ปัญหาการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร สารกําจัดวัชพืช ไกลโฟเซต พาราควอตและสารกําจัดแมลง คลอร์ไพริฟอส กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย ทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์มีการตอบโต้จนเกรงกันว่าจะนําไปสู่ความขัดแย้งในสังคมไทย ระหว่างฝ่ายสนับสนุนให้ใช้สารเคมีและฝ่ายที่สนับสนุนเกษตรอินทรีย์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีของประเทศชาติทั้งที่เรื่องนี้ควรเป็นกรณีศึกษา ให้ทุกฝ่ายหันกลับมาร่วมมือกันหาทางออกให้สารเคมีกําจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญในภาคการเกษตร ที่สำคัญข้อมูลเหตุผลทางวิชาการที่นำมาสู่การแบน 3 สาร ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเป็นข้อมูลจริง หรือถูกบิดเบือนกันแน่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ มาพิจารณาก่อนตัดสินว่าจะห้ามใช้ดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทั้งเกษตรกรผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้ส่งออก และผู้จําหน่ายสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งจะส่งผลโดยตรง ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย จัดเสวนา “ทางออกที่ยั่งยืนของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช” ในวันอังคารที่ 17 ธ.ค.นี้ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เวลา 09.00-12.00 น. มีวิทยากรสำคัญ ดร.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พูดในหัวข้อ “การเฝ้าระวังและการยกเลิกการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง”...ศ.นพ.วินัย วนานุกูล ผอ.ศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาธิบดี “พิษของสารเคมีกําจัดศัตรูพืชหากใช้ผิดวิธี”สมศักดิ์ สมานวงศ์ ตัวแทนผู้ประกอบธุรกิจสารเคมีเกษตร “การใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องปลอดภัยทั่วโลกและเมืองไทย”...ผศ.ดร.อาณดี นิติธรรมยง นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย “การบริหารจัดการความเสี่ยงของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร”...ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “กระแสสังคมกับภาพพจน์ของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช”นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษเรื่อง “ถอดบทเรียนการแบนสารไกลโฟเซตและพาราควอตในประเทศศรีลังกา” โดย Prof. Buddhi Marambe นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศศรีลังกา อีกด้วย.สะ-เล-เต