เป็นความชอกช้ำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งใจทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ ทั้งฝ่ายสืบสวน ฝ่ายปราบปราม และฝ่ายจราจร ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองกับการถูกดูหมิ่น ดูแคลนด้วยหน้าที่ของตำรวจที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย มีการว่ากล่าวตักเตือน จับกุมดำเนินคดี เป็นสาเหตุทำให้ผู้คนบางกลุ่มเกิดความไม่พอใจ มีการกระทบกระทั่ง มีปากเสียงกับพี่น้องประชาชนในหลากหลายสาเหตุเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนต้องใช้ความอดทน และอดกลั้นยิ่งในยุคปัจจุบันช่องทางการสื่อสาร “สื่อออนไลน์” มีคนบางกลุ่มลงข้อความดูถูก เหยียดหยามเจ้าหน้าที่ตำรวจในรูปแบบต่างๆ แสดงถึงการไม่เคารพกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ยอมรับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเข้าข่ายหมิ่นประมาทพล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ชี้แจงว่า ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ระงับเหตุ สืบสวน หรือจับกุมผู้กระทำผิด ซึ่งบ่อยครั้งที่ผู้กระทำความผิดบางรายไม่พอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการสบประมาท ดูถูก อันเป็นการดูหมิ่น เหยียดหยามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโฆษก ตร. ย้ำว่า มีพฤติกรรมเลียนแบบเกิดขึ้นหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เพื่อความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย จนถึงขั้นด่าทอหรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย พูดจาดูหมิ่น เหยียดหยามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ หลายคดีศาลมีคำพิพากษาลงโทษไปแล้ว ที่เกิดจากการลอกเลียนแบบสุดท้ายถูกดำเนินคดีพล.ต.ต.ยิ่งยศ บอกว่า อยากเตือนไปยังผู้ที่กระทำการดังกล่าวหรือผู้ที่อาจจะมีพฤติกรรมเลียนแบบว่า อาจมีความผิดตามกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับโฆษก ตร.บอกว่า “ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างสูงสุด รวมถึงปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด”งานนี้ โฆษก ตร. ทนไม่ไหว ต้องมาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนใจตำรวจทั้งประเทศขอความเห็นใจและเข้าใจงานตำรวจ.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th