ตั้งทีมรวบรวมมอบการท่าเรือ เพื่อเร่งเยียวยาจากผลกระทบ!รอง ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่จี้คดีเพลิงไหม้ตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกสารเคมีอันตรายบนเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง สั่งตำรวจสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกว่า 30 ราย เผยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังเข้าพื้นที่ได้ไม่เต็มที่ หลังเจอน้ำจากการดับเพลิงในเรืออีกเพียบ ต้องรอสูบน้ำออกให้หมดก่อน ชี้หากสอบเสร็จพร้อมส่งให้การท่าเรือเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ล่าสุดเหยื่อทยอยร้องทุกข์แล้วกว่า 800 รายกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ตู้คอนเทนเนอร์สารแคลเซียมไฮโปคลอไรต์บนเรือบรรทุกสินค้า KMTC HONGKONG บริเวณท่าเทียบเรือ เอ 2 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ส่งผลให้ตู้คอนเทนเนอร์บางตู้เกิดระเบิดกระเด็นไปตกในทะเลและฝั่งถนนบริเวณท่าเทียบเรือ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่รอบรัศมี 15 กิโลเมตรได้รับผลกระทบจากการสูดดมและสัมผัสสารเคมีดังกล่าวตามร่างกายเกิดอาการแสบคันตามผิวหนังและเวียนศีรษะถึง 221 คน รวมทั้งมีทรัพย์สินเช่นรถยนต์ และรถ จยย.ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดเช้ามืดวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนเอาผิดผู้เกี่ยวข้องต่อมาเวลา 12.00 น. วันที่ 27 พ.ค. พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 เดินทางไปที่ สภ.แหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว มี พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผกก.สภ.แหลมฉบัง รายงานผลการสอบสวน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.เชษฐาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 มีความเป็นห่วงคดีอย่างมาก จึงแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เป็นหัวหน้าสอบสวนและนำทีมพิสูจน์หลักฐานที่ 2 ชลบุรีลงพื้นที่เพื่อหาหลักฐานการระเบิดของตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 30 ราย “ขณะนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่ 2 ชลบุรี ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากบนเรือยังมีน้ำที่ใช้ดับเพลิงอยู่เยอะ คาดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาดูดน้ำออกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการ สอบสวนออกมาเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งข้อมูลให้กับท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อนำไปเรียกร้องค่าเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด” รอง ผบช.ภ.2กล่าวต่อมา พล.ต.ต.เชษฐาเดินทางไปที่ศูนย์บริการผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าวหน้าสำนักงานเทศบาลนครแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา พบว่าตั้งแต่เช้ามีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกสารเคมีระเบิดทยอยเข้าร้องทุกข์เป็นจำนวนมากรวมแล้วกว่า 800 ราย ส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจากทรัพย์สินทั้งรถยนต์ รถ จยย.ที่ถูก ละอองสารเคมีลอยมาติดรถจนเกิดเป็นรอยสีด่าง บางคันเสียหายทั้งคัน โดยนำเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อขอชดใช้ค่าเสียหาย ขณะที่ผู้บาดเจ็บนำหลักฐานการรักษาทางการแพทย์ที่สำรองจ่ายมายื่นให้เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการผู้ประสบภัยให้ทางเทศบาลนครแหลมฉบังเป็นผู้รวบรวมรายชื่อทั้งหมดส่งต่อไปท่าเรือแหลมฉบังเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด เจ้าหน้าที่จะเปิดให้ลงทะเบียนไปจนถึงวันที่ 28 พ.ค. คาดว่ายังมีผู้ร้องทุกข์อีกหลายรายนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้เรือขนถ่ายสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ว่า กำชับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรีติดตามสถานการณ์การดูแลประชาชนทั้งด้านการรักษาผู้ได้รับผลกระทบและเฝ้าระวังสุขภาพผู้ป่วยในโรงพยาบาล รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในชุมชนใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลการรักษาตั้งแต่วันที่ 25-27 พ.ค.ในโรงพยาบาล 6 แห่งได้แก่โรงพยาบาลแหลมฉบัง โรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบัง โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา และโรงพยาบาลบางละมุง รวมทั้งหมด 228 ราย ส่วนใหญ่มีอาการแสบร้อนตามใบหน้า ร่างกาย ระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ ให้การรักษาและกลับบ้านได้ 153 ราย