จากข่าวสื่อประเทศจีน น.ส.โย่วซื่อหัว อายุ 32 ปี ชาวจีนมาท่องเที่ยวในไทยหายตัวไป คาดว่าถูกหลอกทำงานคอลเซ็นเตอร์ประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาได้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังเที่ยวผับดังย่านรัชดาภิเษกญาติผู้เสียชีวิตติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ประสานสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ขอให้ตรวจสอบเหตุการณ์ ขอความช่วยเหลือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงคลายข้อสงสัยทางการจีนพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งให้ พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ ผกก.สน.สุทธิสาร ตรวจสอบพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิตพบว่า ผู้เสียชีวิตได้เดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.กับเพื่อนผู้หญิงอีก 3 คนคืนวันที่ 16 ก.ย. ทั้งหมดได้ไปเที่ยวที่ร้านท็อปวัน ถ.รัชดาภิเษก โดยชักชวนเพื่อนผู้ชายมาเพิ่มอีก 3 คน ช่วงเวลา 01.00 น. ผู้เสียชีวิตมีการอาเจียนและช็อกหมดสติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำร้าน นำตัวส่งโรงพยาบาลพระรามเก้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมาวันเดียวกันมีชายชาวจีน 3 คน พร้อมคนขับรถคนไทย 1 คน ได้ไปที่ห้องพักของผู้ตาย นำเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของผู้ตายไปเผาทำลายทิ้งทั้งหมดที่ร้านท็อปวัน ย่านรัชดาภิเษกผลการชันสูตรศพแพทย์ลงความเห็นว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากพิษของสารเสพติด ตรวจพบสารแอมเฟตามีนภายในร่างกายของผู้เสียชีวิต คาดว่าจะเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้เสียชีวิตตำรวจเรียกตัวเพื่อนผู้ชาย 3 คนที่มาเที่ยวสอบปากคำ ทั้งสามยังให้การปฏิเสธในเรื่องการใช้ยาเสพติด และจากการตรวจไม่พบสารเสพติด ได้เพิกถอนการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรผลักดันออกนอกประเทศผู้ต้องหาอีก 4 ราย ที่นำทรัพย์สินของผู้ตายไปเผาทำลายทิ้ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เบื้องต้นให้ สน.ลุมพินี ท้องที่ของที่พักของผู้เสียชีวิตดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 4 รายที่บุกรุกเข้าไปทำลายหลักฐานอำพรางคดีหลังผลสอบสวนชัดเจน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สรุปผลการสืบสวนได้เชิญผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมาร่วมเฝ้าฟังสรุป และชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้สิ้นสงสัย และเพื่อให้ญาติของผู้เสียชีวิตได้เกิดความเข้าใจเพื่อให้ภาพลักษณ์เรื่องการท่องเที่ยวของเมืองไทยดีขึ้น ด้วยการเร่งสืบสวนสรุปผลการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวจีน จากที่สังคมสงสัยและหวาดผวาความปลอดภัยในชีวิตนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวไทยจบได้ด้วยผลสืบสวนตำรวจทำให้สิ้นสงสัย.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th