ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในรายงานการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว ว่า น้ำเป็นเรื่องสำคัญของโลกที่กำลังประสบปัญหาโลกร้อน ตนรู้สึกเสียดายที่ กมธ. ได้ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบนี้เพียง 2 มิติ ที่มองเพียงเรื่องของน้ำท่า และลุ่มน้ำเท่านั้น แต่อยากให้ได้ศึกษาเป็น 3 มิติ ในเชิงลึกด้วย เพราะเรามีน้ำบาดาลอยู่มากมาย หากมองเพียง 2 มิติ จะทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ตัดไม้ทำลายป่า ใช้ที่ดินสำหรับเกษตรกรรมมาใช้เพื่อการกักเก็บน้ำเป็นต้น แต่หากทำแบบ 3 มิติแล้ว โครงการที่เกิดขึ้นจะไม่กระจุกตัว ไม่ทำให้เงินลงทุนไปอยู่ที่โครงการใหญ่ แต่จะกระจายแก้ปัญหาทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำ และการกระจายรายได้ เพราะขณะนี้ปัญหาเรื่องน้ำเป็นปัญหาที่กระทบคนทั่วทุกภาค ทั้งการเกษตร หรือการมีน้ำกินน้ำใช้ดร.พิสิฐกล่าวอีกว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีน้ำบาดาลจำนวนมหาศาลถึง 1.13 ล้านล้าน ลบ.เมตร อยู่ใต้ดินทั่วทั้งประเทศ ขณะที่น้ำผิวดิน มีเพียงประมาณ 2 แสนล้าน ลบ.เมตรเท่านั้น โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ลุ่มน้ำยม มีน้ำบาดาลอยู่มหาศาล แต่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ เมื่อเราประสบปัญหาขาดแคลนน้ำก็มักเอาน้ำจากลุ่มน้ำหนึ่งไปยังอีกลุ่มน้ำหนึ่ง เสียค่าใช้จ่ายในการขุดเจาะ ทำท่อ ทำลายสิ่งแวดล้อม ขณะที่เราสามารถนำน้ำจากใต้ดินมาใช้ได้“กรมน้ำบาดาลเพิ่งขุดเจาะน้ำในภาคอีสานปรากฏว่าลึกไปเพียง 1 กม. ก็มีน้ำบาดาลให้ใช้ โดยรวมแล้วเรามีน้ำบาดาลอยู่มหาศาล แต่ใช้ไปเพียงปีละ 14,000 ล้าน ลบ.เมตร ยังมีอีกอย่างน้อย 2 เท่าตัว คือ 45,000 ล้าน ลบ.เมตรต่อปี ที่นำมาใช้ได้ทั้งเรื่องการเกษตร และอุปโภคบริโภค” ดร.พิสิฐกล่าวและว่า จึงอยากให้มีการพิจารณานำน้ำบาดาลมาใช้ เพราะเป็นน้ำสะอาดไม่ต้องใช้คลอรีนบำบัด ไม่เกิดปัญหาสารเคมี ไม่มีปัญหาการใช้ที่ดินดร.พิสิฐกล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยมีถึง 20,000 หมู่บ้าน ไม่มีน้ำประปาสะอาดใช้ ขณะที่กรมน้ำบาดาลได้รับงบฯเพียงปีละ 2-3,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่กลับจะทุ่มเงิน 70,000 กว่าล้านบาทเพื่อผันน้ำลุ่มน้ำยวมทำให้เกิดคำถามว่าจะเกิดประโยชน์ประชาชนจำนวนเท่าใด แต่หากนำเงินจำนวนนี้มาทำประปาหมู่บ้าน ก็เชื่อว่าทุกหมู่บ้านในประเทศไทยที่ประชากรกว่า 90% ของหมู่บ้านยังไม่มีระบบประปาจากน้ำบาดาลก็จะมีน้ำที่สะอาดใช้ได้นับล้านคน.