“วิษณุ” รับคดี “บอส อยู่วิทยา” กลับมาเริ่มต้นใหม่ เผย “วิชา” ขอเวลาทำแนวปฏิรูปอีก 30 วัน ด้านตำรวจ “บิ๊กโต้ง-จารุวัฒน์” แถลงสื่อพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ สอบปากคำพยานผู้เชี่ยวชาญความเร็วและยาเสพติด พบหลักฐานใหม่เอาผิดผู้ต้องหาได้ ผบ.ตร.เห็นชอบให้คณะกรรมการแจ้งไปยังอัยการสูงสุด เตรียมสรุปสำนวนส่งภายในสัปดาห์หน้า ผู้การ ตท.จ่อยื่นตำรวจสากลออกหมายแดงหลังอัยการฟ้องคดีต่อศาลจากคดีที่ทำให้ประชาชนเคลือบแคลงใจกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตำรวจและอัยการ กรณีอัยการยกฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดัง ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตบนถนนสุขุมวิทเมื่อเช้ามืด วันที่ 3 ก.ย.55 ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้นายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชนในคดีนี้ มีการเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคนไปซักถาม ขณะที่ตำรวจและอัยการต่างฝ่ายต่างตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาข้อบกพร่องเหตุใดถึงไม่มีการสั่งฟ้อง ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ยื่นศาลอาญากรุงเทพใต้ ขอออกหมายจับบอสอีกครั้ง 3 ข้อหา ขณะที่นายวิชาเผยนายกรัฐมนตรีให้ต่ออายุทำคดี “บอส อยู่วิทยา” อีก 30 วัน อ้างทำปฏิรูปกฎหมาย-กระบวนการยุติธรรม ตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ส.ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา แถลงความคืบหน้าเพิ่มเติม หลังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ออกหมายจับนายวรยุทธ ว่า หลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ได้รายงาน ผบ.ตร.เบื้องต้นว่ามีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดี น่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาได้ โดยเป็นพยานหลักฐานเรื่องผู้เชี่ยวชาญด้านความเร็ว และยังมีพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่ามีการเสพยาเสพติด ผบ.ตร.เห็นชอบให้คณะกรรมการแจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวไปยังอัยการสูงสุด พร้อมเสนอให้ บช.น.พิจารณาดำเนินคดีกับนายวรยุทธ และนำประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาด้วย อีกทั้งคณะกรรมการได้เสนอข้อบกพร่องของข้าราชการตำรวจ เดิมมี 11 นาย และพบข้อบกพร่องใหม่ 10 ราย มอบหมายให้ ผบก.วน.ไปพิจารณา และมอบให้จเรตำรวจเป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า สน.ทองหล่อ ได้สอบปากคำพยานผู้เชี่ยวชาญด้านความเร็ว 4 ปาก พยานผู้เชี่ยวชาญด้านยาเสพติด 4 ปาก ตามคำแนะนำของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเมื่อวันที่ 25 ส.ค. สน.ทองหล่อ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อถอนหมายจับเดิม และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับนายวรยุทธในข้อหาใหม่ 3 ข้อหา ตามหมายจับที่ จ.474/2563 ลงวันที่ 25 ส.ค. ขั้นตอนต่อไปหลังออกหมายจับแล้ว ตามระเบียบเกี่ยวกับคดีให้แจ้ง ทว.เพื่อประกาศสืบจับนายวรยุทธ จากนั้นจะแจ้งหนังสือไปยังกองการต่างประเทศเพื่อประสานกับตำรวจสากล และแจ้ง สตม.เป็นระเบียบปฏิบัติตามกฎหมาย พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีความเร็วรถยนต์ของนายวรยุทธ ขณะนี้เป็นสำนวนการสอบสวนแล้ว ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่สรุปได้ว่าเรื่องความเร็วมีหลักฐานจากผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ 125 กม./ชม. 144 กม./ชม.และ 177 กม./ชม. ทั้งหมดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแม้จะมีความแตกต่างกันในการคำนวณ ส่วนสาเหตุของการคำนวณความเร็วในครั้งนั้นกับครั้งนี้แตกต่างกัน เนื่องจากหลักในการคำนวณไม่เหมือนกัน มีความเห็นเรื่องความเร็วไม่เหมือนกัน แต่ภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบพบว่า หลักการที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร มั่นใจว่าหลักการในการตรวจสอบครั้งนี้ถูกต้อง โดยใช้หลักการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานเป็นหลักผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า สำหรับข้าราชการตำรวจที่บกพร่องในคดีนี้ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้จริงๆ เพราะตนอาจจะถูกฟ้องได้ ยืนยันได้ว่ามีข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว และที่ยังไม่เกษียณอายุราชการ ส่วนผู้ที่เกษียณอายุราชการจะมีการดำเนินการอย่างไร ตรงนั้นต้องไปตรวจสอบว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหรือไม่ หมดอายุความหรือยัง แต่ถ้าเป็นในส่วนของวินัยลงโทษไม่ได้แล้ว แต่สุดท้ายเราต้องถอดบทเรียนออกมาว่าเกิดอะไรขึ้น เบื้องต้นสั่งการให้พนักงานสอบสวนรีบรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งสำนวนให้พนักงานอัยการภายในสัปดาห์หน้าด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผบก.ตท. กล่าวว่าในส่วนของกองการต่างประเทศได้รับหนังสือ จาก สน.ทองหล่อ เพื่อให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการประกาศสืบจับผู้ต้องหา ดังนั้นเมื่อมีผู้ต้องกระทำความผิดทางคดีอาญา และหลบหนีออกไปยังต่างประเทศโดยไม่แน่ชัดว่าหลบหนีไปอยู่ในประเทศใด ดังนั้นแนวทางการสืบหาเพื่อนำตัวบุคคลดังกล่าวกลับมาดำเนินคดีจะมีขั้นตอนในการดำเนินการหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานกับ กระทรวงการต่างประเทศ ประสานงานกับตำรวจ ประสานงานของต่างประเทศที่ประจำในสถานทูตต่างๆ และขั้นตอนการประสานกับตำรวจสากลโดยจะมีช่องทางในการแจ้งหลายอย่างผบก.ตท.กล่าวต่อว่า ที่จะมาคุยในวันนี้คือหมายแดง เจตนารมณ์ของหมายแดงเป็นเจตนารมณ์เพื่อเป็นการสืบหาแหล่งที่อยู่บุคคลที่หลบหนี มีเจตนารมณ์ให้ควบคุมตัวเพื่อจะนำตัวกลับมาดำเนินคดีตามช่องทางผู้ร้ายข้ามแดน เป็นนัยตาม ป.วิอาญา ม.141 วรรค 4 มีแนวทางการปฏิบัติเขียนไว้ชัดเจน ว่า การปฏิบัติการออกหมายสากลสีแดง ให้ทำขึ้นเมื่อพนักงานอัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาหรือศาลได้ตัดสินลงโทษผู้กระทำความผิดแล้ว โดยให้กองการต่างประเทศพิจารณาดำเนินการร้องขอประกาศตำรวจสากลสีแดง ตามหลักเกณฑ์ที่ตำรวจสากลกำหนด คือ ต้องเป็นผู้ต้องหาที่ถูกฟ้องแล้ว มีอัตราโทษของคดีเกินกว่า 2 ปี ดังนั้นกองการต่างประเทศจะประสานงานทางคดีกับ สน.ทองหล่ออย่างใกล้ชิด เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหารายนี้กองการต่างประเทศจะรีบทำคำร้องไปยังสำนักงานตำรวจสากลเพื่อออกหมายแดงในการประกาศสืบจับผู้ต้องหารายนี้ต่อไป ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานอินเตอร์โพลให้จับตัวนายวรยุทธ เพื่อกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่าไม่รู้ว่าตำรวจส่งไปขอหรือไม่ ทราบเท่าที่สื่อลงข่าวว่ามีการตั้งข้อหาใหม่ 3 ข้อหา เมื่อตั้งข้อหาใหม่ทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสิระ เจนจาคะ เป็นประธานฯ ก็ต้องหยุดพิจารณาเพราะถือว่าคดีไปอยู่ในอำนาจศาลแล้ว ดังนั้นจึงสามารถออกหมายจับและแจ้งไปที่อินเตอร์โพลได้ หากต้องการตัวนายวรยุทธ และเชื่อว่าอยู่ต่างประเทศ เมื่อถามว่ากรณีนี้เท่ากับเป็นการเริ่มต้นคดีใหม่เลยใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ส่วนการจัดทำรายงานฉบับใหญ่ของคณะกรรมการชุดนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ จริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จะส่งรายงานให้นายกฯในวันที่ 31 ส.ค. ก่อนหน้านี้ได้ส่งตามรอบ 10 วันมาสองครั้งแล้ว เมื่อส่งแล้วอยู่ที่นายกฯว่าจะตัดสินใจอย่างไร ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าชุดกรรมการของนายวิชาได้เสนอแนะอะไรมาบ้างนายวิษณุกล่าวต่อว่า ข้อเสนออาจแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ข้อเสนอแนะในเชิงคดีที่เกี่ยวกับตำรวจ และอัยการ หรือบุคคลอื่น อาจนำไปสู่การดำเนินคดี หรือนำไปสู่การทำคดีใหม่ ก็แล้วแต่ว่าเขาเสนออะไร ส่วนอีกข้อเสนอแนะหนึ่งคือ ข้อเสนอในเชิงปฏิรูป ตอนนี้มีการเสนอจากที่อื่นมาส่วนหนึ่งแล้วจะนำมาผสมกันแล้วทำ อย่างไรก็ตาม นายวิชาได้ขอเวลาอีก 30 วัน เพื่อทำในเรื่องของการปฏิรูปโดยที่ไม่เกี่ยวกับคดี เพราะคดีถือว่าจบลงแล้ว แต่สิ่งที่นายวิชาและคณะกรรมการจะทำต่อไป เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปว่าเรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนจะต้องไปแก้อะไรตรงไหนจึงได้ขอเวลาทำต่อ เมื่อทำเสร็จแล้วจะเสนอต่อนายกฯเช่นเดิม