“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” คงเป็นประโยคที่เหมาะสม ในยุคนี้...ไม่ว่าเรื่องใดๆก็จะผ่านพ้นสำเร็จลุล่วงไปจนได้ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดมุมมองสะท้อนความเป็นจริงที่ว่า 2563 ในเรื่องพืชผักผลไม้ปลอดภัยน่าจะเริ่มเป็นปีที่ดีสำหรับประชาชนที่ต้องถึงเวลาช่วยตนเอง อย่าหวังพึ่งรัฐบาลเรื่อง “สารเคมีพิษ” ในพืชผักผลไม้ในอนาคตคงไม่ต้องห่วงกันมากแล้วประการที่หนึ่ง...ประชาชนตระหนักแล้วว่าเราคงพึ่งพารัฐบาล ผู้นำรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และกรรมการที่ควรจะต้องปกป้องประชาชนไม่ได้แล้วประการที่สอง...ข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับอันตรายทั้งระยะเฉียบพลันและผลต่อเนื่องระยะยาวมีแพร่หลายทั้งที่ออกจากกระทรวงสาธารณสุขเองและปรากฏตามสื่อและในหนังสือพิมพ์ทั่วไปที่สำคัญ...สามารถหาได้ง่ายๆใน Google หรือเปิดดูใน YouTubeประการที่สาม...ประชาชนผู้บริโภคจะเป็นคนตัดสินเองว่าจะเลือกกินที่มีเคมีหรือจะเลือกกินที่เป็นอินทรีย์ ทั้งนี้ โดยที่ต้องมีความรู้ว่ามาตรฐานที่กำหนดจากทางการในประเทศไทยนั้นยินยอมให้มีการปะปนปนเปื้อนของสารเคมีได้ในระดับใดจนถึงระดับที่น่ากลัวหรือไม่ประการที่สี่...ซึ่งควรจะเป็นประการสุดท้ายนั่นคือ ในอนาคตอันใกล้ในปี 2563 จะมีชุดตรวจว่องไวราคาถูกให้ประชาชนทั่วไปหาซื้อได้โดยสามารถตรวจสารเคมีพิษ...พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต และ...กลุ่มสารเคมีฆ่าแมลงทั้งหมด ดังนั้นสามารถคุ้มครองตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งรัฐบาลนอกจากนี้แล้วพืชผักผลไม้ที่ส่งมาจากต่างประเทศจะมีการตั้งด่านตรวจโดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัย ละเอียด แม่นยำ เพื่อดักสินค้าที่ปนเปื้อนเหล่านี้ทิ้งออกหมด“2563...ในเรื่องพืชผักผลไม้ปลอดภัยน่าจะเริ่มเป็นปีที่ดีสำหรับประชาชนที่ต้องถึงเวลาช่วยตนเอง อย่าหวังพึ่งรัฐบาล”เปิดจดหมาย “สภากาชาดไทย” ที่ จฬ.ศวอ.121/2562 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เรื่องลงนามสนับสนุนการแบนสารพิษสืบเนื่องจากมีประกาศจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายเรื่องสารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ไปใช้มาตรการจำกัดการใช้ ตามมติเดิมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 โดยไม่มีการแบนใดๆทั้งสิ้น ในการนี้ กระผมจึงใคร่ขอแรงสนับสนุนจากเพื่อนๆแพทย์ทุกท่านและคณะแพทย์ในสังกัดของท่านในการแบนสารพิษทั้ง 3 ชนิดโดยเร็วที่สุด โดยลงชื่อ-นามสกุล เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม พร้อมลายเซ็นในตารางที่แนบมาพร้อมกันนี้ และส่งกลับมาที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยตามช่องทางและรายละเอียดแนบท้ายนี้จึงเรียนมาเพื่อโปรดให้การสนับสนุนการแบนสารพิษทั้ง 3 ชนิด เพื่อป้องกันชีวิตของคนไทยและผู้บริโภคทุกคนขอแสดงความนับถือ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 ตอกย้ำพลังพึ่งตนเองในเฟซบุ๊กเพจ “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” สามารถร่วมส่งพลังใจ ต้านสารเคมี...ได้ทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นทางแฟกซ์ อีเมล ไปรษณีย์ ตามคิวอาร์โค้ด ตาม...กูเกิลฟอร์มได้ทั้งหมดครับ “เราไม่สามารถเปลี่ยนใจรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และกรรมการต่างๆได้ก็จริง แต่เป็นความจริงใจของพวกเราที่ทำหน้าที่ปกป้องสุขภาพ และเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของประชาชนที่ต้องการอาหารปลอดภัย”ช่วยกันครับ และช่วยกันบอกต่อๆกันว่าเรารักชีวิตของเราและครอบครัว...แพทย์สามารถร่วมลงชื่อได้ทาง https://forms.gle/ SEgLKuEnror4ydxc6 ...เภสัชกร โดยท่านนายกสภาเภสัชกรรม รศ.ดร.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์...ทาง https://forms.gle/ cEDKT5qtrAExcD8G8ทันตแพทย์ทุกท่าน โดย ดร.ทพ.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล ทาง https://forms.gle/LnC5zizSRPaSdSvq8 ...ประชาชนผู้บริโภค ขอเชิญร่วมลงชื่อที่นี่นะครับ https://bit.ly/2LBLRYE“Paisal Puechmongkol” โพสต์เฟซบุ๊กเสริมพลังตอกย้ำ (16 ธันวาคม เวลา 13.19 น.) “เรื่องนี้ไม่มีใครแก้ไขให้พี่น้องประชาชนหรอกครับ เพราะขัดกับผลประโยชน์ของต่างชาติและนายทุน เขากลัวนายทุนขาดทุนมากกว่ากลัวคนไทยตายหรือเจ็บป่วย แบบนี้แล้วยังจะอ้างอีกหรือว่ารักประชาชน”เสียงหนึ่งเสริมเสมือนให้ทำใจ...ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฎแห่งกรรม ดั่งคำพระท่านว่า...ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นย่อมถึงตัว มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม“ทำดีย่อมมีคนปกป้อง ถ้าทำไม่ดีย่อมมีคนขับไล่ ต้องยึดคำสอนของพระพุทธเจ้าครับ ธรรมย่อมรักษาผู้มีธรรม”ปุจฉาสำคัญ...“ไม่แบน ดันให้ใช้ต่อ แล้วจะจำกัดการใช้ แต่ที่บอกว่าจำกัดตั้งแต่ปี 2560 แล้วอย่างที่เห็นๆอีกไม่นาน ชุดตรวจสำหรับคนบริโภค ถ้ามีสาร ไม่ซื้อ ไม่กิน เมื่อนั้นผู้บริโภคเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ไม่นานเกินรอ...”ประเด็นนี้ต้องยกเครดิตให้กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นำโดยอาจารย์โอภาสจะได้ทำการประเมินชุดตรวจว่องไวร่วมกับมหาวิทยาลัย 9 แห่ง และจะได้ชุดตรวจในน้ำภายในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และตรวจในพืชผักผลไม้ประมาณเดือนมีนาคมและเมษายน ในขณะเดียวกัน การตรวจผลิตผลที่นำเข้าจากต่างประเทศที่ด่าน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะได้มีการประสานกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ที่มีเครื่องมือราคาแพงและต้องใช้เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ในการตรวจตัวอย่างเหล่านี้ที่เข้ามาหลาย 10 ตัน แล้วได้ผลภายใน 12 ชั่วโมง“ข้อมูลดังกล่าวนี้...กระทรวงสาธารณสุขโดยกรม ได้นำเสนอกรรมาธิการวิสามัญที่รัฐสภาและการขอรายชื่อสนับสนุนจากภาคประชาชน แพทย์และเภสัชกรนั้น เป็นเพียงเพื่อการแสดงความรู้สึกในฐานะบุคลากรที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของประชาชน แต่ไม่สามารถที่จะยับยั้งปัจจัยที่ทำอันตรายต่อสุขภาพได้”ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ย้ำทิ้งท้ายว่า เราไม่ได้ต่อสู้เพื่อการเมือง เราเพียงแต่ร้องขออาหารปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของตนเองและครอบครัวช่วยกันรวมใจครับ เรามีกันเท่านี้เรา “คนไทย” ต้องการการบริหารประเทศอย่างจริงใจ จริงจัง เพื่อความอยู่ดีกินดีและสุขภาพที่ดีของคนไทยแค่นั้น...“ใครจะบ้าอยากกินสารพิษถ้าเลือกได้”.