ควันหลงเหตุหัวหน้า รปภ.ข่มขืนผู้พักอาศัยยังกรุ่น...ตำรวจจับผู้ต้องหาได้ เหยื่อได้รับความเป็นธรรมแต่ยังต้องสะสางต้นสายปลายเหตุ เพราะผู้ต้องหารายนี้เป็นอดีต “นักโทษ” ต้องคดีข่มขืนกระทำชำเราติดคุกติดตาราง มาแล้ว แต่ทำไมยังหลุดเข้ามาในระบบ รปภ.ได้ตั้งแต่ปี 2561?!มาว่ากันเรื่องระบบการขออนุญาตเป็น “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย” ที่มีตำรวจเป็นผู้ออก ขั้นตอนปกติคือ บริษัท รปภ.ส่งเอกสารมาให้ งานธุรกิจรักษาความปลอดภัย ฝอ.5 บก.อก.บช.น. ตรวจสอบงานนี้มีนายตำรวจระดับ รอง ผกก.เป็นหัวหน้า สว. 1 นาย รองสว. 2 นาย ตำรวจชั้นประทวนอีก 1 นาย และลูกจ้างอีกประมาณ 10 คน ดูแลตรวจสอบเอกสารที่ส่งเข้ามาจุดสำคัญคือ คุณสมบัติและข้อห้ามตามกฎหมาย ข้อหาเดียวที่จะถูกเขี่ยทิ้งทันทีคือ ข้อหาข่มขืน!ส่วนข้อหาอื่น เช่น การพนัน ยาเสพติด ความผิดต่อทรัพย์ หลังพ้นโทษมา 3 ปีแล้ว ถึงจะได้รับการพิจารณาคำถามว่า แล้วอดีตผู้ต้องขังคดีข่มขืนรายนี้ หลุดเข้ามาในระบบไต่เต้าจนมาเป็นหัวหน้า รปภ.ได้ยังไง?ช่องโหว่ใหญ่ น่าจะเป็นเพราะการตรวจสอบประวัติอาชญากร บริษัท รปภ.เป็นผู้เอาชื่อไปตรวจสอบกับ กองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) เอง?!แต่พอตรวจสอบย้อนกลับไปหาเอกสารการยื่นขอเป็น รปภ.เมื่อปี 2561 ปรากฏว่า หาไม่เจอ เลยไม่รู้ว่างานนี้ บริษัท รปภ.แหกตา หรือตำรวจตาถั่ว หรือแกล้งไม่เห็น เพราะคนเก่าก็ย้ายไปแล้ว?ถามว่า แล้วไม่มีการจัดเก็บข้อมูลใส่คอมพิวเตอร์หรือ? คำตอบคือ ไม่มี!เพราะงานธุรกิจรักษาความปลอดภัย อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือไม่เพียงพอ ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกนเอกสารสำคัญ ทุกอย่างเลยต้องเก็บเป็นกระดาษ ไม่รู้อยู่ตรงไหน หรือทิ้งไปแล้ว ห้องทำงานก็เล็กนิดเดียวความจริงอุปกรณ์การทำงานแค่นี้ ยุคดิจิทัลฮาร์ดดิสต์เก็บข้อมูลใช้พื้นที่นิดเดียว หน่วยงานระดับแนวหน้าอย่าง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ไม่น่ามีปัญหาเจียดงบประมาณมาซื้อหาได้?เรื่องนี้ละเอียดอ่อน คอนโดที่พักอาศัยเป็นหมื่นแห่ง เอกสารขอใบอนุญาต รปภ.ปีละเป็นแสนคนท่าน พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. คนรุ่นใหม่ ต้องกลับไปพิจารณา ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย?สหบาท