คดีความเกี่ยวกับความวุ่นวายเรื่องรักๆใคร่ๆของคนหนุ่มสาวเคยเกิดขึ้นมาแล้ว...และยังเกิดขึ้นอีก อย่างคดีนายตำรวจหนุ่มวัยเพียง 29 ปี ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง รอง สว.สส.สน.วังทองหลาง หรือ ผู้กองบอย ต้องคดีเจตนาฆ่าแฟนตัวเองต่างจากแจ้งเหตุครั้งแรก อ้างว่าแฟนฆ่าตัวตาย!งานนี้ครอบครัวผู้ตายโวยวาย บอกเป็นไปไม่ได้ เพราะผู้ตายถนัดมือขวา แต่กระสุนเข้าที่ขมับซ้าย?ไม่เชื่อลองทำท่าถือปืนด้วยมือขวา แล้วพยายามเอาปืนจ่อขมับซ้ายดูก็ได้...สุดท้ายผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และนิติเวช รพ.ตร.ออกมาตรงกัน ประเด็นสำคัญอยู่ที่แนวกระสุนที่ชำแรกเข้าขมับซ้ายเหยื่อ เป็นแนวจากบนลงล่างเขม่าดินปืนมีที่มือเหยื่อบางส่วน แต่ส่วนใหญ่ที่มือของผู้กองบอย!พอจำนนด้วยหลักฐาน เริ่มเปิดปากรับสารภาพเข้าสำนวนว่า เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. ขณะที่ น.ส.พิมชฎาพร ผู้ตายภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส นอนหลับอยู่ที่บ้านเพียงผู้เดียว ผู้ต้องหารับราชการเป็นตำรวจ กลับเข้าบ้านเรียกให้ผู้ตายมาเปิดประตู แล้วผู้ตายกลับขึ้นไปนอนส่วนผู้ต้องหานั่งดื่มเบียร์ดูทีวีที่ชั้นล่างถึงเวลา 05.46 น. ขึ้นไปนอน แต่เนื่องจากความไม่พอใจที่ผู้ต้องหาที่ไม่กลับบ้านหลายวันเป็นเช่นนี้ประจำ ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย บอกว่าเครียดอยากอยู่คนเดียว เดินไปนอนอีกห้องแล้วล็อกประตู แต่ผู้ต้องหาตามไปเรียกแต่ผู้ตายไม่เปิด ใช้เท้าถีบพังประตูดึงตัวผู้ตายมานอนที่ห้องตามเดิม แต่ผู้ตายไม่ยอมพร้อมขอเลิกจะเอาลูกไปด้วย เกิดทะเลาะกันผู้ตายเดินลงมานอนบนโซฟาชั้นล่างผู้ต้องหาเดินตามลงมาพร้อมถือปืนขนาด.45 โต้เถียงกันอีก เกิดความโกรธใช้ปืนจ่อศีรษะเพื่อข่มขู่ แต่ผู้ตายใช้มือกำปืนไว้จากนั้นปืนลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนปืนถูกขมับด้านซ้ายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายหลังพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว แจ้งข้อกล่าวหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา!ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่เป็นอุบัติเหตุ?!ทั้งนี้ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว “ผู้กองบอย” เลยยังมีเสรีภาพคดีนี้จะตามดูว่า สุดท้ายที่อ้างว่าปืนลั่นเข้าหัวน่ะ จะติดคุกหรือไม่?สหบาท