ทหารเร่งขุดบ่อบาดาลในพื้นที่ภัยแล้งทั่วประเทศ 524 บ่อ บรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านในช่วงวิกฤติส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรยืนต้นตาย หลายพื้นที่ต้องซื้อน้ำจากรถเร่ประทังชีวิต แม่ยมแห้งขอดมองเห็นสันเนินทราย ส่วนกรมชลฯเร่งขุดลอกและกำจัดวัชพืชผันน้ำเจ้าพระยาเติมแม่น้ำสายรองวิกฤติภัยแล้งชาวบ้านเดือดร้อน รอความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายสมบัติ มีลักษณะสม ผอ.โครงการชลประทานขอนแก่น ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างห้วยเตย บ้านเตย ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น พร้อมเดินเคาะประตูบ้านประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า นายสมบัติกล่าวว่า อ่างเก็บน้ำห้วยเตย เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักประมาณ 760,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากปริมาณความจุ 5.34 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำใช้การได้เพียง 460,000 ลบ.ม. คณะทำงานของกรมชลประทานประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ เพื่อขอความร่วมมือจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภค บริโภคตลอดฤดูแล้ง นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และนายชาติ ไทยแท้ นายกเทศมนตรีตำบลผาเสวย พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจธนาคารน้ำใต้ดิน บ้านขมิ้น ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ตรวจสอบระบบประปาที่รับน้ำจากเทือกเขาภูพานมาผลิตน้ำประปาในหมู่บ้าน ในปีนี้ปริมาณน้ำน้อยส่อเค้าแล้งเร็วกว่าทุกปี นายสมลักษ์กล่าวว่า มีพื้นที่จุดเสี่ยงเกิดภัยแล้ง 5 หมู่บ้าน 4 ตำบล ในพื้นที่ ต.แซงบาดาล และ ต.ผาเสวย ใช้ระบบน้ำจากประปาภูเขา ยังมีปัญหาปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ส่วนจุดอยู่พื้นที่สูงใน ต.หนองแวง และ ต.หมูม่น จัดรถส่งน้ำช่วยชาวบ้านแล้ว นอกจากนี้ โครงการธนาคารน้ำใต้ดินร่วมกับทุกหมู่บ้าน ขณะนี้ดำเนินการขุดไปแล้ว 60 บ่อ ตั้งเป้าไว้ 100 บ่อส่วนชาวนาใน อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี หลังประสบอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่จนนาข้าวเสียหาย ต้องมาปลูกข้าวนาปรังทดแทน ภายหลังมาประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำอีก ต้องให้กรมชลประทานส่งน้ำเข้าช่วยเหลือ เพื่อปลูกข้าวให้พอกิน ด้านนายสรายุทธ แสนทวีสุข ชาวนาในหมู่บ้านแคน เปิดเผยว่า ทำนาปรังชดเชยนาปีที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม แต่ต้องประสบปัญหาอีกครั้ง จากสภาพความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทำให้ลำน้ำสาขาตามธรรมชาติที่เคยใช้หล่อเลี้ยงต้นข้าวเหือดแห้ง จำเป็นต้องขอให้ชลประทานช่วยสูบน้ำจากแม่น้ำมูลเลี้ยงนาข้าว เพื่อนำข้าวมาใช้ประทังชีวิตขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตร อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในนาข้าว พื้นที่ ต.ปากคาด ต.หนองยอง ต.นากั้ง ต.โนนศิลา ต.สมสนุก และ ต.นาดง มีชาวบ้านอาศัยอยู่ 51 หมู่บ้าน ประสบปัญหาภัยแล้ง ต้นข้าวยืนต้นตาย พร้อมส่งรายงานเข้าจังหวัดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด สรุปพื้นที่ประสบภัยแล้งตั้งแต่ 1 พ.ย.62 ถึง 3 ม.ค. (ภัยยังไม่สิ้นสุด) เฉพาะนาข้าวเสียหายใน 4 อำเภอ คือ อ.เมืองบึงกาฬ อ.ปากคาด อ.พรเจริญ และ อ.โซ่พิสัย จำนวน 31 ตำบล 200 หมู่บ้าน เกษตรกรเดือดร้อน 2,577 ราย พื้นที่ได้รับความเสียหายกว่า 15,796 ไร่ พล.อ.พีระพงษ์ เมืองบุญชู ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานพิธีส่งมอบบ่อบาดาลให้แก่ชาวชุมชนบ้านภูดิน ต.โคกก่อ อ.เมืองมหาสารคาม พร้อมเปิดเผยว่า การขุดเจาะบ่อบาดาลทั่วประเทศ 524 บ่อ ขณะนี้กระจายขุดบ่อบาดาลให้ชาวบ้านไปแล้ว 20 บ่อ คาดว่าจะดำเนินการขุดบ่อให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 120 วัน แต่ละหน่วยระดมกำลังเข้าสำรวจพื้นที่ เตรียมขุดเจาะแล้วในระดับความลึกที่ 50 เมตรขึ้นไป จะใช้เวลาขุดเจาะ 1-2 วัน หากอยู่ที่ ระดับความลึก 120 เมตร จะใช้เวลาขุด 3-4 วัน ที่ จ.มหาสารคาม ขุดบ่อบาดาล 85 บ่อ ในพื้นที่ 7 อำเภอ จาก 13 อำเภอทั้งจังหวัด คาดว่าจะช่วยเหลือให้ชาวบ้านในพื้นที่มีน้ำใช้ตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีแม่น้ำยมที่เชื่อมกับ จ.สุโขทัย มุ่งหน้าไปทาง จ.พิจิตร โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านวังเป็ด ต.บางระกำ พบว่ามีร่องรอยของถุงบิ๊กแบ็กที่ชาวบ้านนำมาทำเป็นเขื่อนกั้นกลางลำน้ำยม เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตรตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.2562 แต่ปัจจุบันน้ำในแม่น้ำยมแห้งเหือด เห็นเป็นหาดทรายขาวโพลนระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร มีบางจุดที่ยังเหลือน้ำอยู่ในแอ่งลึก ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณริมตลิ่งนำเรือลงข่ายหาปลาในแอ่งน้ำ เพื่อนำไปประกอบอาหารด้านนายเรวัต ประสงค์ ผวจ.อ่างทอง เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้ง เน้น 4 เรื่องหลักประกอบด้วย การกำหนดพื้นเจาะบ่อบาดาล การเตรียมรถบรรทุกน้ำ การเตรียมภาชนะใส่น้ำ และวางแผนขุดร่องในคลองระบายน้ำ นายเรวัตเปิดเผยว่า จ.อ่างทอง ยังไม่ประกาศพื้นที่ภัยแล้ง เพราะยังมีน้ำใช้ แต่สาระสำคัญ 4 ประเด็นหลัก สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาข้อมูลพื้นที่การเกษตร ประมง และปศุสัตว์ พร้อมให้สำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง จัดทำแผนงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด ส่วนนายฐกร กาญจน์จินเดช ผอ. โครงการชลประทาน อุทัยธานี เปิดเผยว่า เร่งดำเนินการขุดลอก และกำจัดวัชพืชที่คลองขุนทรัพย์ ต.เกาะเทโพ อ.เมืองอุทัยธานี เพื่อเปิดทางผันน้ำจาก แม่น้ำเจ้าพระยา ให้ไหลเข้ามาเติมในแม่น้ำสะแกกรัง ที่ อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท ชาวบ้านได้รับ ผลกระทบจากภัยแล้งรุนแรงที่สุด ไร่ข้าวโพดของชาวบ้านใน ต.หนองมะโมง ยืนต้นแห้งตายจำนวนมาก ขณะเดียวกันภัยแล้งยังส่งผลกระทบถึงแหล่งน้ำตามธรรมชาติในชุมชน ทำให้ระบบประปาหมู่บ้านมีปัญหา ไม่มีน้ำดิบเพียงพอที่จะผลิตน้ำประปา ชาวบ้านต้องดิ้นรนช่วยตัวเอง ซื้อน้ำจากรถเร่มาขายราคา 100 บาทต่อ 500 ลิตร เพื่อนำมากินและใช้หุงต้ม ด้าน น.ส.เครือ ถุงหอม อายุ 52 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ภัยแล้งในปีนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี ตนไม่ได้ทำนา เพราะไม่มีน้ำเพียงพอ อาจต้องซื้อน้ำไปอีกหลายเดือนขณะที่นางมะลิวัลย์ หาญใจไทย อายุ 59 ปี เจ้าของสวนทุเรียน จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า มีสวนทุเรียน 4 ไร่ ปลูกต้นทุเรียน 150 ต้น และมีผลไม้อื่น ด้วย เช่น มะม่วงยายกล่ำ และมังคุด ปีนี้ค่าความเค็ม ของแม่น้ำเจ้าพระยามาเร็วกว่าทุกปี ตนขุดบ่อน้ำขนาด 5 คูณ 5 เมตร รองรับน้ำช่วงหน้าฝน ใช้รดต้นไม้และอุดท่อทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับคลอง ไม่ให้ความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้ามาในร่องสวนจะเปิดน้ำประปาลงไปผสมกับน้ำฝนที่กักเก็บไว้ในบ่อ ก่อนรดน้ำต้นไม้ต้องใช้เครื่องวัดความเค็มทุกครั้ง อยากฝากถึงเกษตรกรควรแบ่งพื้นที่ขุดบ่อไว้เก็บกักน้ำช่วงที่น้ำทะเลหนุนและมีความเค็ม ตนทำสวนทุเรียนมา 40 ปี ผ่านประสบการณ์ปัญหาต่างๆมาหลายครั้ง อยากแนะนำเกษตรกรชาวสวนต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุดสำหรับแนวทางการช่วยเหลือ นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธ.ก.ส.รอกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประเมินความเสียหายภัยแล้งรอบใหม่เพิ่มเติมอยู่ เบื้องต้นมีลูกค้าของ ธ.ก.ส.ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง จำนวน 1.3 ล้านราย แบ่งเป็น ภาคตะวันออก เฉียงเหนือจำนวน 1 ล้านราย และภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 300,000 ราย คาดว่าเดือน ก.พ.นี้ จะสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแล้วเสร็จ อย่างไร ก็ตาม ในปีที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ออกสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือลูกค้าของ ธ.ก.ส.ที่ประสบภัยแล้งจำนวน 55,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้า ธ.ก.ส.แล้ว 6,294 ล้านบาท และยังเหลือวงเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยแล้งทั้งรอบใหม่และรอบเก่าที่ยังไม่ได้ขอสินเชื่ออีกจำนวน 48,706 ล้านบาท