"เด็ก" หรือที่เรียกแบบโก้หรูหน่อยว่า “คนรุ่นใหม่” เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไป?แต่เป็นไปในทางดีขึ้นหรือเลวลง ต้องดูกันเป็นเรื่องๆความรู้ที่สมัยก่อนได้จากการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น พ่อแม่ไปสู่ลูก ครูไปให้นักเรียน ใครขยันขันแข็งใฝ่รู้หน่อยต้องเข้าไปเสาะหาอ่านหนังสือในห้องสมุด มันหายไปหมดแล้วแต่ด้วยความเจริญก้าวหน้าของยุคนี้ ที่หลายคนขนานนามว่ายุคดิจิทัล อวยกันยกใหญ่ว่าเป็นมิติใหม่ของความเจริญก้าวหน้าของโลกเบี้ยวๆใบนี้แต่ลืมไปหรือเปล่าว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย?!เรื่องดีก็มีสารพัดความรู้ที่ไม่เคยเห็น สามารถค้นหาได้ด้วยปลายนิ้วจากอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องถ่อไปเข้าห้องสมุด รวบรวมจากหนังสืออีกไม่รู้กี่เล่มเพื่อหาคำตอบกับเรื่องเรื่องเดียวแต่ปัญหาใหญ่คือ ความรู้บรรดามีในโลกอินเตอร์เน็ต ไม่ได้ขีดคั่นว่า คนวุฒิภาวะระดับไหนควรจะเข้าถึง?มันเลยผสมปนเปกันไปหมด รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงด้วย!ยกตัวอย่าง ใครอยากทำอาวุธ เปิดอินเตอร์เน็ตดูมีหมดทั้งปืนและระเบิดคำถามที่ตามมาคือ ใครจะเป็นคนควบคุมความอยากรู้อยากเห็นเรื่องความรุนแรงของเด็ก?ถ้าอุตริอยากลองวิชาทำระเบิดแล้วผิดพลาด อย่างเฮงก็พิการ หรืออย่างซวยต้องสังเวยชีวิตเพราะความอยากรู้อยากเห็นที่เป็นสันดานพื้นฐานของมนุษย์?อย่างคดีเด็กชั้น ม.1 โรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี ที่วางแผนขโมยปืนพ่อมาจ่อยิงแสกหน้าเพื่อนตายคาโรงเรียน มีการเตรียมการเอาเสื้อผ้าหน้ากากมาเปลี่ยนใส่ตอนก่อเหตุ แล้วเปลี่ยนกลับใส่ชุดนักเรียนตอนหลบหนีพฤติกรรมมันซับซ้อนเกินเด็กอายุ 12 ไปหรือเปล่า?เรื่องนี้แหละที่น่าเป็นห่วง และต้องหาต้นสายปลายเหตุให้เจอ เพราะมันเริ่มใกล้เคียงกับเหตุการณ์กราดยิงทีละหลายศพในประเทศสหรัฐอเมริกาเข้าไปทุกทีแล้วถ้าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่รีบแก้ไข อีกไม่นานสังคมไทยคงได้พบเห็นเหตุสลดแบบนั้นแน่นอน?"สหบาท"