ผลการประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ครั้งที่ 1/2564 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการบริหารการนำเข้ามะพร้าวผล ตามกรอบความตกลง AFTA ปี 2564 ช่วง ก.ย.-ธ.ค.64โดยใช้ผลการรับซื้อผลผลิตมะพร้าวในประเทศของผู้ประกอบการ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-6 ส.ค.64 มาพิจารณาจัดสรรปริมาณนำเข้า ให้ผู้มีสิทธินำเข้า 1 ส่วน ต่อการรับซื้อมะพร้าวผลในประเทศ 2.5 ส่วน รวมปริมาณจัดสรรนำเข้า 78,477 ตัน แต่ทั้งนี้การนำเข้าต้องเป็นไปตามประกาศกรมการค้าต่างประเทศเพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการนำเข้ามะพร้าว คณะกรรมการพืชน้ำมันฯได้มีมติเห็นชอบการใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (SSG) ภายใต้ความตกลง WTO ปี 2564 โดยใช้หลักการคำนวณ Trigger Volume ที่ปริมาณสินค้ามะพร้าว 311,235 ตัน ซึ่งคำนวณจากปริมาณนำเข้ามะพร้าวย้อนหลังเฉลี่ย 3 ปี (2561-2563)หากมะพร้าวที่นำเข้ามารวมกันเกินกว่า 311,235 ตัน กรมศุลกากรจะจัดเก็บอากรในอัตราที่เพิ่มขึ้น ถ้าเป็นการนำเข้าภายใต้ความตกลง WTO และ AFTA นำเข้านอกโควตาจะเก็บอากรร้อยละ 72เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการตามที่คณะกรรมการพืชน้ำมันฯ เสนอกรมศุลกากรจะเร่งดำเนินการยกร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการเก็บอากรศุลกากรตามมาตรการ SSG และประกาศกำหนดวันเริ่มใช้มาตรการ SSG โดยกรมศุลกากรจะมีการส่งข้อมูลการนำเข้าสินค้ามะพร้าว ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพืชน้ำมันฯ ทราบเป็นรายสัปดาห์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการแจ้งเตือนเมื่อมีการนำเข้าถึงปริมาณที่ Trigger Volume กำหนด ก่อนดำเนินการจัดเก็บอากรในอัตราที่เพิ่มขึ้นต่อไปทั้งนี้ มาตรการ SSG จะมีผลบังคับใช้สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 สศก.คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีผลผลิตมะพร้าว 0.876 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการใช้ยังคงทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 1.269 ล้านตัน และคาดว่าปีนี้จะมีการนำเข้ามะพร้าวและผลิตภัณฑ์รวม 0.418 ล้านตันอย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ความต้องการใช้ในช่วงครึ่งปีแรกยังคงชะลอตัว ส่งผลให้ราคาที่เกษตรกรขายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคามะพร้าวผลใหญ่ที่เกษตรกรขายได้ในเดือนสิงหาคม 2564 เฉลี่ยผลละ 8.19 บาท ลดลงจาก 11.91 บาท ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือลดลงร้อยละ 31.23.สะ–เล–เต