ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกทลาย สถานบริการชื่อดังในซอยสุขุมวิท 11 หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแสผ่าน ส.ส.เปิดถึงตีสี่ทุกวันพบนักท่องราตรีปัสสาวะม่วง 3 ราย มีความผิดหลายกระทงทั้งไม่มีใบอนุญาต ปล่อยให้มีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในผับ โทษถึงขั้นปิดสถานประกอบการ 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองทลายสถานบันเทิงย่านซอยสุขุมวิท 11 เปิดเผยเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 10 ธ.ค. นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง นำ กำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าตรวจสอบสถานบันเทิงอินเซนนิตี้ ไนท์คลับ ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่าสถานบันเทิงดังกล่าว เปิดเกินเวลาเป็นประจำสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวเบื้องต้นพบนักท่องราตรีราว 150 คน เป็นชาวไทยและต่างชาติ นั่งดื่มสุราและเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ต่างพากันตกใจและพยายามเดินหนีออกจากร้าน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้เปิดไฟและปิดเสียงเพลงรวมทั้งควบคุมทางเข้าออกทั้งหมดเพื่อทำการตรวจสอบ เบื้องต้นพบยาเสพติดบรรจุในซองใสขนาดเล็กมีผงสีขาวคาดว่าเป็นยาเคตกในห้องน้ำและพบมีการให้บริการบารากุ จำนวนมาก หลังตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกายของผู้มาใช้บริการ พบมีปัสสาวะสีม่วงจำนวนหนึ่งจึงควบคุมตัวไว้ดำเนินการนายรณรงค์กล่าวว่า สืบเนื่องชุดปฏิบัติการพิเศษของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รับการ ประสานข้อมูลจากรัฐสภา หลังประชาชนแจ้งข้อมูลผ่านทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ช่วยตรวจสอบสถานบันเทิงดังกล่าว เปิดบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเปิดถึงตีสี่ทุกคืน เป็นเหตุให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะการจราจรที่ติดขัดหลังสถานบันเทิงเปิดและปิด“ตรวจสอบพบเป็นสถานบริการเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้จัดการสถานบันเทิง ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ลุมพินี พร้อมแจ้งข้อหาเปิดบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และขายหรือให้บริการสินค้าบารากุ และปล่อยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดภายในสถานประกอบการตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 มีโทษทางปกครองสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี” นายรณรงค์กล่าวด้าน พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการร่วมกัน ระหว่างกรมการปกครองกับชุดปฏิบัติการของ สน.ลุมพินี โดยตนเข้าไปร่วมทำการจับกุมในที่เกิดเหตุด้วย ผลการตรวจค้นสถานบันเทิงครั้งนี้ นอกจากพบอุปกรณ์ การสูบบารากุและเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ยังพบ นักเที่ยวที่มีปัสสาวะสีม่วง 3 คน แบ่งเป็นชาย 1 คน หญิง 2 คน ในส่วนของผู้ประกอบการขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายโดยเฉพาะ พ.ร.บ.สถานบริการฯและ พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ ส่วนการพิจารณาสั่งย้ายตำรวจท้องที่ ต้องดูรายละเอียดว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์และมีส่วนบกพร่องหรือไม่ ขณะนี้ บช.น. สั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว