ระทึกกลางห้างเซ็นทรัลเวิลด์ หนุ่มคลั่งใช้มีดคัตเตอร์ ไล่ทำร้ายประชาชนเลือดสาดบาดเจ็บ 2 ราย รายแรกเป็นหญิงพนักงานร้านขายเสื้อผ้าวัย 27 ถูกเดินประกบจากห้องน้ำ ใช้มีดกรีดหน้าจนต้องวิ่งหนีตายเข้าไปในร้าน ไอ้หนุ่มคลั่งไม่หยุดหันไปกรีดท้ายทอยสาววัย 17 ที่มาเที่ยวห้างพร้อมพ่อแม่ เป็นแผลเหวอะ โชคยังดี รปภ.ห้างเข้าจับกุมส่งตำรวจทันท่วงที พบประวัติคดียาเสพติด ตรวจปัสสาวะไม่พบสีม่วง ให้การเบื้องต้นหลังสติอารมณ์กลับมา อ้างเป็นคนเร่ร่อน เดินเข้ามาในห้างหางานทำ และก่อเหตุโดยไม่รู้สึกตัวและไม่รู้จักเหยื่อมาก่อนเหตุคลั่งทำร้ายประชาชนในห้างดังกลางกรุงครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 16.18 น. วันที่ 19 เม.ย. ร.ต.อ.อังกูร จรัสเมธาวิทย์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้มีดคัตเตอร์ทำร้ายประชาชนบาดเจ็บ 2 ราย ภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนพระรามที่ 1 แขวงและเขตปทุมวัน กทม. ไปตรวจสอบพบที่เกิดเหตุอยู่หน้าร้านเสื้อผ้า Misty Miynx ชั้น 2 โซน Groove เมื่อไปถึงร้านขายเสื้อดังกล่าวได้ปิดร้านแล้ว เบื้องต้นพบว่า รปภ.ห้างและตำรวจควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไปสน.ปทุมวัน เช่นเดียวกับคนเจ็บเป็นหญิง 2 คนถูกนำตัวส่งรักษา รพ.ตำรวจแล้วเช่นกัน ส่วนบรรยากาศภายในห้างประชาชนยังมาจับจ่ายซื้อของตามปกติ และไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นพ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า จากการสอบสวนชายที่ก่อเหตุทราบชื่อนายธนาพร บุตรสี อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 143 ม.5 ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ตรวจสอบประวัติย้อนหลัง เคยถูกดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด ได้ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายแต่ไม่พบ หลังคุมตัวไว้ในห้องขัง นายธนาพรเริ่มสงบสติอารมณ์ ให้การกับตำรวจว่าไม่ได้รู้จักกับผู้บาดเจ็บทั้งสองราย ขณะก่อเหตุก็ไม่รู้ตัวว่าก่อเหตุไปได้อย่างไร จากการสอบถามประวัติทราบว่า อดีตเคยทำงานเป็นช่างไฟฟ้า แต่ปัจจุบันตกงานเป็นคนไร้บ้าน อาศัยนอนตามสะพานลอยแถวๆสนามหลวง สำหรับสาเหตุที่เดินเข้าไปในห้างเพราะต้องการเข้าไปหางานทำ ผกก.สน.ปทุมวันกล่าวต่อว่า ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 2 ราย รายแรก อายุ 27 ปี เป็นพนักงานร้านเสื้อผ้าจุดเกิดเหตุให้การว่า ขณะเดินออกจากห้องน้ำกลับไปที่ร้าน คนร้ายเข้ามาประชิดตัวที่ด้านหลังแล้วใช้มีดคัตเตอร์กรีดที่ใบหน้าด้านซ้ายไม่ทันตั้งตัว เป็นบาดแผลฉกรรจ์ ได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ แล้ววิ่งเข้าไปหลบอยู่ในร้าน ระหว่างนั้นผู้เสียหายอีกราย อายุ 17 ปี เป็นลูกค้าของห้างที่เดินผ่านจุดเกิดเหตุพอดี ชายคนนี้ก็ปรี่เข้าไปประชิดตัวแล้วใช้คัตเตอร์เล่มเดียวกันกรีดเข้าที่ท้ายทอย ก่อนผู้ก่อเหตุจะวิ่งหลบหนีอยู่ในห้าง และถูกตำรวจกับ รปภ.ห้างควบคุมตัวได้ ส่วนอาการผู้ได้รับบาดเจ็บปลอดภัยอยู่ระหว่างการรักษาที่ รพ.ตำรวจ ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่าทั้งผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุไม่ได้รู้จักกันมาก่อนพ.ต.อ.พันษากล่าวด้วยว่า คนร้ายรายนี้ถือว่าเป็นภัยสังคม เป็นบุคคลอันตรายที่เข้ามาในพื้นที่สาธารณะแล้วเข้ามาก่อเหตุโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ปกติทางห้างจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว จากข้อมูลที่ห้างเคยแจ้งกับตำรวจไว้ นอกจากเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ ยังมีเครื่องตรวจจับโลหะ มี รปภ.คอยตรวจสอบไม่ให้นำอาวุธเข้าห้าง แต่กรณีนี้เป็นมีดคัตเตอร์ ไม่แน่ชัดว่ามีข้อผิดพลาดใดในการตรวจค้น ถึงเล็ดลอดเข้าไปได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หรือที่สาธารณะ ส่วนข้อหาอื่นๆอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยในวันพรุ่งนี้จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ต่อมาเวลา 19.00 น. เหยื่อที่ถูกกรีดท้ายทอยวัย 17 ปี พร้อมครอบครัวเดินทางให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยพ่อผู้บาดเจ็บให้ข้อมูลว่าครอบครัวมาเที่ยวห้างด้วยกัน 3 คน พ่อแม่ลูก ระหว่างเดินอยู่ในห้าง ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุคนร้ายใช้มีดคัตเตอร์กรีดที่ท้ายทอยลูกสาวเป็นบาดแผลฉกรรจ์ ต้องเย็บถึง 10 เข็ม ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นในห้างหรูใจกลางเมือง ครอบครัวตกใจผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่แน่ชัดว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของห้างเป็นอย่างไร จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่คิดแจ้งความกับใคร ขอดูแลความรู้สึกของลูกก่อน เพราะบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ทางห้างแจ้งว่าจะเยียวยาและรับผิดชอบ ทั้งนี้ เป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่า ชายผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลไร้บ้าน ตกงาน ในปัจจุบันมีบุคคลในลักษณะนี้กระจายอยู่ในพื้นที่ กทม.หลายจุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาดูแลรับผิดชอบ เพื่อทำประวัติและดูแลบุคคลเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวอีกด้าน CentralWorld ชี้แจงเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้น ทีมรักษาความปลอดภัยของศูนย์การค้าเข้าระงับเหตุและควบคุมตัวชายสติไม่ดีรายหนึ่งได้อย่างทันท่วงทีภายใน 5 นาที ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ศูนย์การค้าได้รีบนำผู้บาดเจ็บ 2 รายส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ขณะนี้ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งนี้ ทางศูนย์การค้ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ด้วยมาตรฐานการปฏิบัติงานระงับเหตุที่รวดเร็วและเป็น ระบบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้าที่มาใช้บริการ