ยิงสนั่นสำเพ็ง สองนักธุรกิจรุ่นใหญ่ยิงกันดับในบริษัทไทยกรุ๊ปเท็กซ์ไทล์ จำกัด คาดเหตุตีเช็คใช้หนี้หลักล้าน แต่ธนาคารปฏิเสธจ่ายเงิน เลยนัดพูดคุยกัน ก่อนมีเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด ผลเจ้าของบริษัทถูกปืน.38 จ่อยิงอกดับ ส่วนผู้ก่อเหตุยิงอก-กรอกปากตัวเองหนีความผิด เผยทั้งคู่สนิทสนมถึงขั้นกิน-เที่ยวเป็นประจำ อยู่ระหว่างหาสาเหตุแท้จริงนักธุรกิจขายผ้ารุ่นใหญ่ยิงกันดับ 2 ศพ โดยเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ธ.ค. ร.ต.ท.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.จักรวรรดิ รับแจ้งเหตุยิงกันตายในตึกแถว 3 ชั้น ย่านสำเพ็ง เลขที่ 84 ซอยเยาวราช 23 ถนนเยาวราช แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.จักรวรรดิ แพทย์นิติเวชฯ รพ.ตร. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเปิดเป็นบริษัทชื่อไทยกรุ๊ปเท็กซ์ไทล์ จำกัด ประกอบธุรกิจขายส่งผ้า บริเวณชั้นล่างข้างโต๊ะทำงานพบศพนายกร เสรีโรจนสิริ อายุ 74 ปี เจ้าของบริษัท นอนหงายจมกองเลือดในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำตาล ถูกจ่อยิงด้วยปืน .38 ที่ราวนมซ้าย 1 นัด ใกล้กันพบศพนายวัฒนา เตชะนาวากุล อายุ 67 ปี นอนคว่ำจมกองเลือดในชุด เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ถูกยิงด้วยปืนกระบอกเดียวกันที่ปาก 2 นัด ทะลุท้ายทอยและที่หน้าอกซ้าย 1 นัด ใกล้กันพบปืนลูกโม่ .38 ตกอยู่ 1 กระบอก ตรวจสอบพบยิงไป 4 นัด จึงเก็บเป็นหลักฐานสอบสวนลูกสาวนายกรทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายวัฒนาเป็นเพื่อนรักของพ่อมานาน และอยู่ตึกแถวเยื้องไปฝั่งตรงข้าม เดินเข้ามาพูดคุยตามปกติ ไม่ได้เอะใจอะไร และไม่ทราบว่าคุยเรื่องอะไรกัน ก่อนเข้าไปล้างจานหลังบ้าน จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3-4 นัด วิ่งออกมาดูก็พบว่าพ่อถูกยิงบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนนายวัฒนาหลังก่อเหตุก็ยิงตัวเองเสียชีวิตตามไปอีกศพ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดนายสุพล เวียงทอง อายุ 29 ปี คนงานในร้าน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุออกไปกินข้าวอยู่ภายในซอย ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจึงรีบวิ่งออกมาดู เห็นลูกสาวของนายกรร้องขอความช่วยเหลือ และผู้ก่อเหตุถือปืนในมือพยายามยิงตัวเอง จึงถอยหลบออกมา ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 2-3 นัด ปกติทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่รักกันมาก ทุกวันจะซื้อข้าวมานั่งกินและเที่ยวกันอยู่เป็นประจำ ไม่เคยเห็นทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะกันและไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรจึงก่อเหตุดังกล่าวขณะที่ พล.ต.ต.เมธีเปิดเผยว่า ตรวจสอบเบื้องต้นผู้ตายทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกัน สาเหตุเกิดจากเรื่องหนี้สิน ต้องรอสอบปากคำบุคคลในครอบครัวอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ มีรายงานว่า ผู้ตายทั้งคู่ถือเป็นผู้ประกอบกิจการรุ่นใหญ่ในละแวกนั้น สนิทสนมกันมานาน จนถึงขั้นหยิบยืมเงินไปประกอบธุรกิจได้ตลอดเวลาที่เงินขาดมือ แต่ที่เป็นชนวนเหตุในครั้งนี้ มาจากการตีเช็คใช้หนี้จำนวนเงินหลักล้านแต่เมื่อฝ่ายเป็นเจ้าหนี้นำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ทำให้มีการนัดพูดคุยเจรจาในหนี้ดังกล่าว กระทั่งเกิดเหตุยิงกันจนเสียชีวิตสองศพ