ชื่อชั้น พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 มือทำงานและนักบริหารที่ได้รับการยอมรับและไว้วางใจทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มารับตำแหน่งเป็น ผบช.ภ.1 คุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญเขตพื้นที่รอยต่อกรุงเทพมหานครร่วมทีมเพื่อนร่วมรุ่น นรต.38 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. งานความมั่นคง และ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร.งานบริหาร เป็นตัวหลักขับเคลื่อนงานสำคัญของ ผบ.ตร.ประสบการณ์ทำงานทั้งในสายงานตำรวจนครบาล และตำรวจภูธร ทำให้ได้เปรียบในเรื่องของวิสัยทัศน์ และมุมมองในการบริหารจัดการงานในพื้นที่รับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 หรือ บช.ภ.1 สิ่งสำคัญที่สุดเรื่องแรก พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ให้ตำรวจ บช.ภ.1 นำไปปฏิบัติ “ถวายความจงรักภักดี” เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องพิทักษ์ เทิดทูนสถาบัน โดยการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อให้ตระหนักในคุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ ประวัติศาสตร์ชาติไทย มีความรัก และความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของความเป็นชาติไทยภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยเป็นประมุขปลูกจิตสำนึก ให้รักในองค์กร รักในอาชีพตำรวจ เป็นแรงจูงใจให้ทำงานเพื่อองค์กร ปรับทัศนคติให้เห็นคุณค่าอาชีพตำรวจที่มีต่อสังคม ให้องค์กรตำรวจได้พัฒนาและตอบสนองความต้องการของประชาชนยั่งยืนให้ความสำคัญงานความมั่นคง จัดตั้งกองร้อยควบคุมฝูงชนเข้มแข็งที่ ภ.จ.สมุทรปราการ เป็นต้นแบบกองร้อยควบคุมฝูงชนเข้มแข็ง มีอุปกรณ์ครบถ้วน มีชุดปฏิบัติการพิเศษประจำกองร้อยเข้มแข็งนโยบายหลัก พล.ต.ท.จิรพัฒน์ให้ความสำคัญกับหัวหน้าสถานีเป็นสำคัญเนื่องจากการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทั้งการอำนวยความยุติธรรมและการบริการ จะสำเร็จได้ขับเคลื่อนโดยหัวหน้าสถานีพล.ต.ท.จิรพัฒน์ให้ความสำคัญกับ “สถานีตำรวจ” เปรียบเสมือน จุดแตกหักที่จะต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยมี “ประชาชน” เป็นศูนย์กลาง นำ “บทเรียน” ที่ผ่านมาเกิดวิกฤติศรัทธาที่ประชาชนมีต่อตำรวจ ขาดความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นเพียงตำรวจส่วนน้อย แต่พล.ต.ท.จิรพัฒน์ไม่มองข้าม มีแนวคิดที่ว่าจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธาต้องอำนวยความยุติธรรมเบื้องต้นให้กับประชาชนทั่วไปอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้นโยบาย “ขึ้นโรงพักไม่ต้องฝาก (รู้จัก) ใคร เราเต็มใจให้บริการ” ซึ่งทำให้ประชาชนทุกชนชั้นได้รับบริการอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมไม่ต้องฝากผู้มีอิทธิพล นักการเมืองหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ให้ตำรวจ ได้กระทำตามหน้าที่ของตนที่จะต้องทำอยู่แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ ประชาชนมีความรู้สึกที่ดีต่อตำรวจย้ำให้ หัวหน้าสถานี ออกพื้นที่เยี่ยมเยือนประชาชนในเขตรับผิดชอบ รับฟังปัญหาและเร่งแก้ไขทันที ไม่รอให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นก่อน แล้วตำรวจค่อยมาดำเนินการพล.ต.ท.จิรพัฒน์กำหนดนโยบายให้หัวหน้าสถานี “เคาะประตูบ้าน หาเสียง” เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาและภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นต่อองค์กรตำรวจให้แนวทางทำงานตำรวจภาค 1 มีประสิทธิภาพ นำปัจจัยแห่งความสำเร็จ ซึ่งรวบรวมจากความรู้ประสบการณ์ใช้จริงที่ทำมาแล้วประสบความสำเร็จ กำหนดเป็นนโยบาย เริ่มที่การจัดทำ “โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนหมู่บ้านเอื้ออาทรบางโฉลง” ตำรวจภูธรภาค 1 และการเคหะแห่งชาติ ทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือโครงการชุมชนยั่งยืนแบบครบวงจร นำร่องโครงการชุมชนยั่งยืนระหว่างตำรวจภาค 1 กับการเคหะแห่งชาติ จากปัญหาความมั่นคงด้านยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารและการพัฒนาประเทศทั้งในระดับหมู่บ้าน ชุมชน ทั้งปัญหาสังคม เศรษฐกิจ สาธารณสุข และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน บช.ภ.1 รับมอบหมายจาก ตร.ให้แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน เสริมสร้างให้ชุมชนเข้มแข็ง เข้าใจ และรับรู้ปัญหาพิษภัยที่เกิดจากยาเสพติดปัจจุบันถือว่า การเสพติดคือการเจ็บป่วย การบำบัดรักษาและช่วยเหลือผู้ติดยาต้องพิจารณารอบด้าน หาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดมีพลังในการดำเนินชีวิตและอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างสงบสุข นำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง บำบัดโดยชุมชนมีส่วนร่วมและนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็งแบบยั่งยืนแบบครบวงจร ใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางขยายโครงการ “กล้องอุ่นใจ” สำรวจจุดติดตั้งกล้องวงจรปิด ในพื้นที่ บช.ภ.1 จำนวน 5,000 ตัว สานต่อนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีแนวความคิดว่า “จะทำอย่างไรให้ประชาชนต้องไม่เกิดความหวาดระแวงภัยอาชญากรรม หากสามารถทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถเดินคนเดียวได้อย่างสบายใจบนถนนตอนกลางคืน” ซึ่ง พล.ต.ท.จิรพัฒน์ นำร่องโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมใช้ระบบกล้องโทรทรรศน์วงจรปิดในพื้นที่กรุงเทพฯ และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมครอบคลุมทุกพื้นที่ระยะต่อไป ผบ.ตร.ให้ขยายพื้นที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดไปที่จังหวัดเขตปริมณฑลในการประชุมมอบนโยบายการบริหาร ตร.ปีงบประมาณ 2565 พล.ต.อ.สุวัฒน์ให้ทุกหน่วยงานพัฒนางานเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการมีส่วนร่วมของประชาชน พล.ต.ท.จิรพัฒน์ แต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มประสิทธิภาพระบบกล้องโทรทรรศน์วงจรปิด สำรวจพื้นที่จุดติดตั้งกล้องโทรทรรศน์วงจรปิดเพิ่มเติมให้เหมาะสมและครอบคลุมเส้นทางถนนสายหลัก สายรอง ซอยต่างๆ จุดเสี่ยง จุดล่อแหลมและพื้นที่สำคัญของ บช.ภ.1 โดยมี บก.สส.ภ.1 เป็นหน่วยรับผิดชอบเป้าหมาย 3 จังหวัด จ.สมุทรปราการ 1,700 ตัว สภ.ในพื้นที่รับผิดชอบ 15 สภ. จ.ปทุมธานี 1,700 ตัว สภ.ในพื้นที่รับผิดชอบ 14 สภ. จ.นนทบุรี 1,600 ตัว สภ.ในพื้นที่รับผิดชอบ 11 สภ.ขยับกิจกรรม “จิตอาสา” ทำทันทีที่มีโอกาส ทำโครงการ “ตำรวจจิตอาสา บริจาคโลหิต ช่วยชีวิตผู้ป่วย” เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ตำรวจภาค 1 พัฒนาด้านจิตใจ ส่งเสริมการรู้จักให้ รู้จักเป็นผู้เสียสละต่อเพื่อนมนุษย์ และสร้างจิตสำนึกที่ดี เป็นการเพิ่มโลหิตในระบบการบริหารจัดการของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยบางส่วนนโยบาย พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ที่ถูกถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ทำงานจริง และโครงการที่ทำมาแล้วประสบความสำเร็จ มากำหนดเป็นแนวทางขับเคลื่อนงานตำรวจภูธรภาค 1...เป้าหมายสำคัญอยู่ที่ประชาชนที่เป็นศูนย์กลางงานตำรวจ.ทีมข่าวอาชญากรรม