แม่สาวลูก 2 พาสาวทอมวัย 15 เพื่อนลูกกลับไปส่งบ้านในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 18 หลังหนีมาอยู่ด้วยที่บ้านย่านอ้อมน้อย หลายวัน ไปถึงเจอลุงสาวทอมโมโหปรี่จะทำร้ายหลาน เลยเข้าไปขวางจนมีปากเสียงกันทั้ง 2 ฝ่าย ลุงสาวทอมคว้าปืนมาไล่ยิงอีกฝ่ายหนีกระเจิง แม่ลูกสองถึงฆาตวิ่งหกล้มถูกตามมาจ่อยิง 3 นัดดับสยอง เพื่อนที่มาด้วยกันบาดเจ็บอีก 2 ล่าสุดลุงโหดเข้ามอบตัวพร้อมเพื่อนบ้านคนขี่ จยย.พาหนี ผบก.น.8 เผยต้องนำลุงโหดไปหาหมอหลังพบบาดแผลถูกแทงที่ท้อง และมีพยานยืนยันว่าคนตายใช้มีดแทงก่อนถูกยิง เหตุฆ่ากันตายครั้งนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 12 ก.พ. พ.ต.ท.ณรัฐ บัวเขียว สว. (สอบสวน) สน. บุคคโล รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในซอยสิงหเจริญอุทิศ 4 แยกซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 18 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม. ไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 พ.ต.อ.ปิยะกรณ์ ศรีวันทา ผกก.สน.บุคคโล ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.บุคคโล เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.จุฬาฯ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเข้าไปในซอยประมาณ 100 เมตร พบศพ น.ส.สุจิตรา เทพศิรินทร์รัตน์ อายุ 35 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง นอนหงายจมกองเลือดอยู่บนถนน ใส่เสื้อยืดสีขาวแขนสั้นสวมทับเสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยกระสุนไม่ทราบขนาด เข้าที่ใบหน้า ลำคอ รวม 3 นัด ใกล้ศพพบกระสุน 1 หัว ยังไม่ทราบชนิด ผู้บาดเจ็บมี 2 คน เป็นชายและหญิง ทราบชื่อ น.ส.จิราภา ภักดีสุจริตเจริญ อายุ 32 ปี ถูกยิงเฉี่ยวแขนขวา 1 นัดและชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25 ปี ถูกยิงเฉี่ยวแขนซ้าย 1 นัด ทั้งคู่ถูกนำส่ง รพ.ศิริราชสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.สุจิตราพร้อมลูกสาว 2 คน ชื่อเล่นบัวตูมและบัวบาน (นามสมมติ) อายุ 14-16 ปี และเพื่อน น.ส.สุจิตรา 2-3 คน มาจากบ้านย่านอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร มาส่ง น.ส.บัวคลี่ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี สาวทอมที่บ้านในซอยเกิดเหตุ พบนายเสมา ขจรพันธ์ อายุ 50 ปี ลุง น.ส.บัวคลี่ ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก นายเสมาอยู่ในอารมณ์โกรธดุด่าจะทำร้ายหลานสาวที่หนีออกจากบ้านไปอยู่กับเพื่อน น.ส.สุจิตราและลูกสาวทั้ง 2 คนรวมทั้งกลุ่มเพื่อนได้เข้าห้าม เกิดการโต้เถียงกัน 2 ฝ่าย ทำให้นายเสมาโมโหวิ่งเข้าไปในบ้านหยิบปืนออกมาไล่ยิงกลุ่ม น.ส.สุจิตรา วิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง กระสุนถูกคนเจ็บทั้ง 2 คน ส่วน น.ส.สุจิตราวิ่งหกล้ม ถูกนายเสมาตามมาจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยม 3 นัด ก่อนหลบหนี มีภาพกล้องวงจรปิดเพื่อนบ้านบันทึกภาพขณะนายเสมาจ่อยิงอย่างชัดเจนต่อมาเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ก.พ. ที่ สน.บุคคโล พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ผกก.สส.บก.น.8 และชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายเสมา ขจรพันธ์ อายุ 50 ปี และนายภานุสรณ์ เศรษฐพฤกษา อายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ธนบุรี ลงวันที่ 13 ก.พ.65 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา หลังทั้งคู่ติดต่อขอมอบตัวที่สตาร์แมนชั่น ซอยเทอดไท 86 ถนนพัฒนาการ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯหลังการสอบสวน พล.ต.ต.มานพเผยว่า น.ส.บัวคลี่เป็นลูกน้องชายแท้ๆของนายเสมา ที่ขอมาเลี้ยงไว้ 2 คนตั้งแต่เล็กๆจึงมีความผูกพันกันมาก ระยะหลังเมื่อมีปากเสียงกัน น.ส.บัวคลี่ มักหลบไปพักที่บ้านผู้ตาย ช่วงเกิดเหตุผู้ตายนำเด็กมาส่งที่บ้าน แต่เกิดโต้เถียงกันจนเด็กพูดว่าไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว ทำให้นายเสมารู้สึกเสียใจอย่างมาก ทั้งนี้ มีคำให้การพยานยืนยัน ผู้ตายใช้มีดแทงที่ท้องนายเสมา เมื่อตรวจสอบพบมีบาดแผลจริง ส่งตัวไปทำแผลที่โรงพยาบาลเพราะผู้ต้องหาป่วยเป็นเบาหวาน เกรงจะติดเชื้อ หลังจากนี้จะนำตัวกลับมาสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ อ้างว่าโยนทิ้งไปในคูน้ำริมถนนกัลปพฤกษ์ สำหรับนายภานุสรณ์ เป็นเพื่อนบ้านนายเสมาและขี่รถ จยย.พาหลบหนี ส่วนชนวนเหตุเกิดจากการยั่วยุทางเฟซบุ๊ก ท้ากันไปมา มีการนัดมาพบกัน ตอนนี้พบผู้ก่อเหตุเพียง 2 คน หากพบใครมีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินคดีด้วยเช่นกันอีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 13.00 น. ที่แผนกนิติเวช รพ.จุฬาฯ นายกรีรติ ก๊กทรัพย์ อายุ 32 ปี แฟนใหม่ผู้ตาย เข้ารับศพ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดดาวคะนอง กล่าวว่า เหตุเกิดจากการที่ น.ส.บัวคลี่ ลูกบุญธรรมคนร้าย ทะเลาะกับทางบ้านเนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเหตุผล แฟนตนสงสารให้มาพักที่บ้าน คู่กรณีคิดว่าแฟนตนต้องการกักตัว น.ส.บัวคลี่ไว้ ที่ผ่านมา น.ส.บัวคลี่มักเล่าว่าถูกพี่สาวทำร้ายบ่อย ก่อนหน้านี้ทางบ้าน น.ส.บัวคลี่ก็โทร.มาตามให้กลับบ้าน แต่ น.ส.บัวคลี่กลัวว่ากลับไปเพียงคนเดียวจะถูกทำร้าย แฟนตนจึงไปส่งที่บ้านด้วยกันหลายคนก่อนจะเกิดเหตุสลดเย็นวันเดียวกัน ที่ศาลาบำเพ็ญกุศลวัดดาวคะนอง ถนนเจริญนคร ซอย 65 ญาติๆ น.ส.สุจิตรา เทพศิรินทร์รัตน์ อายุ 34 ปี ได้จัดพิธีรดน้ำศพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้ามี ด.ญ.บัวตูมและ ด.ญ.บัวบาน อายุ 14 ปี และ 13 ปี ลูกสาวผู้ตายทั้ง 2 คน นั่งมองศพแม่ไม่ห่าง ด.ญ.บัวตูมลูกสาวคนโตเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.บัวคลี่ เป็นเพื่อนกันกับตนมาเที่ยวหาปกติมาเป็นประจำ ล่าสุดมาพักอยู่ได้ 1 คืน บอกว่าขออนุญาตทางบ้านแล้ว แต่จริงๆก็รู้ว่าไม่ได้บอกทางบ้าน กระทั่งเพื่อนรุ่นพี่รู้ว่าทางบ้านบัวคลี่ตามหา ได้ให้แม่ตนไปส่งตนและน้องไม่ได้ไปด้วย จนทราบว่าพอไปถึงแล้วเกิดทะเลาะกัน ผู้ต้องหากล่าวหาว่า ทางตนชวนบัวคลี่หนีจากบ้าน แล้วลงมือทำร้ายบัวคลี่ จนแม่เข้าไปห้าม จากนั้นเกิดชุลมุนวิ่งหนีกันทำให้แม่ตนล้มผู้ต้องหาก็มายิงแม่ทันที ถ้าถามว่าอยากให้ผู้ต้องหามาขอขมาแม่ไหม มาแล้วจะยอมให้อภัยไหม บอกเลยว่าไม่ยอม ไม่อยากให้มา ไม่อยากเห็นหน้า ยังทำใจไม่ได้ สะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ต้องหาจะชดใช้รับผิดชอบเยียวยาอย่างไร ขอให้ผู้ใหญ่ดูแลเรื่องนี้อีกที หลังจากนี้จะตั้งศพแม่สวดอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน ก่อนฌาปนกิจต่อไป