การสำรวจข้อมูลของกรมปศุสัตว์ถึงสถานการณ์การระบาดของโรค ASF สะสมทั่วโลก พบการระบาดทั้งหมด 42 ประเทศ 4 ทวีป ประกอบด้วย ทวีปยุโรป 17 ประเทศ ทวีปแอฟริกา 8 ประเทศ โอเชียเนีย 1 ประเทศ และทวีปเอเชีย 16 ประเทศ...สถานการณ์ทั่วโลกในปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมได้ และมีแนวโน้มจะขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นอีกส่วนประเทศไทยนั้น การระบาดของโรค ASF กลับมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.65–ปัจจุบัน พบการระบาดแล้วทั้งสิ้น 30 จังหวัด...มีถึง 26 จังหวัดที่สามารถควบคุมโรค และตรวจซ้ำไม่เจอโรคแล้วมากกว่า 30 วันในภาพรวมขณะนี้ประเทศไทยสามารถควบคุมและกำจัดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเริ่มมีการออกมาตรการต่างๆ พร้อมสนับสนุนการกลับมาเลี้ยงใหม่ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการแล้วสำหรับแนวทางที่เกษตรกรหรือผู้ประกอบการฟาร์มสุกรจะกลับมาเลี้ยงใหม่ กรมปศุสัตว์ได้มีข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับทุกฟาร์ม โดยให้เกษตรกรต้องเข้ารับการอบรมการเลี้ยงและป้องกันโรคปีละ 1 ครั้ง ในรัศมี 5 กิโลเมตร ต้องไม่มีรายงานโรคอย่างน้อย 30 วันระบบฟาร์มต้องเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) ขึ้นไป และจะมีเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์เข้าไปประเมินความเสี่ยง ฟาร์มทั่วไปต้องได้ 60 คะแนนขึ้นไป ฟาร์มที่เคยพบโรคหรือมีความเชื่อมโยงโดยตรงต้องได้คะแนน 80 ขึ้นไปนอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับฟาร์มกลุ่มเสี่ยงทั้งที่เคยพบผลบวก หรือมีผลเป็นลบแต่มีความเสี่ยง จำเป็นจะต้องพักฟาร์มไม่น้อยกว่า 90 วัน และเริ่มเลี้ยงสุกรได้ร้อยละ 10-15 เป็นเวลา 6 สัปดาห์ และเก็บตัวอย่าง หากไม่มีการระบาดของโรคก็สามารถเลี้ยงได้ตามปกตินอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับหน่วยงานมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ สำรวจจำนวนสุกรอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม–พฤษภาคม 2565 พบว่ามีจำนวนสุกรแม่พันธุ์ ประมาณ 1 ล้านตัวในระบบ โดยปริมาณความต้องการบริโภคในประเทศอยู่ที่เดือนละ 1.5 ล้านตัว และจากผลการสำรวจสุกรขุนในแต่ละเดือนประมาณ 9 ล้านตัว ตามรอบการผลิตสุกรขุนประมาณ 6 เดือน นั่นแสดงว่าปริมาณสุกรขุนมีเพียงพอต่อความต้องการในประเทศอย่างแน่นอน.สะ–เล–เต