นายอำเภอสั่งการผู้ใหญ่บ้านนำป้ายสัญญาณไฟหยุดตรวจติดตั้งบริเวณจุดตัดทางรถไฟสถานีชุมทางคลองแขวงกลั่น จุดเกิดเหตุรถไฟชนรถบัสทัวร์บุญ รฟท.จัดเจ้าหน้าที่ 2 นายคอยยืนโบกแจ้งเตือนรถที่ใช้เส้นทางป้องกันอุบัติเหตุสลดเป็นการเฉพาะหน้า ขณะที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบางปลานักเตรียมจัดทำบุญใหญ่อุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต ด้านพ่อแม่ดีเจบนรถบัสร่ำไห้ระหว่างทำพิธีเชิญวิญญาณ ครวญสูญเสียเสาหลักของครอบครัว วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยาจากอุบัติเหตุสยองรถบัสนิสสันสีขาว ทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา พาพนักงานโรงงานย่านสำโรง จ.สมุทรปราการ ไปทอดกฐินสามัคคีที่วัดบางปลานัก อ.เมืองฉะเชิงเทรา ถูกขบวนรถไฟ 852 ดีเซล เลขที่ 5102 บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 30 ตู้ ชนเต็มแรงขณะรถบัสมรณะเร่งเครื่องข้ามจุดตัดรถไฟ สถานีชุมทางคลองแขวงกลั่น หมู่ 7 ต.บางเตย อ.เมือง ฉะเชิงเทรา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 19 ศพ บาดเจ็บ 41 คน เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา กระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งหาทาง แก้ปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ส่วนญาติทยอย ทำพิธีเชิญวิญญาณผู้เสียชีวิตกลับบ้านตามความเชื่อความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.30 น. วัน 13 ต.ค. บริเวณจุดตัดทางรถไฟคลองแขวงกลั่น หมู่ 7 ต.บางเตย อ.เมืองฉะเชิงเทรา ที่เกิดเหตุรถไฟชนรถบัสทัวร์บุญ นายทวีป ตรุสมุล อายุ 58 ปี และนางสุดท้าย ตรุสมุล อายุ 54 ปี พ่อแม่ของนายปัญจพล ตรุสมุล อายุ 27 ปี ดีเจที่มากับรถบัสมรณะ นิมนต์พระบุญส่ง จันทิโม หรือหลวงปู่อี๊ด วัดเทพประสาท (วัดเตาถ่าน) จ.ชลบุรี มาทำพิธีเชิญวิญญาณนายปัญจพลกลับบ้าน บรรยากาศเศร้าสลด นางสุดท้ายร่ำไห้ตลอดเวลา เผยว่า ลูกชายจะบวชให้เดือนพฤษภาคมปีหน้าเพื่อทดแทนบุญคุณ แต่ต้องมาจบชีวิตเสียก่อน ส่วนนายทวีป กล่าวว่า หลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากทางหน่วยงานไหนเลย มีเพียงประกันภัยของรถบัสที่โทร. คุยด้วย ซึ่งนายปัญจพลเป็นเสาหลักของบ้าน พอขาดไป ครอบครัวไม่มีรายได้ อยากเร่งให้เข้ามาช่วยเหลือขณะเดียวกันนายมนัส ริมสา อายุ 58 ปี และนางวันเพ็ญ เทพสุระ อายุ 45 ปี ตากับยายของ น.ส.พวงพะยอม คานแก้ว อายุ 33 ปี ผู้เสียชีวิต มาทำพิธี เชิญวิญญาณหลานสาวกลับบ้านที่ จ.มหาสารคาม เพราะทางพ่อกับแม่ของ น.ส.พวงพะยอม ช็อกหมดสติ อยู่โรงพยาบาลหลังทราบเหตุร้าย โดยมีคนขี่รถ จยย.รับจ้างช่วยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดจรเข้น้อยมาทำพิธีโดยไม่ขอรับเงินจากทางญาติแม้แต่บาทเดียว ต่อมา นายสมโภชน์ ถินถาวร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.บางเตย นำป้ายสัญญาณไฟหยุดตรวจมาติดตั้ง บริเวณทางขึ้นข้ามทางรถไฟ ตามคำสั่งนายประเทือง อยู่เกษม นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทำจุดเชื่อมไฟฟ้าแล้วจะนำป้ายมาติดตั้ง โดยทางการรถไฟจัดพนักงานมาคอยยืนโบกรถที่สัญจรผ่านข้ามทางรถไฟเพื่อแจ้งเตือนผู้สัญจรผ่านจุดตัดทางรถไฟดังกล่าวด้านพระครูสมุห์สมนึก ชุติวณฺโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบางปลานัก เปิดเผยว่า ทางวัดกำลังเตรียมงานทำบุญใหญ่เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์รถไฟชนรถบัส ในวันที่ 16 ต.ค. โดยนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูปจากวัดบางปลานัก และวัดหนามแดง สวดพุทธมนต์แผ่เมตตาบังสุกุล ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เพื่อให้ดวงวิญญาณที่เสียชีวิต ณ จุดนี้ได้รับผลบุญผลกุศล อยากเชิญชวนญาติผู้เสียชีวิตและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมงาน ส่วนยอดเงินกฐินสามัคคี ผู้มีจิตศรัทธาจากคณะกฐินที่ประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ได้รวบรวมนำมาถวายวัดตามที่ตั้งใจของคณะกฐินแล้วยอดทั้งสิ้น 30,381 บาท ทางวัดจะนำไปบูรณะปฏิสังขรณ์ศาสนสถานตามความตั้งใจของคณะกฐิน ปี 2563ด้าน ร.ต.ท.ศุภวัฒน์ มนัสชัย รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เจ้าของคดี เปิดเผยว่า นายวีระวัฒน์ วรวงศ์ พนักงานขับรถไฟคนที่ 1 และนายวันชนะ ฟักถาวร พนักงานขับรถไฟคนที่ 2 ได้เข้ามาให้ปากคำกันแล้ว โดยนายวีระวัฒน์ให้การว่า ขับรถไฟบรรทุก ตู้คอนเทนเนอร์สินค้าเป็นปุ๋ยเม็ดมาจากท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ไปส่งที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ เมื่อมาถึงสถานีคลองบางพระ นายสถานีได้ให้สัญญาณผ่าน กระทั่งใกล้เคียงกับสถานีคลองแขวงกลั่น ทราบว่าเป็นทางลักผ่านก็ได้ชะลอความเร็วแล้ว จนห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เห็นรถบัสโดยสารกำลังจะข้ามผ่าน จึงเปิดสัญญาณไฟพร้อมเปิดหวูดเตือน แต่รถบัสยังวิ่งข้ามมา นายวีระวัฒน์ใช้เบรกฉุกเฉินเพื่อชะลอรถ แต่รถไฟขบวนนี้บรรทุกสินค้ากว่า 60 ตู้ มีน้ำหนักมาก ต้องใช้ระยะทางในการเบรกประมาณ 700 เมตร ทำให้ไม่สามารถเบรกได้ทัน พร้อมยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามมาตรการของการเดินรถไฟแล้ว