คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดสมุทรสงคราม มีมติไม่ต่อใบอนุญาตมูลนิธิคุ้มครองเด็ก (บ้านครูยุ่น) หลังหมดอายุเดือน ม.ค.66 ต้องยื่นเรื่องขอให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาตามขั้นตอนไปนับหนึ่งใหม่ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ เข้าคุ้มครองนำตัวเด็กที่เหลือออกมาทั้งหมด ปลัด พม.ยืนยันทำงานตามหน้าที่ หลังประเมินพื้นที่มีความเสี่ยงต้องนำเด็กออกมาที่ปลอดภัยทันที ชี้ที่ครูยุ่นถูกฟ้องร้องมีผลต่อการพิจารณาขอต่อใบอนุญาต ระบุการตีเด็กเป็นสิ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก “บิ๊กโจ๊ก” ลุยจี้คดีสั่งเรียกเด็กทุกคนเข้าสอบปากคำพร้อมสหวิชาชีพ เผยผลตรวจไม่พบสารเสพติดในตัวเด็กๆกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ หลังปรากฏคลิปนายมนตรี สินทวิชัย หรือครูยุ่น เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก (บ้านครูยุ่น) อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทำโทษใช้ไม้ตีเด็กในมูลนิธิและใช้คำพูดรุนแรง หลังถูกแจ้ง ความดำเนินคดีครูยุ่นเข้ามอบตัวที่ สภ.อัมพวา ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายและจิตใจเด็กและใช้แรงงานเด็กโดยผิดกฎหมาย ให้การปฏิเสธก่อนได้รับปล่อยตัวชั่วคราว เจ้าตัวเปิดใจยอมรับตีเด็กจริงเพราะมีกฎระเบียบคาดโทษไว้แล้ว ขณะที่นายแก้วสรร อติโพธิ ประธานมูลนิธิยืนยันมีอำนาจปกครองทำโทษเด็กได้เหมือนพ่อทำโทษลูก อยากให้เด็กๆเป็นคนดีและไม่ได้ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยว่า นำเด็กออกมาอยู่ในความคุ้มครองสวัสดิภาพของกรมกิจการเด็กและเยาวชนแล้ว 29 คน ที่เหลืออีกกว่า 20 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กโตอยู่ระหว่างทำความเข้าใจโดยทีมสหวิชาชีพ บางคนอาจยังติดพี่เลี้ยงไม่อยากออก ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจทั้งกับเด็ก พี่เลี้ยงผู้ดูแล ใช้วิธีมิติสังคม จิตวิทยาเข้าไปทำงาน ไม่ได้จู่โจมหรือทำให้เด็กหวาดวิตก ยืนยันการทำงานเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ หลังประเมินพื้นที่มีความเสี่ยงก็ต้องเข้าไปคุ้มครองนำเด็กออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยทันที อย่างไรก็ตาม มี 1 คน ที่ผู้ปกครองประสานขอรับกลับไปดูแลเอง ส่วนที่ผู้ปกครองบางคนกังวลไม่รู้ว่าบุตรหลานถูกนำตัวไปอยู่ไหนนั้น เราทำงานประสานพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย ต้องดูแลเป็นรายตัว บางส่วนอาจไม่รู้เพราะทำงานเป็นชั้นความลับด้วย ในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย จึงเป็นไปได้ว่าผู้ปกครองอาจจะไม่ทราบ แต่รัฐรับประกันใน บทบาทของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปคุ้มครองก็ต้องรับผิดชอบปลัด พม.เผยด้วยว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.มีการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดสมุทรสงคราม มีมติให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการคุ้มครองเด็กที่เหลือในการนำเด็กทั้งหมดออกมาและมีมติไม่ต่ออายุมูลนิธิคุ้มครองเด็กดังกล่าว เนื่องจากใบอนุญาตดำเนินการจะหมดอายุในเดือน ม.ค.2566 หลังจากนี้ต้องปล่อยให้สิ้นสภาพการเป็นสถานสงเคราะห์ที่ได้รับอนุญาต ส่วนการพิจารณาต่ออายุใหม่ก็ต้องนับหนึ่งเริ่มต้นใหม่ ต้องยื่นขอต่อใบอนุญาตใหม่ เป็นอำนาจของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาทั้งด้านกาย จิตสังคม เช่น ด้านสุขอนามัยสาธารณสุข ด้านสถานที่สิ่งแวดล้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านการศึกษาและพัฒนาการเด็ก รวมถึงมีสหวิชาชีพเข้าไปร่วมพิจารณา ก่อนจะเสนอขออนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เท่าที่ประเมินสภาพแวดล้อมสุขอนามัยในมูลนิธิดังกล่าวหลังจากที่ลงพื้นที่เห็นว่าต้องมีการปรับปรุงยกใหญ่พอสมควรเมื่อถามถึงกรณีที่ครูยุ่นถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจะมีผลต่อการขอต่อใบอนุญาตหรือไม่ นายอนุกูล กล่าวว่า ต้องดูเกณฑ์คุณสมบัติเงื่อนไขการขออนุญาตดำเนินการของสถานสงเคราะห์เอกชน กรณีเป็นผู้จัดตั้งหรือเจ้าของว่ามีการกำหนดเป็นเงื่อนไขอย่างไรหรือไม่ แต่หากผู้ถูกกล่าวหาเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเด็กถือว่าหมดสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่ เนื่องจากจะเป็นความเสี่ยงต่อเด็ก ต่อข้อถามถึงความเหมาะสมในการลงโทษเด็กและการให้เด็กทำงาน ปลัด พม.กล่าวว่า ไม่ว่าจะลงโทษด้วยการตีแบบไหนเป็นสิ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก เพราะไม่ใช่เพียงบาดแผลทางกาย แต่ยังมีเรื่องสภาพจิตใจเด็กด้วย ส่วนการทำงานเพื่อหารายได้เสริมในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่สามารถทำได้ กรณีเด็กอายุมากกว่า 15 ปี หากไปช่วยงานฝึกการทำงานมีค่าตอบแทนก็ต้องดูที่เจตนาด้วยด้านนางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เผยว่า จัดเตรียมสถานที่ นักสังคม สงเคราะห์และนักจิตวิทยา รวมถึงพยาบาลเพื่อให้การดูแลเด็กและเยาวชนที่จะถูกส่งมาให้ พม.ดูแล มีการประเมินเบื้องต้นเพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับช่วงอายุ ความผูกพันของเด็ก และความสัมพันธ์ทางสังคมพบว่า เด็กบางรายมีภาวะความเครียด วิตกกังวล และมีพัฒนาการไม่เหมาะสมตามวัย จะมีการสืบเสาะพินิจเพื่อนำมาประเมินสภาวะเด็กและครอบครัว วินิจฉัยเพื่อกำหนดแผนการช่วยเหลือและพัฒนาเด็กรายบุคคล (IDP) ในระยะสั้นและระยะยาว เด็กทุกคนจะมีพนักงานเจ้าหน้าที่ประสานกับทีมสหวิชาชีพวางแผนช่วยเหลือร่วมกับครอบครัว หากไม่มีครอบครัวจะใช้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ในการวางแผนช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมรอบด้านและฟื้นฟูจิตใจก่อนหน้านี้เวลา 21.00 น. วันที่ 3 พ.ย. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางไปที่ สภ.อัมพวา เพื่อเร่งรัดคดีครูยุ่นทำร้ายร่างกายจิตใจเด็ก และใช้แรงงานเด็กตามข้อกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จะตรวจหาสารเสพติดเด็กทุกคนว่าติดยาหรือไม่ ส่วนคดีใช้แรงงานเด็ก หากเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ถือว่าผิดกฎหมาย ไม่รู้ว่าเป็นภรรยาครูยุ่นหรือไม่ที่อยู่ในรีสอร์ต ต้องพิจารณาว่ามีความผิดด้วยหรือไม่ ต้องให้มูลนิธิส่งเด็กทุกคนมาสอบปากคำพร้อมสหวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่ พม. ต้องมาดูต่อว่าจากคำให้การเด็กเคยถูกตีมาแล้วหลายครั้งหรือไม่ ส่วนที่ครูยุ่นปฏิเสธข้อกล่าวหาก็ต้องไปว่ากันตามกระบวนการทางกฎหมายระหว่างที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวมีผู้ปกครองเด็กในมูลนิธิเข้ามาขอความช่วยเหลือว่า ตนเป็นข้าราชการจะมารับหลาน 3 คนที่มาอยู่มูลนิธิแห่งนี้ตั้งแต่ปี 63 แต่ทางมูลนิธิไม่ยอมให้พากลับไปเนื่องจากไม่ใช่ผู้ปกครองของเด็ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์รับปากว่าจะดูเรื่องนี้ให้ จากนั้นเข้าไปร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวน มีการรายงานผลตรวจหาสารเสพติดในเด็กๆของมูลนิธิไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใดนายพิรัตน์ ปานรัตน์ ผอ.โรงเรียนถาวรวิทยา อยู่ในเขตพื้นที่วัดอินทาราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา เผยว่า โรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กไปถึงระดับชั้น ม.3 ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนจากมูลนิธิคุ้มครองเด็กเข้ามาเรียน 47 คน ชั้น ม.3 จำนวน 8 คน ม.2 จำนวน 5 คน นอกนั้นเป็นชั้นประถมศึกษา และมีเด็กเล็ก 3 คน โรงเรียนแห่งนี้มีหลวงพ่อแดง เจ้าอาวาสวัดอินทารามเป็นประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ท่านจะนำอาหารเช้า นม อาหารเย็นมาให้เด็กๆกินทุกวัน ตอนเช้ารถมูลนิธิฯจะนำเด็กมาส่ง ตอนเย็นก็รับกลับไป วันนี้มีเจ้าหน้าที่นำตัวเด็กๆไปสอบปากคำที่ศาลากลางจังหวัดตั้งแต่เช้ายังไม่กลับมา รู้สึกเป็นห่วงเด็กๆที่ขาดเรียนไปหลายวัน ชั่วโมงเรียนจะไม่พอเข้าเกณฑ์สอบปลายภาค วอนเจ้าหน้าที่ พม.ที่นำตัวเด็กไปพากลับมาเข้าเรียน เด็กเหล่านี้จะได้มีวิชาความรู้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป