีคนไทยตายด้วย มีคนไทยติดคุกได้ด้วยเชื่อไหม และลูกน้องเยอะแยะใต้ดินด้วยเชื่อไหม”ทั้งนี้ จากพยานหลักฐานคลิปเสียงนายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว เท่ากับเป็นหลักฐานใหม่ที่ยืนยันว่านายตู้ห่าวใช้เงินและอิทธิพลทำให้ตัวเองกับพวกหลุดพ้นคดีเผาสวนงูที่จังหวัดภูเก็ตใช่หรือไม่ เกี่ยวข้องกับกรณีอัยการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาใช่หรือไม่ เพราะเป็นที่สงสัยของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่เชื่อว่านายตู้ห่าวติดสินบนเจ้าพนักงานของรัฐทำให้ตัวเองกับพวกหลุดพ้นคดีใช่หรือไม่ดังนั้น ขอให้ท่านในฐานะอัยการสูงสุดผู้ทรงความยุติธรรมและเป็นทนายแผ่นดิน โปรดพิจารณา รื้อฟื้นคดีเผาสวนงูและตั้งคณะกรรมการสอบสวนการสั่งคดีของอัยการจังหวัดภูเก็ตกับพวกว่า ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จากคำพูดนายตู้ห่าวที่กล่าวว่า “ไปดูที่ภูเก็ตแล้วจับกูได้เหรอ ใครมีเงินทำได้ทุกอย่าง” แสดงว่านายตู้ห่าวติดสินบนเจ้าพนักงานของรัฐทำให้หลุดคดีตามที่พูดใช่หรือไม่ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หากผลเป็นประการใดโปรดแจ้งให้ข้าพเจ้าและพี่น้องประชาชนทราบด้วยจักขอบคุณยิ่ง สิ่งที่ส่งมาด้วยคือ 1.แผ่นซีดีไฟล์เสียงสืบจากข่าวคลิป “ชูวิทย์แฉคลิปห่าว” จำนวน 1 แผ่น 2.สำเนาเอกสารเฟซบุ๊กนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์วันที่ 28 ธ.ค.65 “ตู้ห่าว” โวยวายด่าว่า จํานวน 2 แผ่นด้านนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด ตัวแทนอัยการสูงสุดรับหนังสือและซีดีหลักฐานจากนายวัชระจะนำเสนออัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินการต่อไปมีรายงานด้วยว่า วันที่ 4 ม.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.และคณะทำงานจะเดินทางมาร่วมประชุมกับอัยการคณะทำงานคดีตู้ห่าว และจะมีการแถลงข่าวความคืบหน้าต่อไป