นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการใช้ภูมิ คุ้มกันสำเร็จรูป (Long Acting Antibody : LAAB) ว่า ที่ผ่านมา สธ.นำ LAAB หรือชื่อการค้า Evusheld มาฉีดเพื่อป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อในกลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำและร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิ คุ้มกันได้ด้วยวัคซีนจำนวนกว่า 6,300 ราย พบว่า มี ความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง ส่วนการใช้เพื่อการรักษาเหมือนในต่างประเทศนั้น เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา (อย.) ได้อนุมัติขยายข้อบ่งใช้เพื่อการรักษาโรคโควิด-19 สำหรับผู้ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ในกลุ่มผู้ใหญ่และวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ที่มีน้ำหนักตัวอย่างน้อย 40 กิโลกรัม โดยใช้ขนาด 600 มิลลิกรัม ทั้งนี้ ผลการศึกษาวิจัยการใช้ LAAB ขนาด 600 มิลลิกรัม พบว่า การให้เพื่อการรักษาภายใน 5-7 วันหลังมีอาการ สามารถลดการเกิดโรครุนแรง หรือเสียชีวิตได้ 50-67% และสูงถึง 88% ถ้าได้เร็วรับภายใน 3 วันหลังเริ่มมีอาการ จึงเป็นข้อสนับสนุนในการนำภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปมาใช้เพื่อการรักษาอีกทางหนึ่ง สำหรับการบริหารจัดการวัคซีนและ LAAB นั้น ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข กรมควบคุมโรค เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ได้วางแนวทางต่างๆไว้เรียบร้อยแล้วขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์ เชี่ยวชาญ เฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชา กุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวจะพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นนับจากวันนี้เป็นต้นไป และจะถึงจุดสูงสุดหลังปีใหม่ เราต้องเตรียมตัวไว้เพราะจะมีผู้ป่วยเข้านอนในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น.