ชี้ 15 ศพแก้แค้นจับอุสตาซแฉเบื้องหลังปฏิบัติการบุกยิงถล่มฐานจุดตรวจร่วม ชคต.ลำพะยา ปลิดชีพ ชรบ. 15 ศพ กลุ่มโจรรวมพลวางแผนในโรงเรียนปอเนาะก่อนลงมือก่อเหตุ แก้แค้นให้ “อุสตาซ” ที่ถูกจับกุมที่ จ.สตูล หลังพบความเชื่อมโยงเหตุลอบวางระเบิด อส.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พลีชีพ 2 นาย เป็นแกนนำบีอาร์เอ็นในพื้นที่หนีหมายจับคดีความมั่นคงไปกบดานอยู่สตูลนานถึง 14 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงยังเดินหน้าไล่ล่ากลุ่มคนร้าย ล่าสุดรวบผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 10 คน ในจำนวนนี้ 3 คนมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มัดตัวเป็นผู้ร่วมก่อเหตุ แจ้งเตือนระวังเหตุรุนแรงซ้ำอีกในพื้นที่รอยต่อ อ.หนองจิก กับ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี “วันนอร์” โร่เยี่ยมปลอบขวัญผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ ประณามโจรใต้ลอบกัดไม่ใช่ต่อสู้แบบสันติภาพ กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อชีวิตในพื้นที่แต่งเพลง “ฝันร้ายที่ลำพะยา” ไว้อาลัยแด่ผู้สูญเสียหลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงเปิดแผนปฏิบัติการไล่ล่ากลุ่มโจรใต้ที่บุกยิงถล่มฐานจุดตรวจร่วมชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) บ้านทุ่งสะเดา หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ปลิดชีพชาวบ้านชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่เข้าเวรยามอยู่ในฐานเสียชีวิต 15 ศพ บาดเจ็บ 5 คน เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 พ.ย. หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน สอบสวนขยายผลปูพรมเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 19 จุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กับเขตรอยต่อพื้นที่ อ.เมืองยะลา ล็อกตัวผู้ต้องสงสัยได้เพิ่มอีก 6 คนความคืบหน้าการสืบสวนแกะรอยตามล่ากลุ่มโจรใต้ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงเผยว่า กองกำลังร่วมทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี ยังคงเปิดแผนปฏิบัติการไล่ล่าติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง หลังจากฝ่ายความมั่นคงได้รับข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกบเป้าหมายในพื้นที่เขตรอยต่อยะลา-ปัตตานีอีกหลายจุด เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เกี่ยวข้องและญาติที่เตรียมจะหลบหนี บางรายยังไม่พบตัว ขณะเดียวกันจากแนวทางการสืบสวนยังพบว่า มีโรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งในพื้นที่เป็นจุดรวมพลวางแผนก่อนลงมือก่อเหตุแหล่งข่าวด้านความมั่นคงได้รับรายงานว่า ชนวนเหตุยิงถล่มป้อมจุดตรวจลำพะยาจนมีผู้เสียชีวิต 15 ศพ น่าจะเป็นการตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่จับกุมตัวอุสตาซคนหนึ่งใน จ.สตูล เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังพบมีความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิด อส.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิต 2 นาย เมื่อวันที่ 16 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติอุสตาซคนดังกล่าวยังพบด้วยว่า เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เคยเป็นอุสตาซสอนอยู่ที่โรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งใน ต.ลำพะยา ถูกออกหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้อหากบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร เมื่อปี 48 หลบหนีไปกบดานอยู่โรงเรียนปอเนาะในพื้นที่ อ.ควนกาหลง จ.สตูล เป็นเวลานานถึง 14 ปีก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและยอมรับว่าเคยเป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงเผยด้วยว่า หลังการจับกุมอุสตาซรายนี้ สร้างความไม่พอใจให้แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิด ระดมแกนนำระดับปฏิบัติการหลายคนที่เคยก่อเหตุและแนวร่วมในพื้นที่ทั้ง จ.ยะลา จ.ปัตตานี และรอยต่อ จ.สงขลา เข้ามาวางแผนและเลือกเป้าหมายที่จะก่อเหตุได้ง่ายและอยู่ในพื้นที่ รวมถึงเส้นทางหลบหนีออกนอกพื้นที่ จนกระทั่งเลือกลงมือที่ป้อมจุดตรวจร่วม ชคต.ลำพะยาส่วนการติดตามไล่ล่าจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ จนถึงวันนี้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 10 คน ทั้งหมดถูกส่งไปยังหน่วยซักถามเพื่อสอบปากคำ หลายคนยอมรับว่าเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบแต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมก่อเหตุถล่มยิงป้อมจุดตรวจลำพะยา แต่ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าในจำนวน 10 คนมี 3 คนที่มีหลักฐานมัดตัวเชื่อมโยงกับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ถึงแม้ว่าทั้ง 3 คนยังให้การปฏิเสธแต่พบพิรุธหลายอย่าง อย่างไรก็ตามผลการซักถามผู้ต้องสงสัยบางคนให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและสามารถเชื่อมโยงไปถึงตัวบุคคลที่มีทั้งหมายจับและมีข้อมูลประวัติคดีความมั่นคง อยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบจากพยานหลักฐานว่าจะตรงกันหรือไม่ขณะเดียวกัน หน่วยข่าวความมั่นคงได้แจ้งเตือนว่า พบกลุ่มก่อความไม่สงบเคลื่อนไหวในเขตรอยต่อระหว่าง ต.คอลอตันหยง ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก และ ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี แหล่งข่าวแจ้งว่ามีการระดมแนวร่วมวางแผนเตรียมก่อเหตุลอบยิงและลอบวางระเบิดในพื้นที่ดังกล่าว มีเป้าหมายก่อเหตุกับชุดคุ้มครองครู ชุดเคลื่อนที่เร็วด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชุดเดินเท้า รวมไปถึงการโจมตีฐานปฏิบัติการในช่วงกลางคืนมีรายงานด้วยว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ขบวนการบีอาร์เอ็นได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษที่ผ่านการฝึกหลักสูตรการโจมตีแบบกองโจรอาร์เคเคจากต่างประเทศ 4 ชุด เข้ามาเปิดปฏิบัติการในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงมือก่อเหตุไปแล้ว 2 ครั้งคือคาร์บอมบ์ที่หน้า สภ.ไม้แก่น หลังเก่า จ.ปัตตานี เมื่อหลายวันก่อน และล่าสุดบุกโจมตีฐาน ชคต.ลำพะยา เชื่อว่าจะมีปฏิบัติการตามมาอีกหลายเหตุในห้วงเวลา 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ มีข้อมูลด้วยว่าชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นทั้ง 4 ชุดจัดกำลังไว้ชุดละ 6 คนล้วนเป็นแนวร่วมเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุมาก่อน เพื่อให้ง่ายในการเคลื่อนไหว แต่ยุ่งยากสำหรับเจ้าหน้าที่ในการติดตามจับกุม ช่วงสายวันเดียวกัน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมคณะเข้าเยี่ยมให้กำลังใจมอบกระเช้าดอกไม้และเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คนที่ยังรักษาตัวอยู่ รพ.ศูนย์ยะลา ทั้งหมดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังมี 1 คนที่รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนถูกส่งต่อไป รพ.สงขลานครินทร์ มอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า มาเยี่ยมผู้บาดเจ็บในฐานะเป็นคนในพื้นที่ เชื่อว่าทุกกำลังใจจะเป็นเกราะสร้างความสัมพันธ์ความรู้สึกของพี่น้องในพื้นที่ให้แน่นแฟ้นขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง และขอประณามผู้ร้ายที่กระทำการเหี้ยมโหดกับชุด ชรบ. ที่มีแต่อาวุธปืนลูกซองไว้ป้องกันตัวเท่านั้น ถือเป็นการลอบกัด ไม่ใช่การสู้แบบสันติภาพ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ประชาชนและภาครัฐร่วมมือกันหาทางแก้ไขป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีก พร้อมขอสดุดีและชมเชย ชรบ.ชุดนี้ที่ต่อสู้กับคนร้ายจนสุดความสามารถ ขอให้ดวงวิญญาณหลับสู่สุคติต่อข้อถามว่า จะกระชับเจ้าหน้าที่อย่างไรไม่ให้เหตุยิง ชรบ.ลำพะยา เหมือนกับเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านในมัสยิดไอบายแย ที่เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้กระทำผิดแต่ก็เรื่องเงียบ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ตอบว่า รัฐต้องมีมาตรการเสริมให้กับผู้รักษาความปลอดภัยทุกคนให้มากกว่านี้ ต้องแก้จุดบกพร่องของเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่าย ความเผอเรออย่าให้เกิดขึ้น เพราะจะเป็นจุดอ่อนให้ผู้ร้ายโจมตีได้ เหตุการณ์ยิงชาวบ้านไอบายแยในมัสยิดตาย 10 คนและเหตุการณ์ยิง ชรบ.ลำพะยาตาย 15 คน ยังหาคำตอบจากผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ชัดเจน หรือทุกปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จะโยนไปให้ขบวนการบีอาร์เอ็นทั้งหมดที่วัดสิริปุณณาราม หรือวัดลำพะยา หมู่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศล 9 ศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีชาวบ้านจากพื้นที่ยะลา ปัตตานี สงขลา และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาร่วมงานศพจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง อบต.ลำพะยา ร่วมกับประชาชนชาวลำพะยาจัดทำอาหารไว้เลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมบริจาคเงิน น้ำดื่ม และอาหารมาเลี้ยงแขกที่มาร่วมงานศพตลอดงานจนถึงวันเผาศพวันที่ 12 พ.ย.นี้ขณะเดียวกัน สำนักงานเยียวยาจังหวัดยะลา ส่งเจ้าหน้าที่มาตั้งโต๊ะให้บริการแก่ญาติผู้เสียชีวิต เพื่อแจ้งความเสียหายของทรัพย์สินจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายขโมยไป สำนักงานเยียวยาจังหวัดยะลาจะให้ความช่วยเหลือแก่ญาติของผู้เสียชีวิตต่อไปในช่วงเที่ยง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 เดินทางไปที่ด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา มอบนโยบายและกำชับตำรวจ ตม. ด่านศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำนโยบายความมั่นคง ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ตรวจสอบเอกสารการเดินทางเข้าออกผ่านแดน และให้จัดกำลังเสริมเพื่อความเข้มงวดเฝ้าตรวจตามแนวชายแดน พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ได้เน้นย้ำมาตลอดเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดน เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ก่อความไม่สงบอาศัยช่องทางด่านปกติในการเข้าออกพร้อมนำอาวุธและวัตถุระเบิดจากประเทศเพื่อนบ้านมาก่อความไม่สงบ ต่อไปนี้คนที่เข้าออกด่านต้องใช้หนังสือเดินทางเท่านั้น และต้องประทับตราทุกครั้ง ขณะที่กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อชีวิตในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา โดยนายจักรพงศ์ สะอาด หรือครูเอก อายุ 39 ปี และนายปราโมทย์ ขาวหนูนา หรือลุงแย้ว ได้เขียนเพลงผ่านความเศร้าโศกเสียใจเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชื่อเพลง “ฝันร้ายลำพะยา” นายจักรพงศ์เผยว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เป็นสิ่งน่าเศร้าเสียใจ หดหู่หัวใจถึงกับนอนไม่หลับว่าทำไมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ในชุมชนของเราด้วย เพราะพวกเราทั้งชาวพุทธและอิสลามอยู่กันแบบพี่แบบน้องพึ่งพาอาศัยกันมาตั้งนาน มีงานอะไรในพื้นที่ก็มาช่วยกันทั้งในวัดในมัสยิด ตนเชื่อว่าคนทั้งประเทศก็ทำใจไม่ได้ เห็นบรรยากาศความเสียใจร้องไห้ภายในวัดจนไม่อยากเข้าไป กลัวจะกลั้นใจไม่ไหว ร้องไห้ตามไปด้วย จึงเป็นแรงบันดาลใจเขียนเพลงนี้ขึ้นมา นั่งทำดนตรีกับกลุ่มเพื่อนนักดนตรีลำพะยา ถ่ายทอดลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “เอก จักรพงศ์ สะอาด” มีคนเข้ามาดูและกดไลค์กดแชร์จำนวนมากสำหรับเนื้อหาของเพลงฝันร้ายลำพะยา “ดึกดื่น ของคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 เสียงปืนระเบิดดังกึกก้อง ไปทั่วท้องหุบเขาลำพะยา มีกองโจรผู้ก่อการร้าย ยิงเข้าใส่ป้อม ชรบ. อาสาสมัคร ชรบ. ขอสู้ตายจนกระสุนนัดสุดท้าย มันเข้ามาดั่งซาตาน ปลิดวิญญาณทีละคน ปีศาจร้ายโหดร้ายทารุณ สาดกระสุนไร้ความปรานี 15 ศพ ล้มหายตายจาก 15 พรากจากไปทันที ช่างเลือดเย็นอะไรเช่นนี้ ทุกชีวีก็มนุษย์เหมือนกัน ทิ้งเหลือไว้แต่ความโศกเศร้า ความปวดร้าวยากจะลืม อยากให้เป็นเพียงความฝัน ตื่นขึ้นมาทุกอย่างเหมือนเดิม”