รศ.นพ.อาศิส อุนนะนันทน์ หัวหน้าสาขาโรคกระดูกเมแทบอลิก ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เปิดเผยว่า โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นภัยเงียบเนื่องจากไม่แสดงอาการใดๆ จะรู้ตัวต่อเมื่อเกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ กระดูกข้อมือ กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อสะโพก สถานการณ์ทั่วโลกถือเป็นปัญหาสาธารณสุขอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับประเทศไทยซึ่งมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อัตราการเกิดโรคกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปจะพบมากกว่าร้อย 50 ทั้งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพก ผู้ป่วยที่ถึงขั้นกระดูกสะโพกหักจะมีอัตราเสียชีวิตในปีแรกถึงร้อยละ 10-20 คนไทยมีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนโดยร้อยละ 80-90 ของผู้ป่วยยังไม่ได้รับการประเมินและรักษาที่เหมาะสม คิดว่าเป็นเรื่องปกติที่พบในผู้สูงอายุ จนเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมารศ.นพ.อาศิสกล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดโรค แบ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้คือ มักเกิดในเพศหญิง ส่วนใหญ่พบในหญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือชายอายุ 70 ปีขึ้นไป ครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน มีประวัติ กระดูกหักจากอุบัติเหตุ และหญิงที่หมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้คือ มีรูปร่างผอมโครงร่างเล็ก สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนประจำ ขาดสารอาหารที่มีแคลเซียมสูง ขาดการออกกำลังกาย มีโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ได้รับยาเช่นสเตียรอยด์เป็นเวลานาน โดยเฉพาะการใช้ชีวิตที่มีปัจจัยเสี่ยงในวัยหนุ่มสาวส่งผลเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่มีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนเร็วขึ้น การป้องกันโรคทำได้แต่เนิ่นๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง ดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายให้เหมาะสมตามวัย ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหนังสือปรับเปลี่ยนชีวิต พิชิตโรคกระดูกพรุน ซึ่งตนได้รวบรวมไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน.