ไขปริศนา...คำว่า “สมมติเทพของพระมหากษัตริย์ไทย” โดย จิตรา ก่อนันทเกียรติ มีประเด็นรายละเอียดปลีกย่อยเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง“จากการสนใจเก็บสะสมข้อมูลมาเรื่อยๆ อ่านก็เยอะ ฟังก็เยอะ ทั้งทางจีน...ไทย...ฝรั่ง...แขก ไม่ใช่จะเก็บแต่เรื่องจีนนะคะ” นี่คือประโยคเริ่มต้นสนทนาของจิตรา ผู้ให้นิยามตัวเองว่า เป็นนักสะสมความรู้เรื่องจีน ที่ครั้งนี้อยากมาบอกความก้าวหน้าของการทำงานวิจัยเรื่องการ “ไหว้เจ้า”จนเข้าใจในความหมายของคำว่า การเป็น “โอรสสวรรค์”...ของฮ่องเต้ของจีนแต่โบราณ หรือการเป็นสมมติเทพของพระมหากษัตริย์ในคติไทยจิตรา บอกว่า คำว่า “สมมติเทพ” อาจเป็นความสงสัยของคนทั่วไปตลอดมาว่าก็เห็นๆอยู่ว่าเป็นมนุษย์เหมือนกัน เช่นเดียวกับการไหว้เจ้า ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังพิเศษหรือพลังวิเศษต่างๆมีจริงหรือไม่ ข้อมูลตรงนี้มีลึกมีตื้นและมีข้อมูลใหม่ เป็นการประกบข้อมูลทั้งทางจีน...ไทยและประสบการณ์ใหม่ที่พบกับตัวเอง“ปัญหาหนึ่งของโลกนี้คือ หลายเรื่องพูดยากเพราะพิสูจน์ชัดเจนเป็นวิทยาศาสตร์ที่ตะวันตกวางกติกาไว้ไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงไหม คิดว่าเป็นเรื่องของกาลเทศะคือบางเวลาเชื่อเต็มร้อยได้...”แต่บางเรื่องบางเวลาอย่าเชื่อเพราะจะทำให้พลาดได้ สามทางคือ หนึ่ง...ไม่ใช่วาสนาที่เราไหว้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วเราต้องได้ สอง...บางเรื่องไหว้แล้วได้ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่ไหว้แล้วได้สุดท้าย...ทางที่ สาม มีมิจฉาชีพที่ฝึกการแสดงให้เป็นร่างทรงได้ สามารถทำเป็นขบวนการแบบตกทองที่มีหน้าม้าจัดฉากหลอกกันได้ แม้แต่หมอดูยุคใหม่ก็มีระบบการสร้างภาพและทำเป็นขบวนการเช่นกัน“ดังนั้น...การที่เก็บข้อมูลแล้วมาอธิบายบอกกันให้เข้าใจก็สร้างความกังวลให้ตัวเองเหมือนกันค่ะ” จิตรา ว่าจากการเก็บข้อมูลไหว้เจ้าที่เริ่มตั้งใจเก็บแบบจริงจังมาตั้งแต่ปี 2552 ถึงวันนี้ 10 ปีเต็ม เป็นการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งของตัวเอง คนใกล้ตัว ไกลตัว แฟนคลับมากมาย เริ่มจากการตระเวนไปไหว้ศาลเจ้าทั่วประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ จังหวัดต่างๆ และไปต่างประเทศอย่างในไทยจิตราไปเก็บข้อมูลเฉพาะศาลเจ้าเก่าแก่อายุเกิน 100 ปีและมีผู้ใหญ่ที่รู้เรื่องไหว้เจ้าอย่างลึกเพราะบางท่านทำงานให้ศาลเจ้ามานานกว่า 40 ปี หรือบางท่านเป็นลูกของคุณพ่อที่เป็นมือพิธีกรรมของศาลเจ้าใหญ่ หรือเป็นร่างทรงมากว่า 40 ปี...ทุกท่านที่คุยอายุมาก 70-90 ปี ปัจจุบันเสียไปแล้วนอกจากนี้ยังต่อยอดให้ไปเก็บข้อมูลที่ฮ่องกง ซึ่งทุกแห่งทั้งในไทยและฮ่องกงค่าใช้จ่ายเยอะมาก ทุกวันนี้เหมือนไปเรียนวิชาความรู้จากซินแสฮ่องกงสองท่านวัย 70 ปี และ 68 ปี นักพรตผู้ใหญ่สามท่านวัย 70 ปี และ 62 ปี“ความยากคือเป็นเหมือนการทำงานวิจัยที่ไม่ได้เป็นไปตามแบบแผนที่นักวิชาการกำหนดเพราะกำหนดเป็นรูปแบบชัดเจนไม่ได้ อาศัยว่าศาลเจ้าบอกให้รู้ว่า วันนี้...นี้...นี้...เป็นวันไหว้สำคัญที่มีพิธี ขอเชิญมาดูการไหว้ การทำพิธีต่างๆ อาจจะทั้งวันในหลายๆวาระหลายๆวันไหว้ที่สำคัญ”เช่น...การไหว้สารทจีน การไหว้เสริมดวงพิเศษ ประกบไปกับการอ่านหนังสือเยอะมากทั้งจากคอลัมน์ในไทยรัฐ สกุลไทย มติชนสุดสัปดาห์ หนังสือที่เขียนถึงเกจิพระดังๆ หนังสือประวัติเทพเจ้าของจีน ประวัติศาสตร์ทั้งจีนและไทย เหมือนค่อยๆต่อได้เป็นจิ๊กซอว์ที่ต่อเข้ามาทีละชิ้นๆ และการต้องคลิกได้การมี “ดวง” ที่ซินแสฮ่องกงใช้คำว่ามีดาวมงคลหลายดวงที่ทำให้เข้าใจองค์ความรู้ได้เร็วและหลายเรื่องอาจรู้ก่อนคนอื่น เช่น ดาวม้าราชสำนัก (เอี๊ยะเบ้) ซึ่งคนทั่วไปก็มีดาวมงคลเช่นกันแล้วแต่ว่าใครมีดาวมงคลอะไรอยู่บ้าง เช่น ดาวขุนพล ดาวเทพแห่งปัญญา (บุ่งเชียง) และใครมีดาวร้ายอะไรบ้าง เป็นทำนองเดียวกับดวงไทยที่โหราศาสตร์คิดว่า ในการเกิดมาต้องใช้บุญกรรมอะไร การผูกดวงจากเวลาเกิดจะทำให้เห็นดวงดาว...ที่คำ “ทำนาย” บอกได้ถึง “บุญกรรม” ของเจ้าชะตาในระดับหนึ่งปัญหาหนึ่งคือมีองค์ความรู้หลักหลายเรื่องที่บอกเล่าต่อกันมาแล้วไม่ครบถ้วนเช่นคำว่า “สมมติเทพ” ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่เราได้ยินได้อ่าน แต่ไม่รู้ความหมายที่ชัดเจน ซึ่งการได้เข้าใจแล้วกับคำว่าสมมติเทพสำหรับการเป็นพระมหากษัตริย์ไทยของจิตราจะมาจากจิ๊กซอว์หลักคือ การอ่านจนถึงในองค์ความรู้ กับประสบการณ์ของตัวเอง...การได้อ่านประวัติศาสตร์ไทย เช่น การต้องไปไหว้เจ้าทุกครั้งก่อนออกรบของพระเจ้าตากเช่น การไปไหว้ศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) ที่ย่านฝั่งธนบุรีใกล้ๆวัด อนงคาราม...การสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ของรัชกาลที่ 1 คิดว่าทั้งพระเจ้าตากสินและรัชกาลที่ 1 ทั้งสองพระองค์เติบโตและรับราชการในสมัยกรุงศรีอยุธยา ย่อมต้องเห็นและมีองค์ความรู้เรื่องพิธีกรรมราชสำนักมากมายและการเสียกรุงไม่ได้แปลว่าจบสิ้นซึ่ง...ภูมิปัญญาลึกล้ำเหล่านี้ เช่นเดียวกับการที่ราชวงศ์จีนต้องจบสิ้นไป ก็ไม่ได้หมายความว่าจีนไม่ได้มีภูมิปัญญาในเรื่องพิธีกรรมการไหว้...แค่จีนแผ่นดินใหญ่จบ แต่จีนในฮ่องกง, ไต้หวัน, ปีนัง, มาเลย์, สิงคโปร์ ยังสืบทอดเข้มข้นอยู่ และต้องเป็นการที่พระมหากษัตริย์ไทยทั้งสองพระองค์ต้องทรงมีประสบการณ์ที่ทำให้ทรงเข้าใจในความเป็น สัจธรรม บุญกรรม บุญญาธิการ การสร้างพลังขลังจากการทำพิธีกรรม“การสักการะถูกต้อง การสร้างปริมณฑลพลัง การสร้างอภิมหาอาณาจักรพลังให้บ้านเมือง เช่น การสร้างพระบรมมหาราชวังของรัชกาลที่ 1 การสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม การสร้างวัดโพธิ์ ซึ่งการสร้างวัดต้องมีการฝังลูกนิมิตซึ่งปิดแผ่นทองคำอร่ามเรือง 9 ลูกใหญ่ไว้ข้างใต้สำหรับ 8 ทิศและทิศตรงกลาง...”การผูกพัทธสีมา การขุดคูเมือง ซึ่งในทางจีนนั้นต้องเป็นเมืองใหญ่ที่มีคูเมืองล้อมรอบเท่านั้น เช่น ปักกิ่งที่จะมีพระหลักเมืองที่เป็นทีมอย่างที่ของไทยมีคือ พระหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬ-ไชยศรี ทางจีนเรียกพระหลักเมืองระดับนี้ว่า “เส่งอ๊วง”การฝังเสาหลักเมืองที่เรียกว่าพระราชพิธีนครฐาน จิตรา บอกว่า ข้อมูลตั้งแต่การฝังเสาหลักเมืองจนถึงบรรจุดวงชะตาเมือง ค้นหาคัดลอกจากในกูเกิล ระบุว่าใช้ไม้ชัยพฤกษ์ทำเป็นเสาหลักเมือง ประกบด้านนอกด้วยไม้แก่นจันทน์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางโคนเสา 29 ซม. สูง 187 นิ้ว กำหนดให้ความสูงของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดิน 108 นิ้ว ฝังลงในดินลึก 79 นิ้ว มีเม็ดยอดรูปบัวตูมสวมลงบนเสาหลัก ลงรักปิดทองล้วงภายในไว้เป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง ซึ่งเรื่องเสาหลักเมืองนี้ ขอแทรกความรู้ใหม่ที่พบด้วยตัวเองว่า ปี 2554 ได้ไปพบ “ศาลเจ้าทีกงตั๋ว” ที่ภูเก็ต ศาลเจ้าทีกงตั๋วนี้แปลง่ายๆคือ ศาลเจ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ซึ่งเป็นกษัตริย์ของเทวดา เป็นเทพใหญ่ที่สุดบนฟ้าบนสวรรค์ เนื่องจากศาลเจ้าทีกงตั๋วอายุ 100 ปี มีคำทำนายจากร่างทรงให้ต้องสร้างใหม่มิเช่นนั้นหากภูเก็ตเกิดแผ่นดินไหวจะเป็นอันตราย...ก็แปลกที่ต่อมาภูเก็ตก็เกิดแผ่นดินไหวจริงๆในปีต่อมา และแปลกที่สองก็คือศาลเจ้าอยู่ในการดูแลของตระกูลเทพบุตรมาแต่ครั้งสร้างศาลเจ้า และเมื่อภูเก็ตเจริญขึ้น ถนนซึ่งเป็นที่ตั้งศาลเจ้าก็มีชื่อว่า ถนนเจ้าฟ้าเทพอนุสรณ์ คนในตระกูลเทพบุตรมีการพากันไปดูศาลเจ้าเก่าแก่สไตล์ฮกเกี้ยนที่ปีนัง-สิงคโปร์แล้วได้จ้างสถาปนิกปีนังให้วาดแบบศาลเจ้าหลังใหม่ จากหลังเล็กๆกลายเป็นศาลเจ้า 2 ชั้น หลังใหญ่โต มี 2 หลังคาใหญ่ 1 หลังคาเล็ก มีการเชิญชวนทำบุญไม้คานขนาดใหญ่ ปรากฏว่ามีเจ้าสัวคนหนึ่งบริจาค 2 แสนบาท ระบุว่าขอเป็นคานหลักสูงสุดของ 2 หลังคาใหญ่สุด ซึ่งหลังคาใหญ่สุดตรงกลางสำหรับตั้งเจ้าหลักคือ ตั่วเหล่าเอี๊ย...ในฐานะเป็นเทพผู้จัดการบริหารพลังศาลเจ้า ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้ ประมาณว่าเป็นเทพประธานน่าสนใจว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมาแม้มรสุมทางธุรกิจจะขยายเป็นวงกว้าง แต่เจ้าสัวท่านนี้กลับไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดเลย ข่าวว่า “เจ้าสัวไม้คานสองแสนปี 61 กำไรกว่า 1,600 ล้านฯ”จึงเอะใจว่า...การทำบุญไม้คานใหญ่ไซส์ได้ขนาด น่าจะทำให้มี “พลังขลัง” ได้.