รวบ “บังมิต” พร้อมเมีย ลูกชาย และลูกสะใภ้รวม 4 คนอุ้มลุงวัย 61 ไปซ้อมน่วมจนเสียชีวิตนำศพไปทิ้งลานจอดรถในตลาดนัดต้นตาล หลังไปทวงหนี้พนันลูกชายผู้ตายติดค้างเงินร่วม 5 หมื่นบาท แต่ไม่มีเงินจ่าย อุ้มขึ้นรถกระบะไปทำร้ายร่างกายในบ้านย่านปากเกร็ด แล้วลากศพใส่รถกระบะไปทิ้งจัดฉากให้ผู้ตายไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับวัยรุ่นในตลาดจากเหตุพบศพชายไม่ทราบชื่ออายุ 50-55 ปี เสียชีวิตที่ลานจอดรถท้ายตลาดนัดต้นตาล ใกล้แยกประเสริฐอิสลาม ถนนเลี่ยงเมือง ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ลำตัวและเบ้าตาทั้ง 2 ข้างเขียวช้ำ กะโหลกร้าว ซี่โครงข้างซ้ายหัก และขาขวามีแผลถลอก ไม่พบหลักฐานระบุตัวตน แพทย์ตรวจสอบศพพบว่าผู้ตายติดเชื้อโควิด-19 สอบถามพ่อค้าแม่ค้าทราบว่า ช่วงค่ำวันที่ 28 ต.ค. พบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนวิ่งผ่านมาจุดที่พบศพ ระบุเป็นรถต้องสงสัยที่คาดว่า อาจเป็นคนร้ายนำศพมาทิ้ง ต่อมาตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจสอบทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือนายคำพร หงษ์เวียงจันทร์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 7 ต.เจ้าวัด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เร่งหาข้อมูลติดตามตัวคนร้ายล่าสุด เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 29 ต.ค. พ.ต.ท. ศุภกฤช เดือนแจ้งรัมย์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด คุมตัวนายสมไสว หรือบังมิต หมัดบู่ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/4 หมู่ 3 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อาชีพรับจ้างทั่วไป เจ้าของรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน กง 3873 กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำกว่า 3 ชม. พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นนทบุรี ตรวจสอบรถเพื่อหาหลักฐานคลี่คลายคดีต่อมานายสมไหวรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมาหาตนที่บ้านเลขที่ 15/15 หมู่ 3 ภายในซอยประเสริฐอิสลาม ถนนเลี่ยงเมือง ต.บางตลาด อ. ปากเกร็ด ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 2 กม. นั่งดื่มเหล้ากันจนเมา ตนทวงเงินกับนายคำพรเป็นเงิน 5 หมื่นบาท แต่นายคำพร ไม่มีเงิน เกิดบันดาลโทสะกระหน่ำเตะต่อยไม่ยั้งมือจนนายคำพรสลบ แล้วเรียกญาติให้ช่วยกันนำร่างขึ้นท้ายรถกระบะ เพื่อจะพาไปหาหมอระหว่างทางเกิดเสียชีวิต ตกใจรีบขับไปที่ลานจอดรถในตลาดแล้วทิ้งศพ ทำทีเหมือนว่าผู้ตายมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับวัยรุ่นในตลาด เป็นเหตุให้เสียชีวิตส่วนเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อตามคำให้การของนายสมไสว หลักฐานขัดแย้งกับแนวทางการสืบสวนทราบว่า ลูกชายของนายคำพรเป็นหนี้นายสมไสวร่วม 5 หมื่นบาท และหลบหนีไปไม่ยอมชดใช้ เป็นเหตุให้นายสมไสวไม่พอใจ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.นายสมไสวขับรถไปหานายคำพรที่บ้านเช่าย่านคู้บอน กรุงเทพฯ บังคับให้นายคำพรขึ้นรถไปด้วยกัน เพื่อตกลงหนี้สินของลูกชายคุมตัวไปที่บ้านภรรยาเลขที่ 15/15 ภายในซอยประเสริฐอิสลาม ซอย 38 จากนั้นลงมือทำร้ายร่างกายเพื่อระบายแค้น กระทั่งนายคำพรเสียชีวิตแล้วนำศพไปทิ้งที่ลานจอดรถ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด รวมทั้งต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์มาประกอบคดี เบื้องต้นข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และกักขังหน่วงเหนี่ยวให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายต่อมาช่วงสายวันที่ 30 ต.ค. ตำรวจฝ่ายสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 คนประกอบด้วย น.ส.สุกัญญา หรือนะ ลามอ อายุ 37 ปี ภรรยาของนายสมไสว นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ลูกชาย และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี แฟนนายเอ แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ด้าน พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่า คดีนี้สาเหตุเกิดจากลูกชายของนายคำพร หงส์เวียงจันทร์ เป็นหนี้การพนันกับนายสมไสวกว่า 5 หมื่นบาท ก่อนหลบหนีไปไม่ชำระหนี้ เป็นเหตุให้นายสมไสวไม่พอใจจนเกิดความแค้น ยกพวกไปอุ้มนายคำพรจากบ้านพักในพื้นที่คู้บอน กทม.มากักขังไว้ที่บ้านภรรยาของนายสมไสว เริ่มลงมือทำร้ายร่างกายนายคำพรหลายรอบจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต นำศพไปทิ้งที่ลานจอดรถของตลาดต้นตาล ก่อนพากันขับรถหลบหนีไป ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพคุมตัวดำเนินคดี