วันที่ 3 พ.ย. ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ว่า การประชุมวันนี้มี 2 เรื่อง เรื่องแรกการทำความเข้าใจกับสำนักต่างๆเพื่อผลักดันนโยบายจำนวน 216 เรื่อง มีหลายเรื่องทำสำเร็จ จะต้องลงรายละเอียด เพื่อบรรจุนโยบายให้สอดคล้องกับงบประมาณปี 2567 โดยจะมีการปรับเปลี่ยนระบบการประเมินผลงานจาก KPI (Key Performance Indicator) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จของงาน โดยเทียบผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่ตกลงกันไว้ นอกจากจะใช้ประเมินผลการทำงานของพนักงานได้แล้ว ยังสามารถใช้วัดและประเมินความก้าวหน้าขององค์กร โดย กทม.จะเปลี่ยนมาใช้ระบบประเมินผลแบบ OKR (Objective and Key Results) ซึ่งมุ่งเน้นที่การตั้งเป้าหมายและการกำหนดตัววัดผลที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งจะวัดประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีขึ้น จึงจำเป็นต้องชี้แจงให้ทุกหน่วยงานทราบและทำความเข้าในระบบวัดผลแบบใหม่นี้นายชัชชาติกล่าวว่า ส่วนเรื่องที่ 2 ระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ มีคนร้องเรียน 1.7 แสนราย แก้ไขแล้ว 1.1 แสนราย ถือว่าระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น กทม.มีแผนจะพัฒนาทราฟฟี่ ฟองดูว์ต่อเนื่องอย่างเข้มข้น โดยแบ่งเขตออกเป็น 4 กลุ่มตามลักษณะของปัญหา เช่น เขตชานเมือง เขตชุมชนหนาแน่นมาก เขตชุมชนหนาแน่นปานกลางและเขตในเมือง ให้แต่ละกลุ่มแข่งขันกัน โดยจะมีรางวัลเป็นกำลังใจให้ในช่วงปลายปีและหากติดขัดตรงไหนให้เสนอของบประมาณเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไปส่วนการประชุมเอเปก หน่วยงานของ กทม.เตรียมพร้อม 100% ซึ่งจะมีการปิดถนน และสวนสาธารณะ ซึ่งรายละเอียดจะต้องรอฝ่ายความมั่นคงชี้แจงอีกครั้ง เบื้องต้น กทม.จะปิดสวนป่าเบญจกิตติ และพื้นที่โดยรอบสวนทั้งหมด วันที่ 12 พ.ย. จนกว่าการประชุมเอเปกจะเสร็จสิ้น.