จากเหตุการณ์พบศพ ด.ช.สายฟ้า ถนอมวงษ์ อายุ 6 ขวบ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งจอดอยู่ริมถนนภายในชุมชนแหลมทองหลาง ม.5 ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด เมื่อวันที่ 2 ม.ค. เป็นที่สงสัยของสังคมว่าเด็กเสียชีวิตได้อย่างไร ทำไมพ่อแม่ปล่อยให้เด็กมานอนเสียชีวิตในรถข้างถนนตามร่างกายมีร่องรอยถูกทำร้ายมาก่อน อาจจะมีเงื่อนงำไม่ได้เสียชีวิตตามธรรมชาติพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศปดส.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง ผอ.ศพดส.ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 และ รศ.พล.ต.ต.ดร.ปกรณ์ มณีปกรณ์ ผบก.ภ.จ.ตราด หาสาเหตุการเสียชีวิต ตอบข้อสงสัยผู้คนในสังคม พ.ต.อ.คงศักดิ์ บุญสื่อสุวรรณ รอง ผบก.ภ.จ.ตราด พ.ต.อ.บัญชา คล้ายน้อย ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ. 2พ.ต.อ.ปริญญา คำเจริญ ผกก.สส.ภ.จ.ตราด พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี ผกก.สภ.แหลมงอบ พ.ต.ท.สุวัฒน์ บริรักษ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.อุเทน สุมาลย์ สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.ธีระเดช มาศธนพันธ์ รอง ผกก.สส.สภ.แหลมงอบ พ.ต.ต.เทวกฤต พวงใต้ สว.สส.สภ.แหลมงอบ พ.ต.ท.จักรพันธ์ เหมือนแก้ว สว.สอบสวน สภ.เมืองตราด เข้าร่วมสืบสวนสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง กดดันผู้ก่อเหตุ ทำให้ นายปัญญา ชัยเชียงเอม อายุ 43 ปี พ่อเลี้ยงของ ด.ช.สายฟ้า รับสารภาพว่า เป็นผู้ทำร้าย ร่างกายเสียชีวิตนายปัญญารับว่า ก่อนเกิดเหตุเสพยาไอซ์ และโมโหเด็กที่ร้องตามจับโยนไปกระแทกกับล้อรถแล้วนำตัวเด็กกลับเข้าไปนอนในรถยนต์ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากขัดแย้งกับหลักฐานที่พบบางส่วนพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นำทีม ศปดส.ตร. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.กองอุทธรณ์ ลงพื้นที่ร่วมสืบสวนคดีด้วยตนเองพบกุญแจสำคัญของคดีคือ รอยร้าวบนกระโหลกศีรษะที่เกิดจากใช้ไม้แขวนเสื้อที่ทำจากไม้ตี รอยแผลที่ศีรษะ กระดูกแขนที่เคยหักมา 2 เดือน และคำให้การเพื่อนบ้านบอกว่า น.ส.นลินรัตน์ ถนอมวงษ์ แม่ของ ด.ช.สายฟ้า ซึ่งเกิดกับสามีคนเก่า เป็นคนอารมณ์รุนแรงชอบทำร้ายทุบตีลูกชายเป็นประจำ ตำรวจรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เชิญตัว น.ส.นลินรัตน์ สอบสวน มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ร่วมสอบปากคำ รับปากจะดูแลเด็กหญิงอายุ 11 ขวบ ซึ่งเป็นลูกอีกคนของ น.ส.นลินรัตน์ กับนายปัญญา ทำให้ น.ส.นลินรัตน์คลายความกังวลเรื่องลูกคนเล็กที่เกิดกับสามีใหม่น.ส.นลินรัตน์ยอมเปิดปากรับสารภาพว่าวันที่ 1 ม.ค.เวลา 07.30 น. น.ส.นลินรัตน์ปลุกลูกชาย ภายในรถยนต์พบว่าลูกชายอุจจาระภายในรถ จึงเกิด ความโมโห ใช้ไม้แขวนเสื้อที่ทำจากไม้ตีที่ศีรษะและตามร่างกายจำนวนหลายครั้งจนไม้แขวนเสื้อหัก ลูกชายได้ออกไปเล่นนอกบ้านและกลับไปนอน ในรถเวลา 21.00 น.จนถึงเช้าวันที่ 2 ม.ค.ถึงรู้ว่าลูกเสียชีวิตในรถ ส่วนสาเหตุที่ไม่แจ้งตำรวจ เพราะตกใจกลัว และเกรงว่าจะไม่มีคนดูแลลูกสาวอีกคนที่มีอายุ 11 เดือน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ให้รวบรวมพยานหลักฐาน พยานแวดล้อม ตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอบาดแผลของผู้ตายที่พบบนไม้แขวนเสื้อตามคำให้การ เพื่อยืนยันความผิดผู้ก่อเหตุพยานหลักฐานที่พบของชุดสืบสวนสอบสวนตรงกับข้อมูลของแพทย์นิติเวช ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากบาดเเผลที่ศีรษะที่แตกร้าว สมองฟกช้ำ ไม่ได้เกิดเป็นครั้งแรก แต่เป็นการทำร้ายร่างกายต่อเนื่องสะสมมาเบื้องต้นแจ้งข้อหานายปัญญาและ น.ส.นลินรัตน์ ร่วมกัน “ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย”พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง ผอ.ศปดส.ตร.กล่าวว่า “ชุดสืบสวนภาค 2 และทีม ศพดส.ตร.นำตัวพ่อเลี้ยงและแม่มาสอบสวนเพื่อหาความจริง ตอนแรกทางพ่อได้ยอมรับสารภาพ แต่เมื่อนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ ชาวบ้านได้ให้ข้อมูลว่าพ่อไม่น่าจะเป็นผู้ทำร้าย เพราะแม่เป็นผู้มีอารมณ์รุนแรง จึงตรวจหาความจริงอีกครั้ง สุดท้ายถูกกดดันมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราดเข้ามารับลูกสาว 11 ขวบอีกคนไปดูแล แม่จึงคลายความกังวลยอมรับสารภาพ ผู้เป็นแม่ของเด็กเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงและชอบลงมือตีน้องสายฟ้าเป็นประจำ ประกอบกับผลชันสูตรศพพบว่าเด็กเสียชีวิตจากการถูกตีที่ศีรษะ มีอาการสมองบวม กะโหลกร้าว แขนซ้ายหัก ซึ่งบาดแผลรอยกะโหลกร้าวที่พบมีทั้งบาดแผลเก่าที่เกิดมาได้ 2 เดือนและบาดแผลใหม่” “คดีนี้เด็กถูกทำร้าย ร่างกายสะสมมานานจนทำให้สมองบวมและเสียชีวิต สอดคล้องคำรับสารภาพของแม่เด็กที่ยอมรับว่า ใช้ไม้แขวนเสื้อตีจนเสียชีวิต และเป็นการตีหรือทำร้ายร่างกายสะสมตั้งแต่เดือน ก.ย.จนถึงเดือน ธ.ค.ตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน ส่วนประเด็นที่นายปัญญามักจะเอาน้องสายฟ้าไปนอนในรถ เพราะเกรงจะถูกแม่ทำร้าย และคำให้การรับสารภาพก่อนหน้าเจ้าหน้าที่จะนำตัวมาสอบปากคำใหม่ และดำเนินคดีตามหลักฐานที่ตรวจพบ คดีนี้ยังต้องเยียวยาดูแลเด็กผู้หญิงวัย 11 เดือนอีกคน ซึ่งเป็นลูกของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด ได้นำเด็กไปดูแลในสถานที่ปลอดภัยแล้ว”“วันนี้สถานการณ์ความรุนแรงในสังคมมีมากขึ้น อยากจะบอกพ่อและแม่ไว้เป็นอุทาหรณ์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจึงต้องดำเนินคดีอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่สูญเสียมากคือการเสียชีวิตของเด็ก ขณะเดียวกันวันนี้สิทธิของเด็กมีมาก เด็กมีสิทธิในเนื้อตัวร่างกายที่พ่อและแม่ไม่สามารถไปล่วงละเมิด หรือทำรุนแรงได้ พ่อแม่ไม่ได้เป็นเจ้าของในตัวเด็กทั้งหมด ยังมี พ.ร.บ.ความรุนแรงของเด็กที่มีการดำเนินคดีมาหลายคดีแล้ว ขอเตือนว่าพ่อแม่เด็กต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย ทางศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปดส.ตร.) จะได้ทำเป็นอุทาหรณ์ในเรื่องนี้ สถานศึกษา สถาบันครอบครัวต้องสอนว่าการกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นสิ่งผิดกฎหมาย”ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสลดใจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย แม่ทำร้ายฆ่าลูกของตนเอง ยังดีชุดทำงาน ศปดส.ตร. และ ชุดสืบสวนภาค 2 ทำงานกันเป็นมืออาชีพ ไม่เชื่อคำรับสารภาพของพ่อเลี้ยงที่ออกหน้ารับแทนแม่คนก่อเหตุ ใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวนและผลตรวจทางด้านนิติวิทยาศาสตร์มาช่วยคลี่คลายคดีจนได้ตัว “แม่ใจบาป” ผู้ต้องหาตัวจริงที่มีส่วนฆ่าลูกชายตัวเอง.ทีมข่าวอาชญากรรม