พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผอ.โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า โรงพยาบาลถือเป็นต้นแบบในการพัฒนาคลินิกกัญชาทางการแพทย์ เบื้องต้นพบว่าสารสกัดกัญชาน่าจะมีผลช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย โดยยากัญชาในประเทศยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนและจำหน่ายทั่วไปได้ เนื่องจากยังขาดข้อมูลประสิทธิผลและความปลอดภัยที่ชัดเจน ดังนั้น โรงพยาบาลจึงจัดระบบการติดตามผลการรักษาและความปลอดภัย เพื่อประกันคุณภาพการรักษา เบื้องต้นพบว่าผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย 82 ราย ที่ใช้สารสกัดกัญชามีผลช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยมีผลช่วยลดอาการปวด ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น และมีอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น ปากแห้ง คอแห้ง เวียนหัว ง่วงนอน ซึ่งเมื่อใช้ไประยะหนึ่งอาการข้างเคียงก็หายไป ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยมีค่าไตหรือตับผิดปกติ อาจสรุปได้ยากว่ามาจากโรคที่เป็นอยู่หรือยาสารสกัดกัญชากันแน่ แต่งานวิจัยยังแค่เริ่มต้น ซึ่งทีมแพทย์และเภสัชกรวางแผนจะศึกษาวิจัยให้ละเอียดต่อไปพญ.โศรยากล่าวต่อว่า ข้อมูลเกี่ยวกับผลการรักษาด้วยยากัญชา นอกจากผู้ป่วยมะเร็ง ขณะนี้ยังได้ประเมินผลการใช้ยาสารสกัดกัญชาในการบรรเทาอาการปวดปลายประสาทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน รวมถึงการประเมินผลการเพิ่มคุณภาพการนอนหลับจากยาศุขไสยาศน์ ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ได้ยาที่ช่วยให้หลับมาก่อน แต่ไม่ได้ผล การใช้ยาศุขไสยาศน์ พบว่าทำให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น แต่ผู้ป่วยหลายรายแจ้งว่ามีอาการระคายเคืองทางเดินอาหารส่วนบน โรงพยาบาลจึงปรับรูปแบบการผลิตยาศุขไสยาศน์ให้เป็นแคปซูล และส่งให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกไปกระจายให้โรงพยาบาลในเดือน ก.ย.นี้ ทั้งนี้ หากได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการยาเสพติดในเดือน ก.ค.นี้ ก็จะมียากัญชาตำรับพื้นบ้านให้แพทย์แผนไทยได้สั่งจ่ายให้ผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการใช้ยากัญชา โทร. 0-3721-1289.