เป็นความสนใจของคนในสังคมอย่างมากสำหรับการปล่อยตัวนักโทษหรือผู้ต้องขังที่มีประวัติการก่อคดีอาชญากรรมโหดเหี้ยมกระทำมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้งกลับคืนมาสู่สังคมช่วงนี้หลายคดีที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น หลังนักโทษบางคนที่ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำทำให้เกิดความหวาดกลัว เป็นคำถามกลับไปที่กระทรวงยุติธรรมผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงหลายคดีที่ผู้ก่อเหตุทำด้วยความโหดเหี้ยมรุนแรงกับเหยื่อ ทำมาต่อเนื่อง ไม่เกรงกลัวกฎหมาย คนส่วนใหญ่อยากให้ชดใช้ความผิดจำคุกอยู่ในเรือนจำตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตให้สาสมกับสิ่งที่กระทำกับคนอื่นไม่อยากให้ปล่อยออกมาเรื่องนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า ตามที่ กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการพักการลงโทษตามกฎกระทรวงเดิมมาตั้งแต่ พ.ศ.2553มีสาระสำคัญว่า นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการพักการลงโทษก่อนครบกำหนดโทษตามคำพิพากษา จะต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้บัญชาการเรือนจำ ทำหน้าที่เป็นประธานโดยมีส่วนราชการภายนอก ได้แก่ ผู้แทนกรมคุมประพฤติ และ ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมเป็นคณะกรรมการคัดเลือกผู้ต้องขังพักการลงโทษขณะนี้กฎกระทรวงฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.63 คือมีการเพิ่มผู้แทนภายนอกอีก 2 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรมการปกครอง เข้ามาเกี่ยวข้องในการพักโทษผู้ต้องขังในเรือนจำโดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมที่สืบสวนสอบสวนจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหา น่าจะมีความเข้าใจในตัวผู้ต้องหาแต่ละคน และประเมินได้ว่า สมควรได้รับโอกาสออกสู่สังคมหรือไม่น่าจะทำให้การพิจารณากลั่นกรองการพักการลงโทษของ กรมราชทัณฑ์เป็นไปอย่างละเอียดถี่ถ้วน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นการ “คัดกรอง” มิให้ผู้ต้องขัง ที่อาจจะมีแนวโน้มกระทำผิดซ้ำ ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมได้อีกสุดท้ายเป็นปัญหาหนักกว่าเดิม.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th