กรณีข่าวใหญ่ตำรวจจับกุมกลุ่มมาเฟียชาวจีนเกี่ยวกับสถานบันเทิง บ่อนการพนัน ค้ายาเสพติดขยายผลไปยังตัวการใหญ่ “มาเฟียจีน” ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นเรื่องที่สังคมยกย่องตำรวจมาจัดการปัญหาเสียทีคดีนี้ตำรวจเร่งทำงาน สืบสวน ขยายผลเต็มที่ เพื่อให้ได้พยานหลักฐาน สาวไปถึงใครดำเนินคดีแต่ในมุมกลับกันมีนักสืบโซเชียลบางคนพยายามสืบกันเอง โยงข้อมูลกันไปมั่ว เหมือนหลายคดีที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ บางคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องถูกดึงเข้ามาพัวพัน ตกเป็นข่าว ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย และไม่มีโอกาสชี้แจงพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน อดีตรอง ผบ.ตร.ถูกจับมาโยงกับข่าวจับกลุ่มมาเฟียจีน แม้ยังไม่ได้อธิบายอะไร แค่มีภาพที่ออกมาทำให้ได้รับความเสียหาย ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่น่าจะเป็นธรรมกับคนทำงานชีวิตรับราชการ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เป็นตำรวจน้ำดี ตรงไปตรงมา คอยช่วยเหลือดูแลตำรวจชั้นผู้น้อยและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาโดยตลอด วงการตำรวจต่างรู้กันดีผู้ที่เคยสัมผัสกับอดีต รอง ผบ.ตร.ท่านนี้ต่างรู้ว่า ข่าวพวกนี้ไม่เป็นความจริง ทุกคนรู้ดีว่าเป็นนายตำรวจคนทำงาน อุปนิสัยตรงไปตรงมา เก็บตัวและไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ถูกยกย่องให้เป็น “สุภาพบุรุษสีกากี”เป็นผู้ที่มีส่วนผลักดันโครงการสำคัญของตำรวจมากมาย จัดตั้ง กต.ตร. ดึงเอาภาคประชาชนมามีส่วนร่วมในงานตำรวจ มือปราบยาเสพติด จับขบวนการค้างาช้างทำให้ประเทศไทยรอดพ้นถูกกีดกันทางการค้าริเริ่มแนวทาง “เซฟตี้โซน” มาใช้ในงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของตำรวจที่สำคัญนายตำรวจที่ชอบทำงาน ชอบทำบุญ เป็นหนึ่งในตำรวจสายบุญเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ คุณความดีที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ สั่งสมมาทั้งชีวิตราชการ แต่พอมีภาพมาโยงกลุ่มมาเฟียจีนเป็นข่าวเชิงลบ ทั้งที่พยานหลักฐานสืบสวนของตำรวจที่ทำคดีไม่ได้มีการเกี่ยวข้องใดๆข่าวที่ปล่อยออกมาแบบนี้ส่งผลต่อครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียงและคุณงามความดีที่ได้ทำมาเรื่องไม่จริง ข่าวปลอม คนแชร์ทำให้คนหลงเชื่อ คนที่มีชื่อถูกพาดพิงย่อมได้รับความเสียหายข่าวจบไม่มีใครคิดขอโทษคุณความดีที่ทุ่มเททำงานสะสมมาทั้งชีวิตรับราชการ มัวหมองเพราะฝีมือคนบางคนอยากดังใช้ “สื่อออนไลน์” มโนเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้ประเด็นข่าวน่าสนใจ แต่ไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของคนที่มีชื่อถูกพาดพิงกระทบต่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของคนคนหนึ่งที่ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอดที่ผ่านมามีคนมีชื่อเสียงถูกทำร้ายด้วยการใช้ “สื่อโซเชียล” ป้ายสีมามาก แต่ไม่เคยได้รับคำขอโทษเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นธรรมและไม่สมควรทำอย่างยิ่ง.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th