หมอกุมขมับ พบคนติดเชื้อโควิด-19 จากเมียนมารายวัน โดยที่เชียงรายพบสาวจากสถานบันเทิงดังฝั่งท่าขี้เหล็ก ติดเชื้ออีก 9 คน ส่วนแม่สอด จ.ตาก เฒ่าวัย 70 ปี อ้างป่วยติดเตียงเป็นแค่ไข้หวัดจนอาการหนัก พบติดเชื้อด้วย เหตุดอดไปเยี่ยมเมียที่เมียนมา ส่งผลต้องกักตัวบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่เพียบ ส่วนเมืองกรุงผวา พบผู้ติดเชื้อ 2 คน เพิ่งลอบมาจากท่าขี้เหล็ก อีก 1 คนทำงานใน ASQ กทม. ขณะที่กรมควบคุมโรค ยืนยันไม่ถือเป็นการระบาดรอบสองไทยพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพิ่มอีกในหลายพื้นที่ โดยส่วนใหญ่ยังมา จากคนไทยและต่างด้าวที่ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทย อย่างผิดกฎหมาย โดยมาจากประเทศเมียนมา ที่มี การระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง และไม่กักตัว ตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของกระทรวงสาธารณสุข พบคนใน ASQ กทม.ติดเชื้อที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรค ติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 ในไทย ณ วันที่ 6 ธ.ค. โดย นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า พบผู้ป่วยเพิ่ม 14 คน แบ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 10 คน ได้แก่ ผู้มาจากเบลเยียม ยูเครน สหรัฐอเมริกา กาตาร์ สวีเดน ญี่ปุ่น เมียนมา สหราชอาณาจักร ประเทศละ 1 คน ซาอุดีอาระเบีย 2 คน และกลุ่มมาจาก เมียนมา ผ่านช่องทางธรรมชาติ 3 คน กับผู้ติดเชื้อ ในประเทศ 1 คน ใน กทม.เป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ในสถานที่กักกันทางเลือก (ASQ) ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 4,086 คน หายป่วย 5 คน รักษาตัวอยู่ 173 คน เสียชีวิตคงที่ 60 คนกลุ่มจากท่าขี้เหล็กป่วย 23 คนนพ.โสภณกล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบการแพร่เชื้อโควิด-19 ที่เชื่อมโยงกับผู้ที่มาจากจังหวัด ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยลักลอบเข้าประเทศทางเส้นทางธรรมชาติ ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. ถึงวันที่ 6 ธ.ค. เวลา 08.00 น. รวม 23 คน กระจายอยู่ตาม จังหวัดต่างๆ ดังนี้ จ.เชียงใหม่ 5 คน, จ.เชียงราย 11 คน โดยเป็นผู้ป่วยที่อยู่สถานกักกันของรัฐระดับ จังหวัด 5 คน และเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 คน คือ ชายไทย อายุ 28 ปี ติดเชื้อจากผู้ป่วยหญิง จ.พะเยา ที่กลับมาจากท่าขี้เหล็ก และไปเที่ยวงานฟาร์มเฟสติวัล, กรุงเทพฯ 3 คน ราชบุรี 1 คน พิจิตร 1 คน พะเยา 1 คน และสิงห์บุรี 1 คนเช็กประวัตินั่งเครื่องบินเข้ากรุงนพ.โสภณกล่าวต่อว่า สำหรับไทม์ไลน์ของผู้ป่วยในกรุงเทพฯ ที่เกี่ยวข้องกับท่าขี้เหล็ก 3 คน คนที่ 1 เป็นหญิง อายุ 21 ปี ยืนยันการติดเชื้อเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ส่วนรายใหม่มี 2 คน รายงานเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. โดยคนที่ 2 เป็นชาย อายุ 30 ปี (สาวสอง) และคนที่ 3 เป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี โดยคนที่ 2 และ 3 เพิ่งยอมรับเมื่อช่วงเช้าว่ากลับมาจากท่าขี้เหล็ก หลังจากทีมสอบสวนใช้เวลาสอบโรคนานกว่า 2 วัน โดยทั้ง 2 คน อยู่ด้วยกันถึงวันที่ 28 พ.ย. ช่วงเย็นไปเดินถนนคนเดิน วันที่ 29 พ.ย. ไปเที่ยว พระธาตุดอยเวาด้วยกัน จากนั้นตอนค่ำ ผู้ป่วยหญิงคนที่ 3 เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Thai Smile เที่ยวบิน WE 137 และพักในโรงแรมตลอด ส่วนผู้ป่วยชายคนที่ 2 (สาวสอง) กลับกรุงเทพฯ วันที่ 30 พ.ย. โดยสายการบิน Thai Lion Air เที่ยวบิน SL 545 เวลา 19.15-20.00 น. และกลับบ้าน อยู่บ้าน ตลอด ต่อมา วันที่ 4 ธ.ค. ผู้ป่วยชาย (สาวสอง) มารับ การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน และพบเชื้อ โดยผู้ป่วยหญิงคนที่ 3 มาเป็นเพื่อนและมีอาการป่วย จึงมารับการตรวจในวันที่ 5 ธ.ค. ที่ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน และพบเชื้อเช่นกัน กรณี ผู้ป่วย 2 รายนี้ มีผู้สัมผัส 15 คน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 5 คน และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 10 คน ทำให้เกิดความวิตกของคนใน กทม.พบจุดหญิงสิงห์บุรีคาดติดโควิดส่วนผู้ป่วยหญิง วัย 51 ปี ที่ จ.สิงห์บุรี นั้น นพ.โสภณกล่าวว่า จากการสอบสวนโรคพบว่าเป็นผู้ที่เดินทางร่วมเที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วยหญิง กทม.และผู้ป่วยหญิง จ.พิจิตร ที่มาจากท่าขี้เหล็กและติดเชื้อ โควิด-19 ก่อนหน้านี้ โดยเดินทางด้วยสายการบิน นกแอร์เที่ยวบิน DD 8717 เมื่อวันที่ 28 พ.ย. โดยหญิง สิงห์บุรี นั่งที่ 52 ซี ห่างจากหญิง กทม. และพิจิตร ซึ่งที่นั่งเลขที่ 44 เจ และ 44 เค ห่างกันถึง 8 แถว แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรของสนามบินแม่ฟ้าหลวง พบว่า เข้าห้องน้ำในเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งทาง สนามบินได้ปรับมาตรการทำความสะอาดห้องน้ำให้ถี่ขึ้นและงดเสิร์ฟอาหารบนเครื่อง เบื้องต้นผู้สัมผัส ร่วม 227 คน แบ่งเป็น เสี่ยงสูง 32 คน ตรวจเบื้องต้นพบเป็นลบทั้งหมด แต่ต้องกักดูอาการจนครบ 14 วัน ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำมี 195 คนแม่สอดเจอผู้ติดเชื้อ 2 คนนพ.โสภณกล่าวด้วยว่า ส่วนผู้ป่วยที่พบในอำเภอแม่สอด จ.ตาก ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรณีท่าขี้เหล็กจำนวน 2 คน ได้แก่ 1.ชายชาวเมียนมา อายุ 43 ปี นักธุรกิจ มีไทม์ไลน์ดังนี้ วันที่ 1 ธ.ค.เพื่อนบ้านแจ้งว่าเพิ่งเดินทางข้ามมาจากเมียนมา เวลา 18.00 น. เดินทางไปรักษาโรคเกาต์ ความดันโลหิต ที่คลินิกแพทย์ใน อ.แม่สอด วันที่ 2 ธ.ค. เวลา 09.00 น. ไปรับเพื่อนโดยรถยนต์ส่วนตัวและไปติดต่อทำพาสปอร์ตที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และกลับบ้าน ช่วงบ่ายมีบริษัทเอกชนมาส่งของ ช่วงเย็นไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง วันที่ 3 ธ.ค. เวลา 11.00 น. ไปสนามบินแม่สอด เวลา 14.00 น. มาขอรับการตรวจโควิด-19 ด้วยรถยนต์ส่วนตัว ที่ รพ.แม่สอด เพื่อเดินทางไปสิงคโปร์ วันที่ 4 ธ.ค.ตรวจพบเชื้อ สำหรับรายนี้พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 13 คน เสี่ยงต่ำ 14 คน เฒ่า 70 ปี ลอบเข้าไทยอ้างเป็นหวัดส่วนคนที่ 2 เป็นชายเมียนมา อายุ 70 ปี ลักลอบเข้าไทยวันที่ 29 พ.ย.ทางเส้นทางธรรมชาติและเริ่มมีอาการป่วยไข้หวัด และอาศัยอยู่ที่ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด โดยลูกเขยเป็นผู้ดูแล วันที่ 2 ธ.ค.ลูกสาวกลับมาจากกรุงเทพฯมาดูแล วันที่ 4 ธ.ค.มีอาการหอบเหนื่อย และเข้า รพ.แม่สอด ตรวจหาเชื้อโควิด-19 มีผลเป็นบวก กรณีนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 15 คน ได้แก่ ลูกเขย ลูกสาว เจ้าหน้าที่ รพ.รัฐ 9 คน รพ.เอกชน 4 คนยันติดเชื้อในประเทศแค่ 3 คนนพ.โสภณกล่าวอีกว่า จนถึงขณะนี้พบมีผู้ติดเชื้อในประเทศรวม 3 คน คือ 1.ชายไทย อายุ 28 ปี (สาวสอง) และเป็นเพื่อนหญิง จ.พะเยา รักษาตัวที่ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน 2.หญิง อายุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกันกับผู้ติดเชื้อ จ.พะเยาและกรุงเทพฯ และ 3.หญิง อายุ 26 ปี เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ทำงาน ASQ ใน กทม. พร้อมยืนยันการพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเกือบ 10 คนต่อวัน ยังไม่ถือเป็นการระบาดโควิด ระลอก 2 เพราะไม่ได้ระบาดในประเทศ แต่เป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ มีทั้งเข้าตามระบบ และติดจากการลักลอบเข้าประเทศ และสามารถตามตัวจนพบ และยังไม่ได้มีการติดเชื้อไปสู่คนอื่น สถานการณ์ยังควบคุมได้ ดังนั้นประชาชนยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้แต่ขอให้สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และสแกนไทยชนะทุกครั้งผู้เดินทาง 4 เที่ยวบินกักตัว 14 วันต่อมาเนื่องจากที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เดินทางโดยเครื่องบินโดยสาร ทำให้กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศแจ้งเตือน ผู้ที่เดินทางตามสายการบินทั้ง 4 สายการบิน ดังต่อไปนี้ เที่ยวบิน DD8717 สายการบินนกแอร์ วันที่ 28 พ.ย. เวลา 13.40 น./เที่ยวบิน SL533 สายการบิน Thai Lion Air วันที่ 29 พ.ย.เวลา 10.40 น. (เคสสาวราชบุรี)/เที่ยวบิน WE137 สายการบิน Thai Smile วันที่ 29 พ.ย. เวลา 20.30 น. และเที่ยวบิน SL545 สายการบิน Thai Lion Air วันที่ 30 พ.ย. เวลา 19.15 น. ผู้โดยสารเที่ยวบินดังกล่าวทั้ง 4 เที่ยวบิน โปรดสังเกตอาการตนเอง เป็นเวลา 14 วัน นับจากวันเดินทาง หากมีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้โทร.แจ้ง 1422 หรือหน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้าน และไปรับการตรวจที่ รพ.ใกล้บ้าน โดยสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างจากผู้อื่นๆ ใช้รถส่วนตัวเชียงรายติดเชื้อเพิ่มอีก 9 คนวันเดียวกัน ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย นำคณะ แถลงสถานการณ์โควิด-19 ของ จ.เชียงราย มีผู้ป่วยเดิม 11 คน พบใหม่ 9 คน รวมทั้งหมด 20 คน โดยผู้ป่วยที่พบใหม่ 9 คน เป็นผู้กักตัวในสถานกักตัวของรัฐ (LSQ) เข้าไทยมาเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.63 เป็นเพศหญิงทำงานที่โรงแรม 1G1 ท่าขี้เหล็ก มาพร้อมกัน 16 คน ตรวจพบเชื้อ 9 คน อีก 7 คน เบื้องต้นไม่พบเชื้อ รอตรวจซ้ำ ไม่มีกลุ่มเสี่ยง และปัจจุบันมีคนอยู่ใน LSQ 171 คน ที่เข้ามาจากท่าขี้เหล็ก ทั้งนี้ ในวันที่ 9 ธ.ค.คณะกรรมการควบคุมโรคฯ ของจังหวัดจะประชุมประเมินสถานการณ์ จากนั้นวันที่ 10 ธ.ค. จะจัดบิ๊กคลีนนิ่งพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้คนในพื้นที่และผู้ที่จะท่องเที่ยวตรวจกว่า 3 พันคนไม่พบเชื้อด้าน นพ.ทศเทพ บุญทอง สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงผลการตรวจกลุ่มเสี่ยงสัมผัสโดยรถชีวนิรภัยว่า 4 วัน ตรวจไป 3,367 คน มีผลลบคือไม่พบเชื้อ 2,113 คน รอผลอีก 1,254 ราย ไม่มีคนในสถานประกอบการหรือผู้สัมผัสใกล้ชิดที่พบเชื้อเลยขณะนี้ จึงนับว่าเรายังควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดได้ และใครที่กังวลว่าตัวเองมีความเสี่ยงสามารถแจ้งโรงพยาบาลหรือไปตรวจที่รถชีวนิรภัยได้ ซึ่งจะอยู่เชียงรายถึงวันที่ 9 ธ.ค.นี้ หากเชียงรายคุมได้ก็จะเคลื่อนย้ายไปตรวจที่จังหวัดเชียงใหม่ต่อไปสาวป่วยคนแรกใกล้ออกจาก รพ.ขณะที่ ผอ.ศูนย์การแพทย์ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวถึงอาการของผู้ป่วยทั้ง 20 คน ส่วนใหญ่ร่างกายแข็งแรง อาการน้อยมาก มีไข้ และปวดเมื่อย ไม่มีใครอาการหนักถึงขั้นให้ออกซิเจน และผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว และปัจจุบัน รพ.มีความพร้อมที่จะรับผู้ป่วยมากกว่า 30 เตียง ขอให้ถึงมือหมอรับรองว่าปลอดภัย ดูแลทั้งสภาพร่างกายและจิตใจคนป่วยและครอบครัว อย่าได้กังวลให้แสดงตัวเข้าสู่การรักษาได้แม่สอดอลหม่านกักตัวอื้อส่วนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก หลังพบชายวัย 70 ปี บ้านอยู่หมู่ที่ 7 บ้านวังตะเคียนใต้ ตำบลท่าสายลวด ติดเชื้อโควิด-19 ปรากฏว่าต้องมีการกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิด รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก เนื่องจากมีการแจ้งว่าผู้ป่วยนอนติดเตียงไม่ได้ไปไหน และมีอาการป่วยเป็นหวัดธรรมดาแต่เนื่องจากมีอาการหนัก ญาติจึงเรียกรถกู้ภัยของ รพ.แม่สอดอินเตอร์เนชั่นแนล ไปรับที่บ้าน แต่ระหว่างทางผู้ป่วยอาการทรุดจึงนำส่ง รพ.แม่สอด จนตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ปอดติดเชื้อรุนแรง และสอบประวัติอย่างละเอียด จึงทราบว่าเคยลอบข้ามไปฝั่งเมียนมาเพื่อหาภรรยา หลังจากกลับมาแล้วป่วยหลายวันหาซื้อยามากินเองจนอาการหนัก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่โดนกักตัว แยกเป็นเจ้าหน้าที่รถกู้ภัยฯ 4 คน แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ รพ.แม่สอด 9 คน และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 13 คน ชาวเชียงใหม่แห่ตรวจหาเชื้อสำหรับที่ จ.เชียงใหม่ ที่มีผู้ติดเชื้อหลังลอบข้ามแดนมาจากเมียนมา ต่อมาในวันที่ 6 ธ.ค. นพ. กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ นำรถพระราชทานชีวนิรภัย ตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้กับกลุ่มเสี่ยงสัมผัส บริเวณเทสโก้ โลตัส สาขาคำเที่ยง และที่บริเวณตลาดศิริวัฒนา (ตลาดธานินท์) ซึ่งสถานที่ทั้งสองแห่งเป็นพื้นที่ที่หญิงไทยที่หนีเข้ามาในประเทศ ไปเดินเที่ยวซื้อของ ซึ่งมีชาวเชียงใหม่กว่า 200 คน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ ที่ทำงานในสถานที่ทั้งสองแห่ง รวมถึงประชาชนที่มาเดินในวันและเวลาเดียวกัน มาขอรับการตรวจ โดย นพ.กิตติพันธุ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้างและนอกห้าง พบว่าหญิงผู้ป่วยสองคนใช้เวลาในแต่ละสถานที่ไม่ถึง 5 นาที ซึ่งถือว่าพนักงานและประชาชนที่เดินทางมาซื้อของในช่วงเวลานั้นเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ แต่เพื่อสร้างความมั่นใจและความสบายใจ เจ้าหน้าที่จึงเข้ามาให้บริการตรวจหาเชื้อมช.ปรับรูปแบบรับน้องขึ้นดอยส่วนบรรยากาศการจัดงานประเพณีรับน้องขึ้นดอยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน พบว่าเนื่องจากพบผู้ป่วยโควิด-19 ใน อ.เมืองเชียงใหม่ ทำให้การจัดงานปีนี้ปรับรูปแบบให้ตัวแทนนักศึกษาแต่ละคณะ คณะละ 2 คน รวมบุคลากรและอาจารย์ รวมทั้งหมด 200 คน ขึ้นรถตู้ไปยังบริเวณลานครูบาเจ้าศรีวิชัย ที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ เพื่อนำเครื่องสักการะล้านนาบูชา จากนั้นขึ้นรถต่อไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ เพื่อตั้งขบวนนำเครื่องสักการะล้านนา เดินขึ้นไปบนดอยสุเทพฯ และกราบสักการะเจ้าอาวาสวัดดอยสุเทพพร้อมกับเวียนเทียนแทนการนำนักศึกษาทั้งหมดเดินขึ้นดอยกำชับโรงเรียนพื้นที่เสี่ยงดูแลเข้มวันเดียวกัน ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงสถานการณ์การพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในจังหวัดทางภาคเหนือ ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 5 ธ.ค. ขณะนี้มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ปิดการเรียนการสอนแล้ว 110 โรงใน 7 เขตพื้นที่การศึกษา แบ่งเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 7 เขต 80 โรง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 2 เขต 30 โรง อย่างก็ตาม ตนได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่ที่มีการปิดโรงเรียน ประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ให้เข้ามาทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และในวันที่ 7 ธ.ค.นี้จะมีโรงเรียนหลายแห่งจัดการเรียนการสอนตามปกติ ซึ่งได้กำชับให้มีการดูแลนักเรียนให้โรงเรียนมีการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด เช่น การวัดอุณหภูมิก่อนเข้าโรงเรียน สวมใส่หน้ากาก อนามัย เว้นระยะห่างภายในโรงเรียน ตนไม่ต้องการให้โรงเรียนมีความตื่นตระหนกมาก เนื่องจากเรามีการเตรียมแผนการรับมือเรื่องนี้ไว้แล้ว อีกทั้งยังได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่ในจังหวัดกลุ่มเสี่ยงติดตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 (ศบค.) ระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่องด้วยการค้า-ท่องเที่ยวเงียบเหงาทั้งนี้ ผลจากการพบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมากในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ส่งผลกระทบถึงการค้าตามแนวชายแดนอย่างมาก อาทิ ที่ร้านค้าบริเวณถนนริมโขง ม.3 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่ติดกับ สปป.ลาว กลับเงียบเหงาเมื่อทางการลาวสั่งระงับการเดินเรือรับส่งสินค้าและระงับการนำเข้า-ส่งออก สินค้าทุกชนิดที่ด่านสากลบ้านมอม ด่านสากลสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ต่างจากตามดอยต่างๆ อาทิ ยอดดอยจุดชมวิวผาตั้ง ดอยผาหม่น ภูชี้เดือน และภูชี้ดาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ที่ช่วงนี้อากาศกลับมาหนาวเย็นอีกครั้ง ทำให้ยังคงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมวิวหมอกจำนวนมาก ต่างจากการท่องเที่ยวบนดอยอ่างขาง เงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด นักท่องเที่ยวที่พักค้างแรมที่จุดกางเต็นท์ ลดลงไปกว่าร้อยละ 60 ส่งผลให้เกษตรกรแปลงสตรอว์เบอร์รีที่กำลังเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตต้นฤดูกาล ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า เช่นเดียวกับเรือนแพเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลเชียงใหม่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่ถูกนักท่องเที่ยวยกเลิกเข้าพักในช่วงวันหยุดสัปดาห์นี้ถึง 116 คน โดยระบุเพราะพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่เชียงใหม่นายกฯกำชับคุมเข้มป้องกันโควิดวันเดียวกัน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการคุมเข้มป้องกันการลักลอบเข้าเมือง และติดตามตัว ผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ หน้าที่อย่างเต็มกำลัง โดยรัฐบาลเชื่อมั่นมาตรการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ของไทยจะป้องกันการแพร่ระบาดได้สมช.รอถกวีซ่าต่างชาติเที่ยวไทยขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กล่าวถึงมาตรการผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยว่า ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้จะหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ ถึงมาตรการการผ่อนคลายเกี่ยวกับรูปแบบของวีซ่าที่จะให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามา เพื่ออำนวยความสะดวกให้มากขึ้น โดยต้องทำให้เกิดความสบายใจและสร้างความปลอดภัยให้คนในประเทศไปพร้อมกันด้วย และช่วงต้นเดือน ม.ค.2564 นี้ จะหารือกับสาธารณสุข อีกครั้งในเรื่องปรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ว่าจะให้ตรวจในวันแรก วันที่ 10 และวันที่ 14 เพื่อติดตามหาข้อมูลของการติดเชื้อ ติดเชื้อทั่วโลกพุ่ง 67 ล้านคนสำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน ยอดติดเชื้อรวมทั่วโลกพุ่งทะลุ 67 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 1.53 ล้านคน โดยที่สหรัฐอเมริกา ยอดติดเชื้อรวมขยับเป็น 15 ล้านคน เสียชีวิตรวม 287,825 คน ขณะที่นายแอนโทนี เฟาซี ที่ปรึกษาด้านโรคติดต่อทำเนียบขาวสหรัฐฯ ประเมินว่าชาวอเมริกันจะได้รับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในช่วง มี.ค.-เม.ย.ปีหน้า โดยฉีดให้บุคลากรการแพทย์และผู้สูงอายุก่อน ส่วนอังกฤษ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ประมุขแห่งราชวงศ์อังกฤษ พระชนมายุ 94 พรรษา และเจ้าชายหฟิลิป พระสวามี พระชนมายุ 99 พรรษา อาจอยู่ในคนกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีน หลังรัฐบาลอนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสของบริษัทเวชภัณฑ์ ไฟเซอร์ ที่ทำร่วมกับไบออนเทค ของเยอรมนีเมียนมาติดเชื้อใกล้แตะ 1 แสนคนส่วนหลายประเทศในเอเชีย ทั้งอินเดีย อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย รวมถึงเมียนมา ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 1 พันคนต่อวัน โดยที่เมียนมายอดติดเชื้อสะสมกว่า 9.8 หมื่นคน ส่วนเกาหลีใต้ ประกาศใช้เคอร์ฟิว ปิดร้านค้าในเวลา 21.00 น. ลดปริมาณการให้บริการขนส่งสาธารณะในกรุงโซลลงร้อยละ 30 จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.นี้