เกิดเป็นชาวสวนยางพาราในยุคนี้ หากไม่กล้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเป็นเกษตรกรยุคใหม่ มัวแต่รอการช่วยเหลือจากภาครัฐ ก็คงหนีไม่พ้นกับ “ความยากจน”นายชัยวัฒน์ ชุมปราง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ 10 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่กล้าตัดสินใจตัดโค่นยางพาราเนื้อที่ 3 ไร่เศษ หันไปปลูกต้น มัลเบอร์รี สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำนายชัยวัฒน์ เผยว่า หลังเรียนจบ ม.3 ก็กลับมาช่วยพ่อแม่กรีดยางพารา เห็นว่าอาชีพทำสวนยางไปไม่ไหวแน่ ดังนั้นเมื่อต้นปี พ.ศ.2558 ช่วงที่พ่อแม่ไปท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่หลายวัน ตัดสินใจตัดโค่นต้นยางพาราปลูกต้นมัลเบอร์รีแทนหลังผลผลิตมัลเบอร์รีออกมาในปี 2559 ก็นำไปวางขายตามตลาดนัด แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเพราะคนยังไม่รู้จักมัลเบอร์รี จึงนำออกไปจำหน่ายในตัวเมืองพัทลุงในราคากิโลกรัมละ 200 บาท ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากลูกค้ามาอย่างมากนอกจากนี้ยังได้นำผลผลิตมัลเบอร์รีมาแปรรูปเป็นแยม ลอยแก้ว น้ำพริก ไอศกรีม น้ำปั่น และนำผลผลิตไปเปิดจำหน่ายในงานเทศกาลสำคัญๆ นำกิ่งตอน กิ่งปักชำ ออกจำหน่าย สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวไม่น้อยกว่าเดือนละ 65,000-70,000 บาท มัลเบอร์รีให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ผมปรับสภาพการดูแลออกเป็น 4 รุ่น ในแต่ละรุ่นจะเก็บได้ประมาณวันละ 12-15 กิโลกรัม ในช่วงเวลา 45-50 วัน และได้ทำโดมและนำพลาสติกใสมาคลุมต้นในช่วงหน้าฝน ทำให้ผลผลิตออกมามากกว่าปกติ ขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 300-400 บาทส่วนตลาดจำหน่ายมัลเบอร์รีนั้นไม่มีปัญหา ตลาดใน จ.ภูเก็ต กระบี่ สงขลา ตรัง และยะลา มีความต้องการสูงมาก สำหรับเกษตรกรที่มีความสนใจที่จะปลูกมัลเบอร์รีเป็นรายได้เสริมสามารถเดินทางเข้าไปศึกษาดูงานได้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.08-9597-9746.สุธรรม คงเพชร