สะแล หรือภาษาท้องถิ่นภาคเหนือเรียกว่า สาแล ทางภาคใต้ จ.ปัตตานี เรียก คันชง หรือชงแดง เป็นไม้เลื้อยยืนต้น พบในป่าเบญจพรรณและป่าละเมาะได้ทั่วประเทศไทย แต่พบมากในภาคเหนือเปลือกลำต้นสีขาว ค่อนข้างเรียบ มีตุ่มสีน้ำตาลเล็กๆกระจายทั่วไป ใบเป็นใบเดี่ยวเรียบสลับรูปหัวใจ โคนใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบค่อนข้างแหลม ขอบใบจัก แผ่นใบสากมือ ผิวไม่เรียบ สีเขียวอ่อนดอก ออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ ช่อดอกกลมสีเขียว มีดอกเพศผู้ และดอกเพศเมีย แยกคนละต้น โดยดอกเพศผู้ยาวกว่าเพศเมีย มีลักษณะยาวรีคล้ายก้านพริกไทยสด ส่วนดอกเพศเมียมีรูปร่างค่อนข้างกลมคล้ายๆดอกกะหล่ำขนาดจิ๋ว มีผลทรงกลมสีเขียว ขนาด 0.5-0.7 เซนติเมตร มีก้านเกสรตัวเมียติดอยู่ 2-4 อัน ก้านผลสั้น ดอกและผลสะแลมีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร และมีสารต้านอนุมูลอิสระ เมื่อนำมาทำอาหารและสุกแล้วจะมีรสมัน มีเมือกนิดๆ เวลาเคี้ยวจะมีความรู้สึกลื่นๆเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นเมือกลื่นเท่ากับผักปลัง ออกดอกมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมดอกสะแล เป็นที่รู้จักและนิยมบริโภคกันในภาคเหนือ โดยใช้เป็นผักมีรสมัน ดอกและผลนำมาทำเป็นอาหารได้ เช่น แกงส้ม แกงป่า แกงแคแกงเลียง หรือจะนำมาลวกจิ้มกินกับน้ำพริกอร่อยทีเดียวแต่ที่ได้รับความนิยมมาก จัดได้ว่าอร่อยลิ้น คือ แกงส้มดอกสะแลแกงส้มดอกสะแลของคนเมืองเหนือนั้น จะมีกลเม็ดเคล็ดลับที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น บางสูตรบางตำราจะใส่กระชาย หรือบางสูตรใส่ข่า และตะไคร้นอกจากนี้ ถ้าโขลกเนื้อปลาผสมกับน้ำพริกด้วยจะทำให้น้ำแกงข้นและอร่อยมากยิ่งขึ้น.