ที่กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมพิธีลงนามสัญญาจ้างบริการถอดรหัสพันธุกรรม โดยร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC และกิจการร่วมค้าไทยโอมิกส์ โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัด สธ. และผู้บริหารระดับสูงของ สธ.เป็นสักขีพยานดร.สาธิตกล่าวว่า โครงการพัฒนาศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงระบบสาธารณสุขไทยครั้งสำคัญ ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประเทศในเชิงของการศึกษาวิจัย และการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในทางการแพทย์ เพื่อช่วยในการวินิจฉัย รักษา และป้องกันโรคได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ในรูปแบบที่เราเรียกว่า “การแพทย์แม่นยำ หรือ precision medicine” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใช้ในการรักษาที่อยู่ในระบบประกันสุขภาพไทย ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง สามารถลดอัตราการเกิดโรคลงได้ถึงร้อยละ 10 โดยศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์ ตั้งอยู่ที่คณะเภสัชศาสตร์ ม.บูรพา โดยมีแผนการถอดรหัสพันธุกรรมของคนไทยมุ่งเป้าใน 5 กลุ่มโรค ได้แก่ 1.กลุ่มโรคมะเร็ง 2.โรคที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยและหายาก 3.โรคติดเชื้อ 4.โรคไม่ติดต่อ และ 5.กลุ่มเภสัชพันธุศาสตร์ ป้องกันการแพ้ยาและการเลือกใช้ยาที่เหมาะสมนพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.สวรส. กล่าวว่า สวรส.จะถอดรหัสพันธุกรรมของคนไทยจากอาสาสมัครที่เป็นตัวอย่าง 50,000 รายภายในระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้ การแพทย์จีโนมิกส์ เป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่สำหรับการรักษาพยาบาลและการวิจัยทางการแพทย์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะนำไปสู่การยกระดับประเทศ ทั้งในด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนางานวิจัยที่สอดคล้องกับปัญหาสาธารณสุขปัจจุบันนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. กล่าวว่า การแพทย์จีโนมิกส์ สร้างประโยชน์ต่อประเทศ 3 ด้านคือ 1.ด้านการแพทย์และสาธารณสุข 2.ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 3.ด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดการลงทุนด้านการบริการการแพทย์แม่นยำ การพัฒนายาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งเกิดการจ้างงาน สร้างรายได้และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่.