“บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ปลื้มธารน้ำใจหลั่งไหลยอดเงินบริจาค 332 ล้านบาท เผยขอให้เชื่อใจไม่นำเงินไปรวมกับรัฐ ส่วนชาวบ้านซึ้งใจยกมือไหว้หลั่งน้ำตาขอบคุณ ที่ จ.อุบลฯ มีพื้นที่จมบาดาล 11 อำเภอ ระดับน้ำมูลเริ่มลดลง ที่ จ.ตราด ฝนถล่มทหารเร่งอพยพนักท่องเที่ยวติดเกาะ ขณะที่นายกฯขอบคุณผู้บริจาคเงิน ด้าน อว.เตือนเตรียมรับมือร่องมรสุมอีกระลอกถล่มหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแม่นํ้ามูลจะมีนํ้ามาเติมเพิ่มอีกชาวอุบลราชธานียังประสบภัยน้ำท่วม ชีวิตอยู่อย่างลำบาก ต้องอพยพมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว บางรายยังอาศัยอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้านเพื่อเฝ้าทรัพย์สินหวั่นสูญหาย หลายหน่วยงานต้องนำเรือท้องแบนออกช่วยเหลือ มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคเพื่อประทังชีวิต ขณะที่ธารน้ำใจคนไทยร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ยอดเงินบริจาค 332 ล้านบาทเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ก.ย. นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจการพิเศษมูลนิธิร่วมกตัญญู โพสต์เฟซบุ๊กถึงความคืบหน้าของเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า ขณะนี้มียอดเงินบริจาค 4 วัน รวม 332 ล้านบาท เบิกไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านแล้ว 22 ล้านบาท คงเหลือเงิน 310 ล้านบาท ตนดีใจมากกับน้ำใจคนไทย แต่ยังมีเรื่องไม่สบายใจกับข่าวที่ว่าตนจะนำเงินไปรวมกับภาครัฐ ตนไม่เคยพูด ยืนยันว่าจะไม่นำเงินบริจาคทั้งหมดไปรวมกับใคร ขอให้เชื่อใจตนจะบริหารเงินอย่างบริสุทธิ์ใจ ก่อนหน้านี้มีเงินส่วนตัว 2 บัญชีรวม 1.7 ล้านบาท เงินในส่วนนี้จะขอมอบให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด ยกให้เป็นกองกลาง หลังเสร็จภารกิจจะชี้แจงเงินทั้งหมดให้ทราบต่อไป“บิณฑ์” นำทีมแจกเงินชาวอุบลฯจากนั้นนายบิณฑ์พร้อมคณะนำเงินไปบริจาคให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมเริ่มที่วัดแสนสำราญ ต.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีชาวบ้านประสบภัยน้ำท่วมจากชุมชนดอนงิ้ว ชุมชนคูยาง ชุมชนเกตุแก้ว ชุมชนหาดสวนสุข ชุมชนหาดสวนสุข 1 ชุมชนท่ากอไผ่ และชุมชนหาดสวนยา รวม 1,457 ครัวเรือน มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท ขณะที่ พล.ต.อรรถ สิงหัษฐิต ผบ.มทบ.22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จัดหน่วยแพทย์ทหารเคลื่อนที่มาตรวจรักษาโรคผู้อพยพ และจัดรถเครื่องเสียงพร้อมวงดนตรีสร้างความบันเทิงให้ชาวบ้าน เพื่อผ่อนคลายความเครียด จากนั้นคณะ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” และทีมมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางไปที่ชุมชน กุดเป่งมีชาวบ้าน 143 ครัวเรือน และที่จุดอพยพที่โรงเรียนวารินชำราบจำนวน 396 ครัวเรือน มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท ทั้ง 3จุดรวม 1,996 ครัวเรือน รวมเงิน 9,980,000 บาท ชาวบ้านทุกคนต่างตื้นตันใจยกมือไหว้หลั่งน้ำตาขอบคุณธารน้ำใจคนไทย และอวยพรให้มีสุขภาพที่ดีมี แต่ความสุขเร่งระบายน้ำมูลลงฝั่งโขงส่วนระดับน้ำแม่น้ำมูลที่สถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี ลดลงจากเมื่อวันที่ 17 ก.ย. รวม 16 ซม. ทำให้มีระดับน้ำสูง 10.44 เมตร แต่ยังมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งสูง 3.44 เมตร ทำให้น้ำยังไหลท่วมบ้านเรือนชุมชน 2 ฝั่งแม่น้ำมูลในระดับสูง รวมทั้งถนนสถิตย์นิมานกาล เป็นถนนสายหลักเชื่อมต่อ อ.เมืองกับ อ.วารินชำราบ เป็นระยะทางกว่า 2 กม. ประชาชนต้องใช้บริการรถบรรทุกยกสูงของหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนรับส่งฟรี รวมทั้งจิตอาสานำรถยนต์และรถ จยย. มาจอดรับส่งประชาชนบริเวณจุดเปลี่ยนถ่ายที่ต้องการเดินทางไปยังจุดต่างๆฟรี เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายระหว่างประสบภัยน้ำท่วม ส่วนระดับแม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม มีระดับน้ำสูง 10.68 เมตร มีน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3.82 เมตร ทำให้การระบายน้ำจากแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขงได้ดียิ่งขึ้น อุบลฯยังอ่วม 11 อำเภอสำหรับสถานการณ์พื้นที่ประสบอุทกภัยที่ จ.อุบลราชธานี ทั้งหมด 11 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองอุบลราชธานี อ.เขื่องใน อ.พิบูลมังสาหาร อ.ตระการพืชผล อ.ดอนมดแดง อ.ม่วงสามสิบ อ.สว่างวีระวงศ์ อ.ตาลสุม อ.สิรินธร อ.วารินชำราบ และ อ.นาเยีย จำนวน 95 ตำบล 846 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 35,439 ครัวเรือน 132,726 คน อพยพ 19,833 คน ด้าน พ.อ.เอกศักดิ์ ริมธีระกุล ผู้บัญชาการทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 กองบัญชาการกองทัพไทย น้ำเรือบรรทุกอาหารแห้ง พร้อมน้ำดื่ม ยาเวชภัณฑ์ เทียนไข ไฟฉายใช้ส่องสว่างในเวลากลางคืน ได้รับการบริจาคจากคณะบุคคลสถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 27 จำนวน 500 ชุด เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ยังพักอาศัยอยู่บนชั้นที่ 2 ใน ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้าน 300 ครัวเรือนแอ่งกระทะรอน้ำลด 1 เดือนจ.กาฬสินธุ์ ระดับน้ำเริ่มคลี่คลายจนกลับสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ยังเหลือพื้นที่แอ่งกระทะใน ต.หลุบ อ.เมือง และ ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย น้ำยังท่วมสูงมิดหัว ต้นข้าวบางจุดเริ่มเน่าและน้ำมีกลิ่นเหม็น ต้องรอเวลาอีกกว่า 1 เดือน น้ำถึงจะลดลงกลับสู่สภาวะปกติ ช่วงนี้ชาวบ้านต้องออกหาปลาเพื่อประทังชีวิต จากการสำรวจพบว่า พื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายกว่า 140,000 ไร่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างให้ความช่วยเหลือ ระดมกำลังเร่งฟื้นฟู “เกาะช้าง”จากสถานการณ์ฝนตกหนักที่เกาะช้าง จ.ตราด ทำให้น้ำป่าไหลเชี่ยวซัดบ้านเรือน รีสอร์ต และโรงแรมเสียหาย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวติดค้างที่เกาะเป็นจำนวนมาก ล่าสุดนายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผวจ.ตราด ประกาศให้พื้นที่เกาะช้าง หมู่ 1-4 ต.เกาะช้าง และหมู่ 1-5 ต.เกาะช้างใต้ เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ อ.เกาะช้าง แล้ว เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ด้าน พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผอ.ศบภ.ทรภ.1 และ ผบ.ทรภ.1 จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า สั่งการให้ทหารเรือร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่เกาะช้าง ช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยออกนอกพื้นที่ อพยพไปอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมชั่วคราว จัดกำลังพลพร้อมเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงและยุทโธปกรณ์ เข้าฟื้นฟูบูรณะซ่อมแซมอาคาร สถานที่ ถนน และสะพานที่ชำรุดทหารเรือไปช่วยนักท่องเที่ยวพล.ร.ท.บรรจบเปิดเผยอีกว่า หลังเกิดฝนตกหนักคลื่นลมแรง และน้ำท่วมในพื้นที่เกาะช้าง สั่งการให้ ร.ล.หัวหิน และ เรือ ต.267 นำเรือออกไปช่วยเหลือรับ-ส่ง นักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถเดินทางกลับเข้าฝั่งได้จากเกาะหมาก ไปส่งที่ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมนำรถบรรทุกยกสูงลำเลียงนักท่องเที่ยวและผู้ประสบภัยจาก ฐตร.ทรภ.1 ไปส่งที่ อ.แหลมงอบ นอกจากนี้ส่งเรือรบหลวงช่วยเหลือลูกเรือ 2 คน จากเรือลูกโป๊ะ มรกต 8 ที่หลุดจากเรือแม่มาเกยตื้นอยู่ในบริเวณระยะ 5 ไมล์ จากเกาะช้างน้อยขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยออกหมายเรียกปลอมบัญชี “บิณฑ์”ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.ในฐานะโฆษก บก.ปอท. เปิดเผยถึงการทำคดีผู้ต้องหาปลอมเลขบัญชีธนาคารนายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ขอรับบริจาคเงินช่วยน้ำท่วมว่า พูดคุยกับ พ.ต.อ.ทวีกิติวิริยกุล ผกก.สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ว่า สภ.วารินชำราบ จะเป็นหลักในการทำคดี เพราะนายบิณฑ์แจ้งความที่นั่น และผู้เสียหายยืนยันต้องการให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่นั่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วารินชำราบ ออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้เข้าพบพนักงานสอบสวนวันที่ 20 ก.ย.นี้ ก่อนหน้านี้ บก.ปอท.เตรียมรับเรื่องดำเนินคดีดังกล่าว และเตรียมออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้เข้าพบวันที่ 24 ก.ย. แต่ต้องให้ตำรวจ สภ.วาริน–ชำราบ ดำเนินการต่อไป ส่วน บก.ปอท. จะสนับสนุนในด้านการสืบสวนทางด้านเทคนิค ทำงานควบคู่กันไป เพื่อนำผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นายกฯขอบคุณทุกคนร่วมบริจาคพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “ขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเพื่อพี่น้องชาวอุบลฯ ที่ประสบภัยน้ำท่วม ทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ประชาชนทุกคน ขอบคุณมากครับ #คนไทยเราไม่ทอดทิ้งกันครับ” ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน ที่ร่วมใจกันบริจาคเงินช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน ผ่านรายการ “ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” เงินทุกบาททุกสตางค์จะนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องประชาชนอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ทั่วถึง และถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง เงินที่รับบริจาคนำเข้าบัญชีกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกองทุนช่วยเหลือประชาชนในยามที่ประสบภัย และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยกันมาอย่างต่อเนื่องด้วยรับมือ 18–23 ก.ย. ฝนตกหนักด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากการเฝ้าติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำของสถาบันสารเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ด้วยระบบคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ พบว่าในวันที่ 18-23 ก.ย. อิทธิพลจากร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนล่าง ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น และฝนตกหนักเป็นบางแห่ง ดังนั้น อยากจะแจ้งให้ประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนัก และอาจเกิดน้ำหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา ชุมพร ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว นครนายก สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ส่วนพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ยังคงต้องเฝ้าระวังอยู่ เพราะฝนอาจกลับมาตกอีกครั้ง จะทำให้มีน้ำเติมลงแม่น้ำมูลเพิ่มขึ้น การระบายน้ำในแม่น้ำชีและมูลจะชะลอตัวลงได้