ปคบ.บุกค้นสถานดูแลคนชราเถื่อน 2 แห่ง ผงะจุดแรกที่ฉลองกรุง พบผู้สูงวัย 20 ราย นอนอยู่ในอาคารทรุดโทรมข้างกองขยะอีกจุดที่หนองจอกไม่ต่างกัน ทำคล้ายห้องเช่าพบผู้สูงอายุ 21 ราย อยู่ในลักษณะเดียวกับที่แรก สลดเจอ 1 คนเป็นผู้ป่วยมีอาการทางจิตถูกล่ามโซ่ อธิบดี สบส.เผยเบื้องหลังตรวจค้น ได้รับการร้องเรียนจากผู้ไปสมัครงานทั้ง 2 แห่ง ประสาน ปคบ.ตรวจสอบ ฝากเตือนลูกหลาน ต้องดูสถานที่จริงและตรวจสอบก่อนใช้บริการ ด้านตำรวจเผยทั้ง 2 แห่ง มีเจ้าของเดียวกับที่แปดริ้วที่ถูกสั่งให้ปิดเมื่อปีที่แล้ว เพราะมีผู้สูงวัยป่วยตายเพราะโควิด จ่อหมายจับหากไม่มาพบเจ้าหน้าที่ปคบ.ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบุกตรวจค้นสถานดูแลคนชราเถื่อน 2 จุด เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ม.ค. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม รอง ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการ สุขภาพ (สบส.) สำนักงานเขตลาดกระบัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมูลนิธิเส้นด้าย นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานดูแลผู้สูงอายุ 2 แห่ง หลังได้รับการร้องเรียนว่า เปิดโดย ไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้มาตรฐานจุดแรก เป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น เลขที่ 524 ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ มีรั้วรอบขอบชิด อยู่ริมถนนฉลองกรุง ลักษณะเป็นอาคารทรุดโทรม ไม่มีป้ายแสดงว่าเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ข้างตัวอาคารมีเศษเหล็ก รวมทั้ง ขยะสุมกองอยู่จำนวนมาก ส่วนภายในพบว่ามีผู้สูงอายุ 20 ราย เป็นผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย นอนอยู่บนเตียง ที่มีซากอาคารพังจำนวนมาก ตรวจสอบแล้วไม่มีเอกสาร ประกอบกิจการสถานพยาบาล ส่วนผู้ดูแลมีทั้งหมด 6 คน เป็นบุคคลต่างด้าว 4 คน ไม่มีเอกสารการเดินทางเข้าประเทศและเอกสารทำงาน จุดที่สอง เป็นอาคารไม่มีเลขที่ ถนนสุวินทวงศ์ แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. ลักษณะคล้ายห้องเช่า สูง 2 ชั้น แบ่งซอยห้องออกเป็น 12 ห้อง พบ ผู้สูงอายุ 21 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยติดเตียงและ ถูกล่ามโซ่ขังไว้ 1 ราย ควบคุมผู้ดูแลสถานที่ไว้ได้ 3 รายต่อมานายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเชื้อโควิดด้วยวิธีเอทีเคแก่ผู้สูงอายุทั้งหมดทั้ง 2 จุด นายแพทย์ธเรศกล่าวว่า ได้รับ การร้องเรียนจากผู้มาสมัครงานที่ศูนย์ดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊ก ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าศูนย์ดังกล่าวจัดการโดยไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกสุขลักษณะ และไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดสถานดูแลผู้สูงอายุ ได้แจ้งตำรวจ บก.ปคบ. ร่วมตรวจสอบ พบศูนย์ดังกล่าว ใช้ชื่อว่า “ดีทุกวันโฮมแคร์” พบผู้สูงอายุ 21 ราย ได้ประสานไปหาญาติแล้ว 15 ราย อีก 6 ราย พม. กับกลุ่มเส้นด้าย จะช่วยกันดูแลในเบื้องต้น ส่วนที่ ฉลองกรุง มีผู้สูงอายุเข้ารับบริการ 20 ราย เป็นผู้ป่วย ติดเตียง 2 ราย ได้ประสานหาญาติแล้วเช่นกัน ส่วนที่เหลือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสำนักงานเขตลาดกระบังจะนำไปดูแลนายแพทย์ธเรศกล่าวต่อว่า กิจการการดูแล ผู้สูงอายุโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ จะมีความผิด ฐานเปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเถื่อน นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการจ้างแรงงานต่างด้าวโดยไม่ถูกต้องอีกด้วย ขอฝากไปยังสถานดูแลต่างๆว่า ต้องดำเนินตามมาตรฐาน มีการจัดการที่ถูกสุขลักษณะ บุคลากรต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้สูงอายุ บางรายเป็นผู้ป่วยติดเตียง อยากฝากลูกหลานของผู้สูงอายุว่า ต้องมาดูสถานที่จริงและตรวจสอบก่อนเข้าใช้บริการ หากพบว่ามีข้อมูล ที่ดูไม่ได้มาตรฐาน พร้อมจะรับข้อมูลและช่วยตรวจสอบ ให้ผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตเพื่อมาตรฐานด้าน พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. กล่าวว่า ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั้ง 2 จุด มีเจ้าของเดียว กับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ จ.ฉะเชิงเทรา ถูกปิดไปเมื่อ ปีที่แล้ว เหตุมีผู้สูงอายุติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เสียชีวิต รวมถึงผู้เข้าใช้บริการรายอื่นคาดว่าศูนย์แห่งนี้เปิดให้บริการมาประมาณ 4 เดือน มีค่าบริการเดือนละ 10,000-12,000 บาทต่อคน ส่วนของศูนย์บริการสาขาหนองจอก พบผู้สูงอายุ 21 คน มี 1 ราย ถูกล่ามโซ่ไว้ ประสานไปหาญาติ ตรวจสอบพบมีการจัดการที่ไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งการจ้างคนต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานด้วย ขณะนี้ทราบตัวเจ้าของแล้ว หากไม่มารับทราบข้อกล่าวหาจะออกหมายจับ จากการสอบถามญาติผู้สูงอายุให้ข้อมูลว่า เลือกศูนย์ดังกล่าวเนื่องจากมีราคาถูกกว่าที่อื่น และโฆษณาว่ามีการดูแลที่ดีมาก แต่ในความเป็นจริงทั้ง 2 ศูนย์ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงห้องน้ำยังเป็นห้องน้ำธรรมดา ไม่ได้ปรับเป็นห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุแต่อย่างใดพ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม รอง ผกก. 4 ปคบ. กล่าวว่า เบื้องต้นดำเนินคดีความผิดฐานเปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับการอนุญาต และจ้างแรงงานต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้ง ความผิดที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีพบชายชราถูกล่ามโซ่ อยู่บนเตียงนั้น ในเบื้องต้นทราบว่าเป็นชายสติไม่สมประกอบ จะพิจารณาเรียกพยานบุคคลมาสอบสวน หากพบการกระทำความผิดเพิ่มเติมในข้อหาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือใดๆก็ตาม จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป