ไทยติดเชื้อโควิด-19 เริ่มทำนิวไฮรายวัน ล่าสุดพุ่งทะลุ 8.5 พันคน มี “ชลบุรี-สมุทรปราการ” ติดเชื้อพุ่งแซง กทม. ขณะที่ “อนุทิน” เริ่มเสียงอ่อน รับอย่ามองสายพันธุ์โอมิครอนไม่รุนแรง และไทยยังพบสายพันธุ์เดลตาระบาดอยู่ ด้าน สธ.ย้ำการตรวจ ATK กลุ่มเสี่ยงแม้เป็นลบ ควรทำซ้ำในสามวัน หากอาการไม่มากให้กักตัวที่บ้าน กินฟ้าทะลายโจร พร้อมสำรองเตียง-ยาให้ผู้ป่วยเด็ก ที่เริ่มพบมากขึ้น ขณะเดียวกันประสานเสียงหัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ ม.มหิดล อย่าเพิ่งแตกตื่น ข่าวไซปรัสพบเชื้อ “เดลตาครอน” ลูกผสมเดลตา-โอมิครอน เหตุข้อมูลยังไม่ชัดเจนเป็นเชื้อไฮบริดจริงหรือแค่เกิดการปนเปื้อนในแล็บ รอถอดรหัสพันธุกรรมก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของปี 2565 สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โรคโควิด-19) ของไทยที่ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันทะยานมากกว่าเดิม ติดเชื้อทำนิวไฮ 8.5 พันคนเมื่อเวลา 12.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,511 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 8,141 คน มาจากเรือนจำ 20 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 350 คน จาก 48 ประเทศ โดย 5 อันดับแรกได้แก่จากสหรัฐอเมริกา 31 คน รัสเซีย 30 คน คาซัคสถาน 28 คน อินเดีย 23 คน และสหราชอาณาจักร 22 คน หากแยกระบบพบมาจากเทสต์แอนด์โก 181 คน แซนด์บ็อกซ์ 153 คน และควอรันทีน 16 คน ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,269,550 คน ผู้ป่วยรักษาหายป่วยเพิ่มขึ้น 2,605 คน อยู่ระหว่างรักษา 53,858 คน อาการหนัก 484 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 113 คน มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,193,867 คนชลบุรียังยืนหนึ่งป่วยสูงสุดขณะเดียวกันพบผู้ติดเชื้อครบทุกจังหวัด โดย 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 9 ม.ค.ได้แก่ ชลบุรี 921 คน สมุทรปราการ 669 คน กทม. 598 คน นนทบุรี 436 คน ภูเก็ต 416 คน อุบลราชธานี 409 คน สุรินทร์ 307 คน ขอนแก่น 275 คน เชียงใหม่ 268 คน ระยอง 259 คน ส่วนผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 12 คน เป็นชาย 8 คน หญิง 4 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 7 คน มีโรคเรื้อรัง 3 คน พบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ใน จ.เชียงใหม่ 3 คน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 21,731 คนปักเข็มสองได้ร้อยละ 65ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ม.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 383,002 โดส แยกเป็นเข็มแรก 38,795 ราย เข็มที่สอง 116,106 ราย และเข็มที่สาม 228,101 ราย รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.64 ทั้งสิ้น 106,336,237 โดส จำแนกเป็นเข็มแรก 51,502,025 ราย คิดเป็นร้อยละ 71.5 ของประชากร เข็มที่สอง 46,820,621 ราย คิดเป็นร้อยละ 65.0 ของประชากร และเข็มที่สาม 8,013,591 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.1 ของประชากรอย่ามองโอมิครอนไม่แรงต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กลับมาอีกครั้ง หลังเทศกาลปีใหม่ว่าตัวเลขเพิ่มขึ้น แต่ยอดการเสียชีวิตยังคงที่แสดงว่าวัคซีนที่นำมาฉีดให้ประชาชนมีประสิทธิภาพป้องกันการป่วยหนัก และป้องกันการสูญเสียได้ ที่ผ่านมาเราฉีดวัคซีนได้ตามเป้า ประชาชนโดยรวมก็ช่วยกันระมัดระวัง ถือว่าได้ช่วยกันประคองสถานการณ์ ต้องขอขอบคุณความร่วมมือที่เกิดขึ้น ใครถึงคิวรับเข็ม 3 ขอให้มารับบริการได้ทันที อย่ามองว่าเชื้อโอมิครอนไม่รุนแรง เพราะในประเทศ ไทยยังพบการระบาดของสายพันธุ์เดลตาอยู่ วันนี้ประชาชนตื่นตัวมากในเรื่องการตรวจคัดกรองหาเชื้อ การรู้ตัวว่าติดเชื้อเร็วจะช่วยให้เข้าสู่ระบบรักษาเร็ว และทำให้การควบคุมโรคในภาพรวมมีประสิทธิ ภาพดีขึ้น ตรวจ ATK เชิงรุกรู้ผล 30 นาทีนายอนุทินกล่าวว่า ได้มอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประสานงานคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพิ่มจุดตรวจโควิด-19 เชิงรุก เพื่อสนับสนุน กทม.อำนวยความสะดวกให้ประชาชน การตรวจหาเชื้อโควิดดังกล่าวจะใช้ชุดตรวจ ATK ที่ขึ้นทะเบียนแบบใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์จะทราบผลตรวจภายใน 30 นาที หากปรากฏผลตรวจเป็นบวกหรือติดเชื้อจะเข้าสู่กระบวนการรักษาที่บ้านหรือในระบบชุมชน จากนั้นจะเป็นการพิจารณาของแพทย์ผู้รักษา หากมีอาการมากขึ้นจะให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลสนาม จนถึงโรงพยาบาลทั่วๆไปที่มีเครื่องมือพร้อม จะทำทุกวิถีทาง เพื่อลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุดแต่ย้ำให้เช็กซ้ำด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงคำแนะนำตรวจ ATK ว่า ประชาชนที่มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ เมื่อตรวจ ATK ครั้งแรกเป็นลบ หากอาการไม่มาก ขอให้ตรวจซ้ำภายใน 3 วัน แต่ถ้าระหว่างนั้นอาการมากขึ้น หรือเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ให้รีบไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจ RT-PCR โดยแพทย์อีกครั้ง หากเชื้อไม่มาก การตรวจด้วย ATK อาจจะไม่เจอ ดังนั้น ถ้าสงสัยแล้วตรวจเป็นลบ ขอให้ตรวจซ้ำใน 2-3 วัน ระหว่างนั้นต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เลี่ยงการอยู่ร่วมกับผู้อื่นให้มากที่สุด หากอาการไม่มากสามารถกินยาฟ้าทะลายโจร น้ำอุ่นผสมมะนาวน้ำผึ้งได้ และขอย้ำว่าการตรวจ ATK ไม่มีแบบที่ตรวจหาเฉพาะสายพันธุ์ แต่เป็นการตรวจพบโควิด-19 ด้วยแอนติเจนของไวรัส ไม่ใช่ตรวจด้วยพันธุกรรม ทั้งนี้อาการหวัดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาจเป็นไข้หวัดใหญ่ก็ได้ เบื้องต้นสามารถรักษาด้วยวิธีทั่วไป แต่หากไม่ดีขึ้นก็ตรวจซ้ำ ไปพบแพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็กอาการไม่เยอะรักษาที่บ้านนพ.โอภาสกล่าวถึงสถานการณ์เตียงว่า ขณะนี้รายงานข้อมูลเข้ามาตรงกัน ยังไม่พบปัญหา ส่วนใหญ่ เคสไม่หนัก หากดูสถานการณ์ที่สหรัฐอเมริกา ติดเชื้อกัน เป็นล้านคนต่อวันก็ไม่ได้รักษาที่ รพ. ส่วนใหญ่อยู่บ้าน ครั้งนี้อาการไม่หนัก เราเน้นการรักษาจากที่บ้านเป็นหลัก อาการเหมือนไข้หวัด รักษาตามอาการ ดื่มน้ำอุ่น สวมหน้ากากอนามัย เจ็บคอก็ดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว กินฟ้าทะลายโจร ยืนยันว่าหากอาการไม่เยอะ รักษาที่บ้านได้ เพื่อให้เตียงกับกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นพิเศษรับเด็ก 4 เดือนเข้ารักษาแล้วส่วน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ตามที่ครอบครัวของเด็กป่วยโควิดวัย 4 เดือน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. หาโรงพยาบาลรักษานั้น ขณะนี้กรมการแพทย์โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีได้ประสานรับเด็กคนดังกล่าวเข้ารักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยเด็กรายนี้มีอาการไอ มีเสมหะ มีน้ำมูก ไม่มี หอบเหนื่อย ดูดนมเองได้ ไม่อาเจียน ไม่มีถ่ายเหลว นอนพักผ่อนได้ปกติ ซึ่งได้รับการดูแลรักษาตามมาตรฐานของการดูแลผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่กรมการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ รพ.เตรียมยาน้ำฟาวิฯนพ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า กรมการแพทย์คาดการณ์ว่าจะเกิดการระบาดในเด็กมาก เพราะเด็กบางส่วนยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แต่ย้ำว่าอาการไม่รุนแรง หากไม่มีโรคประจำตัว ขณะนี้ประสาน กทม.ให้จัดทำเตียง Community Isolation (CI) สำหรับเด็กและครอบครัวเอาไว้ 6 โซน โซนละ 1 แห่ง แห่งละอย่างน้อย 50 เตียง โดย 1 ห้อง เด็กอยู่ร่วมกัน 3-4 คน มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมได้ เนื่องจากเด็กจะมีการทำกิจกรรมมากกว่าผู้ใหญ่ พร้อมทั้งมอบให้สถาบันเด็กแห่งชาติฯเผยแพร่วิธีการเตรียมยาน้ำฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็กผ่านทางยูทูบของสถาบันเด็กแห่งชาติฯและกรมการแพทย์ เพื่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเตรียมยาได้เองด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องสำรอง พร้อมจัดระบบให้ปรึกษาร่วมกับโรงเรียนแพทย์ (UHosNet) สำนักการแพทย์ กทม. โรงพยาบาลเอกชน ในการดำเนินการ HI และ CI นอกจากนี้ยังได้จัดตั้ง CI สำหรับแรงงานต่างด้าว เริ่มจากหนึ่งโซน ถ้ามีความจำเป็นจะขยายไปโซนละ 1 แห่ง แห่งละประมาณ 100 เตียงตัวเลขเด็กป่วยยังไม่ชัดนพ.สมศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้ป่วยเด็กขณะนี้ตัวเลขไม่ชัดเจน เพราะรายงานผู้ป่วยทั้งหมดไม่ได้มาที่กรมการแพทย์ อย่างไรก็ตาม กรมมอบหมายให้สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯติดตามตัวเลขอยู่ กรณีที่เด็กมีอาการหนัก เป็นกลุ่มสีเหลืองหรือแดงนั้น กรมการแพทย์ได้ให้สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯประสานกับ กทม. โรงเรียนแพทย์จัดเตรียมหอผู้ป่วยหนัก เตรียมพร้อมสำหรับเด็กที่อาจจะต้องใช้ออกซิเจน เบื้องต้นที่มีการสำรวจ ตอนนี้มีประมาณ 100 เตียง คาดหวังว่าเราจะไม่ต้องใช้เตียงเหลืองแดงสำหรับเด็ก จัด 70 เตียงรับเด็กกลุ่มเหลือง-แดงด้าน นพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมดูแลผู้ป่วยโควิดเด็กทุกกลุ่มอาการ กลุ่มสีเขียวจะให้รักษาตัวที่บ้าน และเตียงศูนย์พักคอยหรือ Community Isolation (CI) ส่วนกลุ่มสีเหลืองและสีแดงจะรับไว้รักษาในสถาบัน มีห้องแยกความดันลบ 5 ห้อง มีเตียงรองรับผู้ป่วยทั้งหมด 70 เตียง และเตรียมความพร้อมรองรับการฉีดวัคซีนกลุ่มเด็ก 5-11 ขวบ มีการซักซ้อม พร้อมจัดสถานที่สำหรับให้บริการ เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว และจะเร่งฉีดวัคซีนเด็กกลุ่มนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ทั้งนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลรักษาสุขภาพเด็กให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัด โดยเฉพาะเด็กทารกเนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคของเด็กยังมีน้อย อาจติดเชื้อโรคได้ง่าย รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และปรุงสุกร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว ทำให้ร่างกายของลูกน้อยอบอุ่นอยู่เสมอ ควรตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ ATK หากพบผลบวกให้โทร.1330 เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไปหญิงท้องยังกังวลรับวัคซีนส่วน นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในสตรีตั้งครรภ์ว่า ขณะนี้สตรีมีครรภ์ฉีดเข็มที่ 1 ไปประมาณร้อยละ 37 หรือ 1 แสนกว่าคน จากเป้าหมายตั้งไว้ราว 3 แสนคน เข็มที่ 2 ฉีด 8 หมื่นกว่าคน เข็มที่ 3 จะเป็นหลังคลอดไปแล้ว และมาฉีดกระตุ้นประมาณ 4.2 พันคน ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางสาธารณสุข โดยพบว่ามีสตรีตั้งครรภ์ประมาณ 2 ใน 3 ที่ตัดสินใจไม่ฉีดวัคซีนเนื่องจากกังวลว่าวัคซีนจะมีผลต่อทารกในครรภ์ กรมอนามัยได้ให้คำแนะนำว่าวัคซีนทุกตัวมีความปลอดภัย ต่างประเทศฉีดเป็นล้านคนพบว่าปลอดภัย จึงเชิญชวนสตรีที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์เป็นต้นไปเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่คลินิกหรือสถานพยาบาลที่ตัวเองฝากครรภ์ได้ทันที โดยให้คนท้องเลือกวัคซีนได้ตามสูตรที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ หากรับวัคซีนจะผ่อนหนักเป็นเบาได้ วัคซีนมีความปลอดภัยขอให้เชื่อมั่น เพราะตั้งแต่การระบาดเดือน เม.ย.2564 จนถึงปัจจุบันมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อกว่า 6 พันราย ในจำนวนนี้ร้อยละ 90 ที่ติดเชื้อไม่ได้รับวัคซีน ทั้งรับไม่ครบโดสและไม่ได้รับ ส่วนคนท้องที่เสียชีวิตจนถึงวันนี้มี 104 รายเกือบทั้งหมดไม่ฉีดวัคซีนศูนย์บางซื่อไม่มีวอล์กอินเข็ม 3ด้าน พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนังในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวการฉีดวัคซีนหนาแน่นที่สถานีกลางบางซื่อว่า ภาพของความหนาแน่นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นวันแรกของการเปิดฉีดวัคซีนหลังจากปิดช่วงปีใหม่ ทำให้มีประชาชนส่วนหนึ่งเข้าใจว่าสถานีกลางบางซื่อเปิดวอล์กอิน จึงเดินทางมาจำนวนมาก และได้ชี้แจงให้ทราบว่าศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อไม่เปิดรับวอล์กอินฉีดเข็ม 3 แต่สถานีกลางบางซื่อ เน้นการนัดหมายมาฉีด ส่วนกรณีผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็ม 1 และเข็ม 2 มาก่อนสามารถวอล์กอินมาฉีดได้ แต่ขอให้มาในช่วงเวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่จะมาฉีดวัคซีนเข็ม 3 หากเป็นผู้ที่เคยฉีดเข็ม 1 เข็ม 2 เดิมของสถานีกลางบางซื่อ ทางสถานีกลาง บางซื่อจะส่ง SMS แจ้งเตือนและนัดหมายให้มาฉีดวัคซีนเข็ม 3 แต่ถ้าใครที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนกับสถานีกลางบางซื่อและยังหาที่ฉีดไม่ได้ ไม่ต้องตกใจ สามารถเข้าไปลงทะเบียนจองคิวฉีดได้ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ท่านใช้อยู่ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 8 เม.ย.วันละ 15,000 ราย วัคซีนที่ใช้มีอยู่ 4 ชนิด ส่วนใหญ่จะฉีดไฟเซอร์เป็นหลัก ส่วนวัคซีนโมเดอร์นายังมีอยู่ แต่จะให้บริการจนถึงวันที่ 15 ม.ค.นี้อย่าเพิ่งตกใจ “เดลตาครอน”ส่วนกรณีเกิดความตื่นตระหนกต่อข่าวทีมนักวิจัยไซปรัสพบเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ที่เป็นการผสมกันของสายพันธุ์เดลตากับโอมิครอน ที่เรียกว่า “เดลตาครอน” นั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่าขณะนี้ไทยยังไม่มีข้อมูล ขอเวลาตรวจสอบก่อนว่าเป็นข่าวหรือรายงานอย่างเป็นทางการ ขอให้ทุกคนใจเย็น ไม่อยากให้ตื่น ตระหนกเกินไป ส่วนกรณีมีนักวิชาการระบุว่า การรายงานสายพันธุ์โอมิครอนของไทยต่ำกว่าความเป็นจริงนั้น อธิบายไปหลายครั้งแล้วว่า สัดส่วนการรายงานเชื้อโอมิครอน มีทั้งสูงและต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากเราตรวจหาเชื้อจากผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกคน จะมีสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ส่วนผู้ติดเชื้อในประเทศ ไม่ได้ตรวจหาสายพันธุ์ทุกคน ใช้วิธีการสุ่มตรวจ เพื่อที่จะดูสัดส่วนของการระบาดของสายพันธุ์ให้ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใด แนวทางการป้องกันตัวเองก็เหมือนเดิมคือสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่างยังไม่ชัดเจนเดลตาครอนมีจริงขณะที่ ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงเชื้อเดลตาครอนที่สื่อระบุพบแล้ว 25 ราย ว่า เท่าที่ติดตามในฐานข้อมูลกลางโควิดโลกหรือ GISAID ยังไม่พบรายงานดังกล่าว เพียงแต่เห็นข้อมูลส่งต่อในสื่อโซเชียลต่างๆ การซับมิตข้อมูลเข้า GISAID จะต้องเป็นข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและได้รับการยืนยัน มีหน้างานที่คอยควบคุมคุณภาพรหัสพันธุกรรมก่อนส่งเข้าไปในฐานข้อมูลกลาง เชื่อว่าเร็วๆนี้คงจะทราบแน่ชัดว่ามีการเกิดขึ้นของลูกผสมหรือไฮบริด ระหว่างเดลตากับโอมิครอน หรือที่ระบุชื่อกันว่าเดลตาครอนหรือไม่ หากมีจริงจะถือเป็นตัวแรกของโลกที่เป็นลูกผสมระหว่างโคโรนาไวรัสด้วยกัน ที่ผ่านมาใน GISAID ที่มีข้อมูลซับมิตเข้ามากว่า 6 ล้านตัวอย่าง ยังไม่เคยระบุมีลูกผสมรอถอดรหัสพันธุกรรมสายยาวศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าวว่า เท่าที่ติดตามข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ ขณะนี้มีทั้งระบุว่าเป็นลูกผสมหรือบางส่วนระบุว่าเป็นเพียงการมี 2 สายพันธุ์ในคนเดียวกัน แต่ไม่ใช่ลูกผสม ประเทศไทยก็เคยเกิดกรณีแคมป์คนงานที่พบคนเดียวติดเชื้อทั้งสายพันธุ์อัลฟาและเดลตาในเวลาเดียวกัน เป็นไปได้แต่มีไม่มาก ส่วนที่ระบุพบเดลตาครอนถึง 25 ตัวอย่างก็ยังน่าสงสัย เพราะการเกิดลูกผสมหากเกิดขึ้นคงเกิดได้ไม่มาก อย่างไรก็ตาม ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง ทั้งนี้เทคนิคการถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสมีการถอดทั้งแบบสายสั้น สามารถถอดรหัสพันธุกรรมได้ประมาณ 300 ตำแหน่ง และแบบสายยาวสามารถถอดรหัสพันธุกรรมได้ถึง 2,000-3,000 ตำแหน่ง การถอดแบบสายสั้นอาจจะได้ข้อมูลไม่จำเพาะ ซึ่งบางครั้งตัวอย่างที่ส่งตรวจอาจจะมีการปนเปื้อนของเชื้อทั้ง 2 สายพันธุ์ ทำให้การวิเคราะห์ผิดพลาดได้ แต่หากเป็นการถอดสายยาวเช่นที่ศูนย์จีโนมฯใช้วิธีนี้ จะสามารถแยกได้ว่าเป็นสายพันธุ์ใดที่ชัดเจน รวมถึงเป็นลูกผสมหรือไม่ หรือเกิดจากการปนเปื้อนในแล็บวิจัย “พั้นช์–ปุ้ย–เฟียต” ติดโควิดวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคนบันเทิงทยอยประกาศติดเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นักร้องสาวชื่อดัง “พั้นช์-วรกาญจน์ โรจนวัชร” ออกมาประกาศผ่านไอจีส่วนตัวเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ว่าติดเชื้อโควิด-19 หลังตรวจ ATK ก่อนร่วมรายการ “แฉ” เมื่อค่ำวันที่ 7 ม.ค.และผลขึ้น 2 ขีด เดินทางกลับไปกักตัวที่บ้านทันที และขณะนี้มีผลการตรวจเชื้อจากโรงพยาบาลยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ตอนนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์ พร้อมอัปเดตอาการล่าสุดว่า ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ มีเสมหะและไอเล็กน้อย รับรู้รสชาติ กลิ่น กินอาหารได้ปกติ เช่นเดียวกับนักแสดงรุ่นใหญ่ “ปุ้ย-อรัญญา ประทุมทอง” แจ้งว่าติดเชื้อโควิด-19 และ GMMTV ได้ออกมาเเจ้งข่าวว่า “เฟียต-พัทธดนย์ จันทร์เงิน” นักแสดงในสังกัดติดเชื้อโควิด-19 เเละได้แยกกักตัวที่บ้าน และเเจ้งผู้ที่ใกล้ชิดเเล้วภูเก็ตติดเชื้อนิวไฮอีกวันส่วนสถานการณ์ในหลายจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมากต่างเร่งตรวจ ATK กลุ่มเสี่ยงและจัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดให้กลุ่มเปราะบางกับประชาชนทั่วไปที่ต้องการฉีดเข็มกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 635 คน เป็นผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 416 คน จากต่างประเทศ 1 คน นักท่องเที่ยวในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 142 คน เทสต์แอนด์โก 76 คน เป็นสถิติใหม่หรือนิวไฮของ จ.ภูเก็ต ในรอบ 2 ปีอีกครั้ง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม มีผู้ติดเชื้อรักษาตัวอยู่ใน รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จำนวน 2,516 คน และคาดว่าจะตรวจพบผู้ติดเชื้ออีกเป็นจำนวนมากโควิดพ่นพิษปิดเกาะช้างด้าน อ.เกาะช้าง จ.ตราด หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ล่าสุดนายนิพนธ์ ภิญโญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เปิดเผยว่าปัจจุบันได้มีการออกประกาศ พร้อมทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานส่วนที่เกี่ยวข้องและสถานประกอบการต่างๆ ได้รับทราบโดยทั่วกันเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ อ.เกาะช้าง มีความรุนแรง และมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดและลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หมู่เกาะช้าง และนักท่องเที่ยวทั่วไปทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ขอประกาศปิดให้บริการพักค้างแรม สถานที่กางเต็นท์และงดการทำกิจกรรมการท่องเที่ยวทุกประเภทในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.2565 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติอุบลฯ ติดเชื้ออีก 421 คนขณะที่ จ.อุบลราชธานี ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 421 คน ส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับ 5 คลัสเตอร์เดิม ได้แก่ ต.ไพบูลย์ อ.น้ำขุ่น ร้านเอกมัย 487 อ.เมืองอุบล ราชธานี งานคอนเสิร์ตหมอลำ อ.สิรินธร ร้านในปั๊มน้ำมัน อ.พิบูลมังสาหาร และงานบุญ หมู่ 2 ต.ท่าโพธิ์ศรี อ.เดชอุดม มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เป็นชาย อายุ 78 ปี อยู่ ต.สีวิเชียร อ.น้ำยืน จากคลัสเตอร์ ตลาดน้ำยืน ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ด้านพระอธิการกนก สุรปัญโญ กรรมการและรองเลขานุการ คณะสงฆ์วัดหนองป่าพง และมรดกธรรมพระโพธิญาณเถร กล่าวถึงการจัดงานประจำปีงานปฏิบัติธรรมอาจาริยบูชารำลึกพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) ณ วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ ว่า ขอเชิญญาติโยมติดตามการแสดงธรรมโดยการถ่ายทอดสดและปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นอาจาริยบูชาในที่พักอาศัยของท่าน ไม่ต้องเดินทางมาร่วมกิจกรรมที่วัดระหว่างวันที่ 15-16 ม.ค.นี้ ส่วนการปฏิบัติศาสนกิจภายในวัด จำกัดเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ และเจ้าหน้าที่ ที่มีผู้ร่วมงานไม่เกิน 100 คนขอนแก่นยกระดับคุมโควิดด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 275 คน และได้ยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันในระดับพื้นที่ ยังคงเน้นหนักและยึดหลักตามที่ ศบค.กำหนด และมีคำสั่งให้ข้าราชการในส่วนภูมิภาคห้ามออกเดินทางนอกเขตจังหวัดในระยะนี้อย่างเด็ดขาดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงพร้อมเลื่อนการจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดประจำปี 2565 จากเดิมวันที่ 28 ม.ค.-9 ก.พ.ให้เลื่อนการจัดงานไม่มีกำหนด คงไว้แต่การประชุมระดับนานาชาติแบบออนไลน์ ของนักวิชาการด้านเส้นไหมและวิชาการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการออกสลากรางวัลกาชาด อ.นาแกปิด 3 หมู่บ้านส่วน จ.นครพนม พบผู้ป่วยเพิ่ม 43 คน ขณะที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่ออำเภอนาแก มีคำสั่งประกาศปิดพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ใน ต.พิมาน ได้แก่ บ้านดอนพัฒนา หมู่ 6 บ้านดงน้อย หมู่ 9 และ บ้านคลองเจริญ หมู่ 10 ตั้งแต่วันที่ 8-12 ม.ค.2565 ห้ามเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากมีกลุ่มเสี่ยงไปร่วมงานหมอลำในพื้นที่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อในคลัสเตอร์หมอลำกว่า 60 คน มีผู้ป่วยเสี่ยงสูงรอยืนยันผลตรวจกว่า 200 คนบึงกาฬติดโอมิครอนอีก 2ขณะที่ นพ.ภมร ดรุณ นพ.สสจ.บึงกาฬ กล่าวว่าภาพรวมจังหวัดพบผู้ป่วยยืนยัน 16 คน ส่วนใหญ่โยงกับคลัสเตอร์เดิม อาทิ คลัสเตอร์ บ.นาเจริญ ต.หนองเลิง 1 คน มียอดสะสม 42 คน คลัสเตอร์ บ.คำภู ต.ชัยพร 2 คน รวมสะสม 13 คน คลัสเตอร์ บ.เหล่าหมากผาง 4 คน รวมสะสม 52 คน ขณะที่ มีผลตรวจแยกสายพันธุ์ของผู้ป่วย พบติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนใน อ.เซกา 2 คน รวมสะสม 6 คน โดยรายล่าสุดที่พบ คนแรกเป็นหญิง อาชีพพนักงานท้องถิ่น อายุ 33 ปี มีประวัติเดินทางมาจาก กทม. มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 4 คน เป็นคนในครอบครัว รายที่ 2 เป็นชายชาวต่างชาติ อายุ 48 ปี อาชีพพนักงานบริษัท ในเยอรมนี เดินทางกลับไทยพร้อมภรรยาคนไทยเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2564 ตรวจ ATK ไม่พบเชื้อและ ตลอดเวลาที่อยู่ในไทยตรวจ ATK อีกหลายครั้งก็ไม่พบเชื้อ กระทั่งเย็นวันที่ 4 ม.ค. อสม.มาตรวจ ATK ให้ที่บ้าน พบเชื้อโควิด-19 ส่วนภรรยาไม่พบเชื้อ ต่อมา ได้ตรวจหาเชื้อเพื่อยืนยันที่ รพ.เซกา และ รพ.เอกชนใน จ.สกลนคร พบติดเชื้อ ขณะที่เข้ารักษาตัว ที่ รพ.เซกา มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 7 คน ได้แก่ ภรรยาและญาติอีก 6 คนคลัสเตอร์ตลาดโรงสีเริ่มนิ่งด้าน นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงคลัสเตอร์สามีภรรยาที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้ามาใช้บริการร้านอาหารกึ่งผับ ในตลาดโรงสี ขณะนี้ถือว่าทรงตัว ยังไม่พบการแพร่กระจายขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ยังพบคลัสเตอร์ใหม่ในอำเภอต่างๆ โดยวันนี้พบผู้ป่วยใหม่ 55 คน ส่วนมากจากการคัดกรองเชิงรุกและการตรวจ หาเชื้อกลุ่มเสี่ยงสูง จากสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ส่วนการฉีดวัคซีนจังหวัดจัดฉีดให้กับประชาชนครบ 1 ล้านเข็ม ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา และในช่วงนี้สำนักงานสาธารณสุข และ รพ.กาฬสินธุ์ กำลัง เร่งรณรงค์จัดแคมเปญเชิญชวนประชาชนชาวกาฬสินธุ์ มาฉีดวัคซีนโดยเฉพาะเข็มที่ 3 และเข็มที่ 4 โอดนั่งดื่มแค่สามทุ่มน้อยไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ ศบค.มีมติให้ 8 พื้นที่ท่องเที่ยว ได้แก่ กทม. กาญจนบุรี กระบี่ ชลบุรี นนทบุรี ปทุมธานี พังงา และภูเก็ต สามารถนั่งดื่มได้ ไม่เกินเวลา 21.00 น. และจะต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ หรือ Thai Stop Covid 2 Plus ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มโอดครวญว่า ได้รับผลกระทบ นายตี่นซาน บอนดารี่ ชาวเนปาล เจ้าของร้านอาหาร Mali (มาลิ) ใน จ.พังงา กล่าวว่า บางทีลูกค้าออกมาจากโรงแรมช้ามาถึงที่ร้านประมาณสองทุ่มครึ่ง เราต้องบอกลูกค้าว่ามีเวลาครึ่งชั่วโมงนั่งดื่มแอลกอฮอล์ เวลาน้อยไป ถ้าให้นั่งดื่มแค่สามทุ่ม มีผลกระทบแน่นอนกับลูกค้า เนื่องจากเขามาพักผ่อน ได้นั่งดื่ม พูดคุยกัน เช่นเดียวกับ น.ส.วรรณี ทองอยู่ อายุ 35 ปี ลูกสาวร้านอาหารหลานย่าโม อมตะซิตี้ อ.เมืองชลบุรี กล่าวว่า ร้านทำตามนโยบายทางจังหวัด แต่ข้อกำหนดที่ออกมาคือให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 21.00 น. มีปัญหาที่ส่วนมากลูกค้าทำงานโรงงานจะเลิกงานออกกะเวลา 2 ทุ่ม ถึง 2 ทุ่มครึ่ง ร้านปิดให้ดื่มได้ถึงเวลา 21.00 น. ทำให้รายได้ลดลงหากติดเชื้อลดขอขยายเวลาดื่มขณะที่นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ ยอมรับว่า มติดังกล่าว มีผลกระทบกับการบริการของร้านต่างๆเล็กน้อย ส่วนที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สั่งปิดร้านที่พบคลัสเตอร์ 14 วัน 7 วัน และ 3 วัน ทางสมาคมฯ เห็นว่า เหมาะสมแล้ว เพราะผู้ติดเชื้อยังค่อนข้างสูง การจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ได้ถึงเวลา 21.00 น. ถือว่าดีแล้ว แต่หากตัวเลขของการติดเชื้อน้อยลง ค่อยขยายกลับไป เป็นเวลา 23.00 น. เหมือนเดิม ร้านที่ปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting จะไม่มีปัญหา ส่วนที่ว่าร้านที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการฯ จะต้องถูกสั่งปิด และยึดใบอนุญาตนั้น ไม่ใช่มาตรการของทางสมาคมฯ แต่เป็นมาตรการของทางจังหวัดเชียงใหม่ที่ออกมา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ยืนยันพบเดลตาผสมโอมิครอนด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก สหรัฐฯ รายงานว่า นายลีออนดิออส คอสตริคิส ศาสตราจารย์ชีววิทยา ประจำมหาวิทยาลัยไซปรัส ในประเทศไซปรัส ภูมิภาค เมดิเตอร์เรเนียน เปิดเผยการตรวจพบไวรัสโควิด-19 ตัวกลายพันธุ์ที่มีลักษณะของเดลตาและโอมิครอนผสมกัน ระบุว่าเป็นเชื้อเดลตา ที่มีรหัสพันธุกรรมของ โอมิครอนอยู่ภายใน จึงขอเรียกตัวกลายพันธุ์นี้ว่า “เดลตาครอน” เบื้องต้นพบผู้ติดเชื้อตัวนี้ในไซปรัสอย่างน้อย 25 คน อยู่ระหว่างสังเกตการณ์ว่าจะส่งผลกระทบเช่นไร ทีมวิจัยได้ส่งข้อมูลการค้นพบครั้งนี้ ไปยังฐานข้อมูลกลางโควิดโลก (GISAID) แล้ว แต่เชื่อว่าท้ายที่สุดเชื้อโอมิครอนจะแพร่ระบาดได้ดีกว่า ส่วนที่อังกฤษ ยอดผู้เสียชีวิตสะสมจากไวรัส โควิด-19 ได้พุ่งทะลุ 150,000 คน อย่างเป็นทางการ กลายเป็นประเทศที่ 7 ของโลก ที่มีผู้เสียชีวิตเกิน 150,000 คน ต่อจากสหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย รัสเซีย เม็กซิโก และเปรู ขณะที่อัตราผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอนเข้าโรงพยาบาลในอังกฤษ เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน และช่วง 7 วันที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตรวม 1,271 คน ถือว่าเพิ่มจากสัปดาห์ก่อน ในอัตราร้อยละ 38.3